ตัวอย่าง What Happens in Vegas
What Happens in Vegas

What Happens in Vegas

หนุ่มฟุ้ง สาวเฟี้ยว เปรี้ยวรักที่เวกัส
★ 6.1/10 2008 99 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังรักโรแมนติก

รายละเอียดเรื่อง What Happens in Vegas

คาเมรอน ดิแอซ กลับมาสวมบทสาวมั่นสุดเป๊ะอย่าง จอย แม็คนัลลี (Joy McNally) ในจังหวะที่เสน่ห์แบบสาวคอมเมดี้ของเธอกำลังพีคที่สุด ส่วน แอชตัน คุชเชอร์ ก็มารับบท แจ็ก ฟูลเลอร์ (Jack Fuller) หนุ่มกวนอารมณ์ดีที่มองชีวิตเป็นเรื่องสนุกไปเสียหมด การจับคู่กันของสองคนนี้คือหัวใจของหนังตั้งแต่เฟรมแรก เพราะคนหนึ่งคือนางเอกสายจัดระเบียบชีวิต ส่วนอีกคนคือพระเอกสายปล่อยไหล แล้วจับทั้งคู่โยนเข้าไปในเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างลาสเวกัส เมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออน เสียงเพลง คาสิโน งานปาร์ตี้ และคำเชิญชวนให้ทำอะไรแผลง ๆ แบบที่ในชีวิตจริงไม่มีวันกล้าทำ สำหรับหนังโรแมนติกคอเมดี้ยุคปลายสองพัน นี่คือสูตรสนามเด็กเล่นที่เพอร์เฟกต์ที่สุด โลกทั้งใบถูกเซ็ตให้รู้สึกเหมือนวันหยุดยาวที่ทุกคนพร้อมจะลืมตัวชั่วคราว และพร้อมจะเชื่อว่าคืนเดียวในเวกัสจะไม่มีผลอะไรกับชีวิตจริง จอยเดินทางจากนิวยอร์กมาพร้อมความคาดหวังอยากพักใจ หลังจากชีวิตการงานและความรักไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างประณีต เธอเป็นนักเทรดสาวที่เชื่อในตาราง ในเหตุผล และในความถูกต้อง ทุกอย่างต้องมีขั้นตอนและคำตอบที่สมเหตุสมผล ตรงกันข้ามกับแจ็กที่เพิ่งโดนพ่อของตัวเองอย่าง แจ็ก ฟูลเลอร์ ซีเนียร์ (Jack Fuller Sr.) เขย่าแรง ๆ เรื่องความเหลาะแหละ เขาเลยหนีมาฉลองกับเพื่อนซี้สายฮาอย่าง เฮเทอร์ (Hater) แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ขอแค่สนุก ขอแค่ลืมเรื่องน่าปวดหัวไปสักคืนก็พอ โดยมีเพื่อนสาวของจอยอย่าง ทิปเปอร์ (Tipper) คอยลากให้กล้าปล่อยตัวมากขึ้นอีกนิด ความน่าสนใจคือทั้งคู่ไม่ได้มาเพื่อตามหาความรักเลย ต่างคนต่างแค่อยากรีเซ็ตตัวเอง อยากดื่ม อยากหัวเราะ อยากใช้เมืองแห่งแสงสีเป็นที่ระบายความเซ็ง แล้วกลับไปใช้ชีวิตเดิมในวันจันทร์ แต่เวกัสไม่เคยปล่อยให้ใครกลับบ้านมือเปล่า หลังจากค่ำคืนที่เมาหัวราน้ำและภาพจำขาด ๆ หาย ๆ จอยกับแจ็กตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองไม่ได้แค่เมาค้าง แต่กลายเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไปแล้วเรียบร้อย สิ่งที่ควรจะเป็นเรื่องขำ ๆ ชั่วข้ามคืนกลายเป็นปมใหญ่ที่ต้องสะสางอย่างเป็นทางการ เพราะฝ่ายหนึ่งอยากล้างความผิดพลาดนี้ให้เร็วที่สุด อีกฝ่ายก็รู้สึกว่าตัวเองถูกมัดมือชกกับคนแปลกหน้าที่ทัศนคติตรงข้ามกันทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างนิสัยการกินอยู่ ไปจนถึงเรื่องใหญ่เรื่องมุมมองชีวิต การต้องมานั่งเจรจาเรื่องการหย่า การแบ่งความรับผิดชอบ และคำถามว่าใครผิดมากกว่ากัน จึงกลายเป็นการปะทะคารมไม่หยุด ทั้งในห้องพักโรงแรม ทั้งต่อหน้าคนรอบตัว ทั้งต่อหน้าเพื่อนอย่าง เมสัน (Mason) แฟนเก่าของจอยที่ยังวนเวียนอยู่ และครอบครัวของแจ็กที่มองเรื่องนี้ด้วยสายตาเป็นห่วงปนขำ ยิ่งพยายามเอาตัวรอดจากกันมากเท่าไร ทั้งคู่ยิ่งต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นเท่านั้น โทนของหนังจึงสนุกจากการดูคนสองขั้วพยายามใช้ชีวิตใต้หลังคาเดียวกันทั้งที่ไม่อยากมองหน้ากัน ความตลกไม่ได้มาแค่มุกตบแปะ แต่มาจากคาแรกเตอร์ที่เราคุ้นเคยในชีวิตจริง คนหนึ่งเป๊ะจนตึง อีกคนชิลจนเละ แล้วถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องประนีประนอม หนังค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงหัวเราะให้กลายเป็นความเข้าใจ เห็นด้านเปราะบางของจอยที่กลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย และเห็นด้านจริงจังของแจ็กที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเหมือนไม่เอาอะไร ความโรแมนติกเลยไม่ได้เริ่มจากดอกไม้หรือคำหวาน แต่เริ่มจากการเถียงกัน การแกล้งกัน การเรียนรู้ว่าเบื้องหลังความน่าหมั่นไส้ของอีกฝ่ายมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นเสน่ห์แบบลิ้นกับฟันของหนังรักยุคสองพันที่เชื่อว่าความรักที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มสวย แต่เริ่มจากการยอมมองคนตรงหน้าใหม่โดยไม่ตัดสินจากคืนแรกที่เจอกัน นี่คือเหตุผลที่ หนุ่มฟุ้ง สาวเฟี้ยว เปรี้ยวรักที่เวกัส ยังหยิบมาดูเพลินได้เสมอ เคมีของดิแอซกับคุชเชอร์ลื่นไหลแบบนักแสดงคอมเมดี้ที่รับส่งกันทันจังหวะ เธอแบกความเนี๊ยบและความน่าเอาใจช่วยไว้ ส่วนเขาก็แบกความทะเล้นกับเสน่ห์แบบเด็กโตไม่เต็มที่ไว้ได้อย่างพอดี ขณะที่ทีมสมทบอย่าง ร็อบ คอร์ดดรี เล้ก เบลล์ เจสัน ซูเดคิส และ แซ็ก กาลิเฟียนากิส ในบท เดฟ เดอะ แบร์ (Dave the Bear) ก็เข้ามาเติมความป่วนแบบเพื่อนเวกัสที่ยิ่งอยู่ยิ่งวุ่น บรรยากาศทั้งเรื่องสว่าง สดใส ดูง่าย เหมาะกับคืนที่อยากหัวเราะเบา ๆ ลุ้นไปกับคู่กัดที่ไม่มีใครยอมใคร แล้วค่อย ๆ เอาใจช่วยให้ความผิดพลาดในคืนหุนหันนั้นพาพวกเขาไปเจอคำตอบบางอย่างของชีวิต ถ้าชอบหนังรักตลกพล็อต What if คืนเดียวเปลี่ยนชีวิต ชอบมุกจากการใช้ชีวิตคู่แบบจำเป็น และชอบดูพัฒนาการจากคู่เกลียดเป็นคู่เข้าใจ เรื่องนี้คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดเยอะ เปิดดูแล้วปล่อยให้แสงสีของเวกัสกับความวุ่นวายของจอยและแจ็กพาไปจนจบเรื่อง

เรื่องนี้คือ What Happens in Vegas

คาเมรอน ดิแอซ กลับมาสวมบทสาวมั่นสุดเป๊ะอย่าง จอย แม็คนัลลี (Joy McNally) ในจังหวะที่เสน่ห์แบบสาวคอมเมดี้ของเธอกำลังพีคที่สุด ส่วน แอชตัน คุชเชอร์ ก็มารับบท แจ็ก ฟูลเลอร์ (Jack Fuller) หนุ่มกวนอารมณ์ดีที่มองชีวิตเป็นเรื่องสนุกไปเสียหมด การจับคู่กันของสองคนนี้คือหัวใจของหนังตั้งแต่เฟรมแรก เพราะคนหนึ่งคือนางเอกสายจัดระเบียบชีวิต ส่วนอีกคนคือพระเอกสายปล่อยไหล แล้วจับทั้งคู่โยนเข้าไปในเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างลาสเวกัส เมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออน เสียงเพลง คาสิโน งานปาร์ตี้ และคำเชิญชวนให้ทำอะไรแผลง ๆ แบบที่ในชีวิตจริงไม่มีวันกล้าทำ สำหรับหนังโรแมนติกคอเมดี้ยุคปลายสองพัน นี่คือสูตรสนามเด็กเล่นที่เพอร์เฟกต์ที่สุด โลกทั้งใบถูกเซ็ตให้รู้สึกเหมือนวันหยุดยาวที่ทุกคนพร้อมจะลืมตัวชั่วคราว และพร้อมจะเชื่อว่าคืนเดียวในเวกัสจะไม่มีผลอะไรกับชีวิตจริง

จอยเดินทางจากนิวยอร์กมาพร้อมความคาดหวังอยากพักใจ หลังจากชีวิตการงานและความรักไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างประณีต เธอเป็นนักเทรดสาวที่เชื่อในตาราง ในเหตุผล และในความถูกต้อง ทุกอย่างต้องมีขั้นตอนและคำตอบที่สมเหตุสมผล ตรงกันข้ามกับแจ็กที่เพิ่งโดนพ่อของตัวเองอย่าง แจ็ก ฟูลเลอร์ ซีเนียร์ (Jack Fuller Sr.) เขย่าแรง ๆ เรื่องความเหลาะแหละ เขาเลยหนีมาฉลองกับเพื่อนซี้สายฮาอย่าง เฮเทอร์ (Hater) แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ขอแค่สนุก ขอแค่ลืมเรื่องน่าปวดหัวไปสักคืนก็พอ โดยมีเพื่อนสาวของจอยอย่าง ทิปเปอร์ (Tipper) คอยลากให้กล้าปล่อยตัวมากขึ้นอีกนิด ความน่าสนใจคือทั้งคู่ไม่ได้มาเพื่อตามหาความรักเลย ต่างคนต่างแค่อยากรีเซ็ตตัวเอง อยากดื่ม อยากหัวเราะ อยากใช้เมืองแห่งแสงสีเป็นที่ระบายความเซ็ง แล้วกลับไปใช้ชีวิตเดิมในวันจันทร์

แต่เวกัสไม่เคยปล่อยให้ใครกลับบ้านมือเปล่า หลังจากค่ำคืนที่เมาหัวราน้ำและภาพจำขาด ๆ หาย ๆ จอยกับแจ็กตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองไม่ได้แค่เมาค้าง แต่กลายเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไปแล้วเรียบร้อย สิ่งที่ควรจะเป็นเรื่องขำ ๆ ชั่วข้ามคืนกลายเป็นปมใหญ่ที่ต้องสะสางอย่างเป็นทางการ เพราะฝ่ายหนึ่งอยากล้างความผิดพลาดนี้ให้เร็วที่สุด อีกฝ่ายก็รู้สึกว่าตัวเองถูกมัดมือชกกับคนแปลกหน้าที่ทัศนคติตรงข้ามกันทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างนิสัยการกินอยู่ ไปจนถึงเรื่องใหญ่เรื่องมุมมองชีวิต การต้องมานั่งเจรจาเรื่องการหย่า การแบ่งความรับผิดชอบ และคำถามว่าใครผิดมากกว่ากัน จึงกลายเป็นการปะทะคารมไม่หยุด ทั้งในห้องพักโรงแรม ทั้งต่อหน้าคนรอบตัว ทั้งต่อหน้าเพื่อนอย่าง เมสัน (Mason) แฟนเก่าของจอยที่ยังวนเวียนอยู่ และครอบครัวของแจ็กที่มองเรื่องนี้ด้วยสายตาเป็นห่วงปนขำ ยิ่งพยายามเอาตัวรอดจากกันมากเท่าไร ทั้งคู่ยิ่งต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นเท่านั้น

โทนของหนังจึงสนุกจากการดูคนสองขั้วพยายามใช้ชีวิตใต้หลังคาเดียวกันทั้งที่ไม่อยากมองหน้ากัน ความตลกไม่ได้มาแค่มุกตบแปะ แต่มาจากคาแรกเตอร์ที่เราคุ้นเคยในชีวิตจริง คนหนึ่งเป๊ะจนตึง อีกคนชิลจนเละ แล้วถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องประนีประนอม หนังค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงหัวเราะให้กลายเป็นความเข้าใจ เห็นด้านเปราะบางของจอยที่กลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย และเห็นด้านจริงจังของแจ็กที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเหมือนไม่เอาอะไร ความโรแมนติกเลยไม่ได้เริ่มจากดอกไม้หรือคำหวาน แต่เริ่มจากการเถียงกัน การแกล้งกัน การเรียนรู้ว่าเบื้องหลังความน่าหมั่นไส้ของอีกฝ่ายมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นเสน่ห์แบบลิ้นกับฟันของหนังรักยุคสองพันที่เชื่อว่าความรักที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มสวย แต่เริ่มจากการยอมมองคนตรงหน้าใหม่โดยไม่ตัดสินจากคืนแรกที่เจอกัน

นี่คือเหตุผลที่ หนุ่มฟุ้ง สาวเฟี้ยว เปรี้ยวรักที่เวกัส ยังหยิบมาดูเพลินได้เสมอ เคมีของดิแอซกับคุชเชอร์ลื่นไหลแบบนักแสดงคอมเมดี้ที่รับส่งกันทันจังหวะ เธอแบกความเนี๊ยบและความน่าเอาใจช่วยไว้ ส่วนเขาก็แบกความทะเล้นกับเสน่ห์แบบเด็กโตไม่เต็มที่ไว้ได้อย่างพอดี ขณะที่ทีมสมทบอย่าง ร็อบ คอร์ดดรี เล้ก เบลล์ เจสัน ซูเดคิส และ แซ็ก กาลิเฟียนากิส ในบท เดฟ เดอะ แบร์ (Dave the Bear) ก็เข้ามาเติมความป่วนแบบเพื่อนเวกัสที่ยิ่งอยู่ยิ่งวุ่น บรรยากาศทั้งเรื่องสว่าง สดใส ดูง่าย เหมาะกับคืนที่อยากหัวเราะเบา ๆ ลุ้นไปกับคู่กัดที่ไม่มีใครยอมใคร แล้วค่อย ๆ เอาใจช่วยให้ความผิดพลาดในคืนหุนหันนั้นพาพวกเขาไปเจอคำตอบบางอย่างของชีวิต ถ้าชอบหนังรักตลกพล็อต What if คืนเดียวเปลี่ยนชีวิต ชอบมุกจากการใช้ชีวิตคู่แบบจำเป็น และชอบดูพัฒนาการจากคู่เกลียดเป็นคู่เข้าใจ เรื่องนี้คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดเยอะ เปิดดูแล้วปล่อยให้แสงสีของเวกัสกับความวุ่นวายของจอยและแจ็กพาไปจนจบเรื่อง

เริ่มรับชม What Happens in Vegas