

No Game No Life: Zero
รายละเอียดเรื่อง No Game No Life: Zero
สงครามไม่เคยให้โอกาสใครได้หายใจอย่างเป็นสุข และบนโลกใบนี้ที่ท้องฟ้าถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงด้วยเวทระดับทำลายล้าง แผ่นดินถูกเผาเป็นเถ้าถ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันยิ่งโหดร้ายกว่านั้นหลายเท่า นี่คือดิสบอร์ดเมื่อหกพันปีก่อนยุคแห่งเกมกระดานที่เราคุ้นเคย เป็นยุคที่เทพเจ้าต่างแย่งชิงความเป็นหนึ่งจนไม่เหลือที่ว่างให้สิ่งมีชีวิตอื่นได้ยืน ตั้งแต่เทพสงคราม อาร์ทอช ผู้ปกครองเหล่าฟลูเกลผู้กระหายการต่อสู้ ไปจนถึงเอลฟ์ คนแคระ มนุษย์หมาป่าและเผ่าพันธุ์มากมายนับสิบที่ต่างงัดอาวุธเวทมนตร์ออกมาห้ำหั่นกันอย่างไร้ปรานี โลกทั้งใบจึงเหลือเพียงซากเมือง หมอกพิษ และท้องฟ้าสีเลือดที่ไม่มีวันสว่าง ท่ามกลางแรงกดดันที่เหมือนทั้งจักรวาลกำลังบีบให้สูญพันธุ์ เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดกลับต้องดิ้นรนที่สุด นั่นคือมนุษย์ ผู้ไร้เวท ไร้เขี้ยวเล็บ ไร้ปีก มีเพียงสติปัญญาและความดื้อดึงที่จะมีชีวิตรอดต่อไปอีกวัน ท่ามกลางเถ้าถ่านนั้นเอง เราได้พบกับ ริคุ โดลา (Riku Dola) ชายหนุ่มผู้นำชุมชนมนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้ดิน การถ่ายทอดเสียงโดย โยชิตสึงุ มัตสึโอกะ ทำให้ริคุไม่ใช่ฮีโร่ผู้ห้าวหาญแบบในนิทานแฟนตาซีทั่วไป แต่เป็นพี่ชายที่ต้องจดจำชื่อของผู้ตายทุกคน ต้องวางแผนขโมยเสบียง ต้องโกหกน้อง ๆ ว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ทั้งที่ตัวเองก็แทบไม่เชื่อ แรงผลักดันของเขาเรียบง่ายและเจ็บปวด คืออยากให้มนุษย์มีวันพรุ่งนี้โดยไม่ต้องก้มหัวให้ใคร แล้ววันหนึ่งโชคชะตาที่บิดเบี้ยวก็เหวี่ยงเด็กสาวเครื่องจักรผู้หลงทางมาไว้ตรงหน้าเขา ชูวี โดลา (Schwi Dola) ให้เสียงโดย อาอิ คายาโนะ หน่วยสำรวจของเอ็กซ์มาชิน่าที่ถูกตัดขาดจากเครือข่ายกลาง เธอไม่เข้าใจคำว่าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ที่อ่อนแอถึงยอมตายเพื่อคนอื่น และขอให้ริคุช่วยสอนสิ่งที่ตรรกะของเธอคำนวณไม่ได้ ปมขัดแย้งของเรื่องจึงไม่ได้มีแค่การเอาตัวรอดจากสงครามของเหล่าเทพ แต่คือเดิมพันที่ใหญ่กว่านั้นหลายเท่า เมื่อริคุที่เห็นความจริงว่าต่อให้มนุษย์ซ่อนเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็จะถูกแรงระเบิดของสงครามกลืนหายไปอยู่ดี เริ่มเดิมพันด้วยแผนการที่บ้าบิ่นที่สุด คือใช้ความอ่อนแอให้เป็นอาวุธ แอบฉวยประโยชน์จากซากการรบ ชิงความลับของทุกเผ่าพันธุ์ และหาทางจบมหาสงครามนี้ด้วยมือของคนที่ไม่มีใครชายตามอง ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของชูวีก็ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนขึ้น เพราะฝ่ายเอ็กซ์มาชิน่ากำลังไล่ล่าเธอ ฝ่ายฟลูเกลนำโดย อัซริล (Azriel) ที่ให้เสียงโดย ยูอิ โฮริเอะ ก็กำลังไล่ล่าความหมายของการมีอยู่จากพระเจ้าของพวกเธอคืออาร์ทอช ที่ให้เสียงโดย เรียวตะ ทาเกอูจิ ทุกก้าวที่ริคุกับชูวีขยับ จึงเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้ายเหนือเหว ทุกความไว้ใจที่ก่อตัวขึ้นอาจกลายเป็นจุดอ่อนถึงตาย และทุกคำสัญญาอาจต้องจ่ายด้วยราคาที่จินตนาการไปไม่ถึง สิ่งที่ทำให้ No Game No Life: Zero แตกต่างจากแอนิเมชันแฟนตาซีผจญภัยเรื่องอื่นในยุคเดียวกันอย่างสิ้นเชิง คือมันไม่ได้เล่าเรื่องเทพกับเวทมนตร์เพื่อความตื่นตาเท่านั้น แต่ใช้สงครามเป็นฉากหลังเพื่อตั้งคำถามที่เล็กและลึกที่สุดว่ามนุษย์คืออะไร หัวใจคืออะไร และทำไมสิ่งที่คำนวณไม่ได้ถึงมีค่ากว่าพลังทำลายล้างทั้งปวง ความสัมพันธ์ของริคุกับชูวีค่อย ๆ ก่อตัวจากความสงสัย ความกวนประสาท และความต่างขั้วระหว่างคนที่มีแต่ใจแต่ไร้พลัง กับเครื่องจักรที่มีแต่พลังแต่ไร้ใจ จนกลายเป็นความผูกพันที่อ่อนโยนอย่างน่าใจหาย ท่ามกลางโลกที่สอนให้ฆ่าก่อนถูกฆ่า ทั้งคู่กลับสอนกันให้เรียนรู้ที่จะยิ้ม ร้องไห้ โกหกเพื่อปกป้อง และรักโดยไม่หวังครอบครอง อารมณ์ของหนังจึงไหลสลับกันระหว่างความสิ้นหวังแบบดราม่าชีวิต ความระทึกของการลอบเร้นในแดนสงคราม และความอบอุ่นแบบหนังรักโรแมนติกที่แทรกเข้ามาเพียงชั่วครู่แต่ติดค้างในใจไปนาน นี่คือเหตุผลที่คนดูหนังตัวยงไม่ควรมองข้ามงานของ Madhouse ชิ้นนี้เลย แม้จะไม่เคยดูฉบับซีรีส์มาก่อนก็ยังเข้าถึงได้ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เป็นตำนานการสร้างโลกที่เล่าอย่างเป็นชั้นเชิงทั้งภาพ แสง และดนตรี งานภาพในช่วงสงครามทั้งยิ่งใหญ่และน่าสะพรึง ขณะที่ฉากเงียบ ๆ อย่างหมากรุกบนพื้นดิน ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเศษซากเวท หรือมือสองมือที่พยายามเอื้อมหากัน กลับทรงพลังยิ่งกว่า สำหรับแฟนเสียงพากย์ นี่คือการประชันกันของทีมนักแสดงแถวหน้าที่คุ้นหู ทั้งมิยูกิ ซาวาชิโระ ในบทอิซึนะ และยูกิ ทามูระ ในบทจิบริล ที่โผล่มาเชื่อมโยงความทรงจำของแฟนเดิมอย่างชาญฉลาด แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันคือหนังที่ทำให้เราอยากกลับไปกอดคนข้าง ๆ แล้วถามตัวเองว่า ถ้าโลกไม่เหลือเกมให้เล่นอย่างยุติธรรม เราจะยังกล้าเดิมพันทุกอย่างเพื่อความหมายเพียงข้อเดียวหรือไม่

