ตัวอย่าง The Bank Job
The Bank Job

The Bank Job

เดอะแบงค์จ็อบ เปิดตำนานปล้นบันลือโลก
★ 6.9/10 2008 112 นาที ภาพยนตร์ ระทึกขวัญ หนังชีวิต อาชญากรรม

รายละเอียดเรื่อง The Bank Job

เจสัน สเตธัม ในบท เทอร์รี เลเธอร์ (Terry Leather) คือประตูบานแรกที่พาคนดูเข้าสู่ เดอะแบงค์จ็อบ เปิดตำนานปล้นบันลือโลก ในคราบที่ต่างไปจากภาพจำของนักแสดงคนนี้อย่างน่าสนใจ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะมือปราบผู้ไม่มีวันพลาด แต่เป็นพ่อค้าเต็นท์รถมือสองในลอนดอนต้นทศวรรษเจ็ดศูนย์ ชายอารมณ์ดีที่ปากหวานกับลูกค้า แต่เบื้องหลังคือหนี้ก้อนโตที่ไล่หลังมาจนแทบหายใจไม่ออก และความฝันอยากพาครอบครัวหลุดจากวงจรหมุนเงินวันต่อวัน การเลือก สเตธัม มารับบทคนเล็ก ๆ ที่จนตรอกเช่นนี้ทำให้หนังมีรากแบบอาชญากรรมอังกฤษขนานแท้ตั้งแต่ต้น ลอนดอนปี 1971 ที่หนังพาเราย้อนกลับไปจึงไม่ได้สวยงามแบบโปสการ์ด หากเต็มไปด้วยผับควันหนา ถนนสายเก่า อาคารอิฐมอซอ และบรรยากาศของการเปลี่ยนผ่านที่ทั้งมีเสน่ห์และพร้อมจะกลืนกินคนที่ไม่ระวังตัว ตัวละครที่เข้ามาพลิกชีวิตของเทอร์รีคือ มาร์ติน เลิฟ (Martine Love) หญิงสาวผู้เคยมีความผูกพันในอดีต รับบทโดย แซฟฟรอน เบอร์โรวส์ (Saffron Burrows) ด้วยท่าทีเย้ายวน ปิดบัง และอ่านไม่ออกว่าเธอกำลังช่วยเหลือหรือกำลังใช้เขา เธอนำข้อเสนอที่ฟังดูเหมือนฝันมาหยิบยื่นให้ เป็นงานปล้นตู้นิรภัยของธนาคารกลางกรุงที่ไม่ต้องใช้ปืนบุกเข้าไปตรง ๆ แต่ใช้ความแนบเนียนและความอดทน เทอร์รีจึงรวบรวมเพื่อนฝูงรอบตัว ทั้ง เควิน สเวน (Kevin Swain) คนสุขุมที่เป็นเหมือนสมองรอง เดฟ ชิลลิง (Dave Shilling) เพื่อนปากไวใจถึง รวมถึง เอ็ดดี เบอร์ตัน (Eddie Burton) และคนอื่น ๆ ที่ต่างมีเหตุผลของตัวเองในการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นหนี้ ความโลภ หรือแค่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองก็ทำเรื่องใหญ่ได้สักครั้งในชีวิต ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเก่าและความไว้ใจหลวม ๆ นี้เองที่กลายเป็นทั้งพลังและจุดเปราะของทีม แผนการของพวกเขาฟังดูบ้าบิ่นแต่มีชั้นเชิง แทนที่จะแหกประตูธนาคาร พวกเขาเช่าอาคารร้านค้าใกล้ธนาคารลอยด์ส แล้วค่อย ๆ เจาะพื้นขุดทางลอดใต้ดินผ่านไปใต้ห้องเก็บตู้นิรภัย ทุกคืนคือการต่อสู้กับเสียงดิน เสียงเครื่องมือ เวลา และความหวาดระแวงว่าจะมีใครได้ยินหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ หนังใช้เวลาปูรายละเอียดตรงนี้อย่างประณีต ตั้งแต่การดูต้นทาง การสลับเวร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้คนดูลุ้นไปกับทุกฝีก้าวราวกับลงไปอยู่ในอุโมงค์ด้วยตัวเอง แต่ความระทึกที่แท้จริงเพิ่งเริ่มหลังประตูเหล็กถูกเปิดออก เพราะข้างในไม่ได้มีเพียงเงินสดและเพชร หากยังมีซองเอกสาร ภาพถ่าย และของบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ในตู้นิรภัยของคนธรรมดา สิ่งของเหล่านั้นค่อย ๆ ส่งกลิ่นของเรื่องที่ใหญ่กว่าเงิน ทั้งเครือข่ายอาชญากรรม เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลชั้นสูงที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล จากงานหวังรวยทางลัด ภารกิจของเทอร์รีจึงกลายเป็นการเหยียบหางเสือโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยืนต่างจากหนังปล้นทั่วไปคือน้ำหนักทางอารมณ์และคำถามเชิงศีลธรรมที่ค่อย ๆ ซึมเข้ามา แก๊งของเทอร์รีคือโจรอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ยิ่งขุดลึกลงไป คนดูก็ยิ่งเห็นว่าอาชญากรรมที่พวกเขาก่อนั้นเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับความเน่าเฟะที่ถูกซ่อนไว้หลังอำนาจ ยศศักดิ์ และภาพลักษณ์อันน่าเคารพ หนังไม่ได้แบ่งโลกเป็นขาวกับดำ หากปล่อยให้เส้นแบ่งระหว่างคนดีกับคนเลวพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ พร้อมกับตั้งคำถามว่าใครกันแน่ที่น่ากลัวกว่า ระหว่างชายที่ขโมยเพราะจนตรอก กับผู้มีอำนาจที่สั่งฆ่า ปกปิด และบิดเบือนความจริงได้อย่างเลือดเย็น ความตึงเครียดจึงไม่ได้มาจากแค่ตำรวจจะตามเจอหรือไม่ แต่มาจากความรู้สึกว่าทุกตัวละครกำลังต่อรองกับผลกรรมของตัวเอง และทุกการตัดสินใจหลังจากนี้ไม่มีทางย้อนกลับได้อีก สำหรับคอหนังอาชญากรรมที่หลงใหลในงานปล้นแบบคลาสสิก นี่คือหนังที่ดูสนุกด้วยการสะสมความกดดันทีละชั้น ไม่ได้พึ่งพาฉากไล่ล่าโครมคราม แต่พึ่งพาบรรยากาศ การแสดง และจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ บีบให้แน่นขึ้น การได้เห็น สเตธัม ในบทที่ต้องใช้ไหวพริบและความลังเลมากกว่ากำปั้น ผสมกับเสน่ห์ลึกลับของ เบอร์โรวส์ และทีมสมทบอย่าง สตีเฟน แคมป์เบล มัวร์ และ แดเนียล เมย์ส ที่เติมชีวิตชีวาแบบเพื่อนข้างถนนได้จริง ทำให้แก๊งนี้มีเลือดเนื้อและน่าเอาใจช่วยอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อเรื่องมีฉากหลังเป็นลอนดอนยุคเซเวนตีส์ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างถึงเครื่อง ทั้งเสื้อผ้า ดนตรี และความดิบของเมือง ยิ่งทำให้การปล้นครั้งนี้เหมือนตำนานปากต่อปากที่ชวนให้ค้นหา หากคุณชอบหนังปล้นที่มีทั้งความลุ้น ความขม และแง่มุมให้ขบคิดหลังดูจบ เรื่องนี้คือหนึ่งในงานที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เรื่องนี้คือ The Bank Job

เจสัน สเตธัม ในบท เทอร์รี เลเธอร์ (Terry Leather) คือประตูบานแรกที่พาคนดูเข้าสู่ เดอะแบงค์จ็อบ เปิดตำนานปล้นบันลือโลก ในคราบที่ต่างไปจากภาพจำของนักแสดงคนนี้อย่างน่าสนใจ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะมือปราบผู้ไม่มีวันพลาด แต่เป็นพ่อค้าเต็นท์รถมือสองในลอนดอนต้นทศวรรษเจ็ดศูนย์ ชายอารมณ์ดีที่ปากหวานกับลูกค้า แต่เบื้องหลังคือหนี้ก้อนโตที่ไล่หลังมาจนแทบหายใจไม่ออก และความฝันอยากพาครอบครัวหลุดจากวงจรหมุนเงินวันต่อวัน การเลือก สเตธัม มารับบทคนเล็ก ๆ ที่จนตรอกเช่นนี้ทำให้หนังมีรากแบบอาชญากรรมอังกฤษขนานแท้ตั้งแต่ต้น ลอนดอนปี 1971 ที่หนังพาเราย้อนกลับไปจึงไม่ได้สวยงามแบบโปสการ์ด หากเต็มไปด้วยผับควันหนา ถนนสายเก่า อาคารอิฐมอซอ และบรรยากาศของการเปลี่ยนผ่านที่ทั้งมีเสน่ห์และพร้อมจะกลืนกินคนที่ไม่ระวังตัว

ตัวละครที่เข้ามาพลิกชีวิตของเทอร์รีคือ มาร์ติน เลิฟ (Martine Love) หญิงสาวผู้เคยมีความผูกพันในอดีต รับบทโดย แซฟฟรอน เบอร์โรวส์ (Saffron Burrows) ด้วยท่าทีเย้ายวน ปิดบัง และอ่านไม่ออกว่าเธอกำลังช่วยเหลือหรือกำลังใช้เขา เธอนำข้อเสนอที่ฟังดูเหมือนฝันมาหยิบยื่นให้ เป็นงานปล้นตู้นิรภัยของธนาคารกลางกรุงที่ไม่ต้องใช้ปืนบุกเข้าไปตรง ๆ แต่ใช้ความแนบเนียนและความอดทน เทอร์รีจึงรวบรวมเพื่อนฝูงรอบตัว ทั้ง เควิน สเวน (Kevin Swain) คนสุขุมที่เป็นเหมือนสมองรอง เดฟ ชิลลิง (Dave Shilling) เพื่อนปากไวใจถึง รวมถึง เอ็ดดี เบอร์ตัน (Eddie Burton) และคนอื่น ๆ ที่ต่างมีเหตุผลของตัวเองในการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นหนี้ ความโลภ หรือแค่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองก็ทำเรื่องใหญ่ได้สักครั้งในชีวิต ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเก่าและความไว้ใจหลวม ๆ นี้เองที่กลายเป็นทั้งพลังและจุดเปราะของทีม

แผนการของพวกเขาฟังดูบ้าบิ่นแต่มีชั้นเชิง แทนที่จะแหกประตูธนาคาร พวกเขาเช่าอาคารร้านค้าใกล้ธนาคารลอยด์ส แล้วค่อย ๆ เจาะพื้นขุดทางลอดใต้ดินผ่านไปใต้ห้องเก็บตู้นิรภัย ทุกคืนคือการต่อสู้กับเสียงดิน เสียงเครื่องมือ เวลา และความหวาดระแวงว่าจะมีใครได้ยินหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ หนังใช้เวลาปูรายละเอียดตรงนี้อย่างประณีต ตั้งแต่การดูต้นทาง การสลับเวร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้คนดูลุ้นไปกับทุกฝีก้าวราวกับลงไปอยู่ในอุโมงค์ด้วยตัวเอง แต่ความระทึกที่แท้จริงเพิ่งเริ่มหลังประตูเหล็กถูกเปิดออก เพราะข้างในไม่ได้มีเพียงเงินสดและเพชร หากยังมีซองเอกสาร ภาพถ่าย และของบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ในตู้นิรภัยของคนธรรมดา สิ่งของเหล่านั้นค่อย ๆ ส่งกลิ่นของเรื่องที่ใหญ่กว่าเงิน ทั้งเครือข่ายอาชญากรรม เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลชั้นสูงที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล จากงานหวังรวยทางลัด ภารกิจของเทอร์รีจึงกลายเป็นการเหยียบหางเสือโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยืนต่างจากหนังปล้นทั่วไปคือน้ำหนักทางอารมณ์และคำถามเชิงศีลธรรมที่ค่อย ๆ ซึมเข้ามา แก๊งของเทอร์รีคือโจรอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ยิ่งขุดลึกลงไป คนดูก็ยิ่งเห็นว่าอาชญากรรมที่พวกเขาก่อนั้นเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับความเน่าเฟะที่ถูกซ่อนไว้หลังอำนาจ ยศศักดิ์ และภาพลักษณ์อันน่าเคารพ หนังไม่ได้แบ่งโลกเป็นขาวกับดำ หากปล่อยให้เส้นแบ่งระหว่างคนดีกับคนเลวพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ พร้อมกับตั้งคำถามว่าใครกันแน่ที่น่ากลัวกว่า ระหว่างชายที่ขโมยเพราะจนตรอก กับผู้มีอำนาจที่สั่งฆ่า ปกปิด และบิดเบือนความจริงได้อย่างเลือดเย็น ความตึงเครียดจึงไม่ได้มาจากแค่ตำรวจจะตามเจอหรือไม่ แต่มาจากความรู้สึกว่าทุกตัวละครกำลังต่อรองกับผลกรรมของตัวเอง และทุกการตัดสินใจหลังจากนี้ไม่มีทางย้อนกลับได้อีก

สำหรับคอหนังอาชญากรรมที่หลงใหลในงานปล้นแบบคลาสสิก นี่คือหนังที่ดูสนุกด้วยการสะสมความกดดันทีละชั้น ไม่ได้พึ่งพาฉากไล่ล่าโครมคราม แต่พึ่งพาบรรยากาศ การแสดง และจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ บีบให้แน่นขึ้น การได้เห็น สเตธัม ในบทที่ต้องใช้ไหวพริบและความลังเลมากกว่ากำปั้น ผสมกับเสน่ห์ลึกลับของ เบอร์โรวส์ และทีมสมทบอย่าง สตีเฟน แคมป์เบล มัวร์ และ แดเนียล เมย์ส ที่เติมชีวิตชีวาแบบเพื่อนข้างถนนได้จริง ทำให้แก๊งนี้มีเลือดเนื้อและน่าเอาใจช่วยอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อเรื่องมีฉากหลังเป็นลอนดอนยุคเซเวนตีส์ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างถึงเครื่อง ทั้งเสื้อผ้า ดนตรี และความดิบของเมือง ยิ่งทำให้การปล้นครั้งนี้เหมือนตำนานปากต่อปากที่ชวนให้ค้นหา หากคุณชอบหนังปล้นที่มีทั้งความลุ้น ความขม และแง่มุมให้ขบคิดหลังดูจบ เรื่องนี้คือหนึ่งในงานที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เริ่มรับชม The Bank Job