

The Untold Story 2
รายละเอียดเรื่อง The Untold Story 2
ตอนเช้าตรู่ในตึกแถวเก่าย่านจิมซาจุ่ย กลิ่นซาลาเปาไส้หมูแดงจากร้านปากซอยลอยมาแตะจมูกเหมือนทุกวัน ไม่มีใครคิดว่ากลิ่นธรรมดา ๆ แบบนี้จะกลายเป็นเงาที่ตามหลอกหลอนคนทั้งซอยไปอีกนาน ฟง (Fung) หญิงสาวเจ้าของร้านเสริมสวยเล็ก ๆ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ห้องเช่าชั้นบน ยังตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ในเมืองใหญ่ เธออยากมีร้านเป็นของตัวเอง อยากมีคนรักที่ดูแลกันได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่คำหวานชั่วคืน การปรากฏตัวของชอง (Cheung) ชายหนุ่มท่าทางสุภาพที่แวะมาตัดผมบ่อย ๆ จึงเหมือนจังหวะที่พอดี เขาอ่อนโยน เอาใจใส่ และทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ ส่วนซุนเจียจวิน (孫佳君) ถ่ายทอดความเปราะบางปนเสน่ห์ของฟงออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ขณะที่จางจิ่นเฉิง (張錦程) ก็ทำให้ชองดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นจนยากจะระแวง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเหงาและความต้องการใครสักคนค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นเป็นความผูกพันทั้งกายและใจ ฟงยอมเปิดห้อง เปิดหัวใจ และเปิดอดีตให้ชองเข้ามา ส่วนชองเองก็แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเงียบ ๆ ด้วยความเป็นห่วงที่มากเกินกว่าคนเพิ่งคบกัน แต่ยิ่งใกล้กันมากเท่าไร รอยร้าวเล็ก ๆ ก็ยิ่งชัดขึ้น คนในตึกเริ่มหายหน้าไปทีละคน ข้าวของในห้องเช่าถูกย้ายออกอย่างรีบร้อน เสียงทะเลาะกันตอนดึกดังมาจากห้องข้าง ๆ แล้วเงียบไปดื้อ ๆ ฟงเริ่มสังเกตเห็นว่าชองมีความลับที่ไม่อธิบาย มีอารมณ์อีกด้านที่โผล่มาเวลาถูกตั้งคำถาม และทุกครั้งที่เธอพยายามถอยออกมา เขากลับดึงเธอกลับไปด้วยคำสัญญาและสัมผัสที่ยากจะผละ ความรักที่เคยอบอุ่นจึงกลายเป็นความอึดอัดที่บอกใครไม่ได้ โลกของหนังคือฮ่องกงปลายยุคเก้าสิบที่ยังคละคลุ้งด้วยแสงนีออน ร้านข้าวต้มรอบดึก ห้องเช่าพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ และตรอกแคบ ๆ ที่ทุกคนรู้เรื่องของกันแต่ไม่มีใครอยากยุ่ง ตึกที่ฟงอยู่มีทั้งบราเธอร์เคย์ (Brother Kay) เจ้าของตึกจอมโวยวาย คุณยายซาน (Granny San) คนเก่าแก่ประจำตึกที่ชอบบ่นแต่สายตาแหลมคม และควน (Kuen) เพื่อนสาวคนสนิทที่คอยเตือนฟงด้วยประสบการณ์ชีวิต บรรยากาศแบบนี้คือลายเซ็นของหนังเกรดสามยุคนั้น ที่เอาความเย้ายวนแบบผู้ใหญ่มาอยู่ติดกับความเสื่อมของเมืองใหญ่ กล้องชอบจับภาพเหงื่อบนลำคอ แสงไฟสลัวในห้องนอน เสียงพัดลมกับเสียงรถข้างล่าง แล้วตัดสลับกับภาพโรงพักที่วุ่นวาย เมื่อออฟฟิเซอร์เลซี่บู๊ตส์ (Officer Lazyboots) ตำรวจหนุ่มที่ดูเหมือนไม่เอาจริงเอาจังกับอะไร รับบทโดย หวง ชิวเซิน เริ่มเข้ามาป้วนเปี้ยนถามหาคนหายในละแวกนั้น สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังฆาตกรรมทั่วไปคือมันไม่ได้เล่าแค่ใครทำอะไร แต่เล่าความปรารถนาของคนที่อยากมีใครสักคนจนยอมมองข้ามสัญญาณอันตราย ฟงไม่ใช่ผู้หญิงไร้เดียงสา เธอรู้ว่าเสน่ห์ของตัวเองมีอำนาจแค่ไหน และเธอก็ใช้มันเพื่อประคองความรักที่กำลังสั่นคลอน ขณะที่ชองก็เป็นผู้ชายที่หิวกระหายการยอมรับไม่ต่างกัน ความใกล้ชิดของทั้งคู่จึงทั้งหวานทั้งขื่น มีทั้งฉากพลอดรักในห้องแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยความต้องการแบบคนเหงาสองคนที่เจอกัน และฉากเงียบ ๆ ที่ต่างคนต่างซ่อนความคิดของตัวเองไว้ หนังค่อย ๆ ปูโทนจากอีโรติกดราม่าไปสู่ทริลเลอร์จิตวิทยา ไม่เร่ง ไม่โฉ่งฉ่าง แต่ปล่อยให้ความระแวงซึมเข้ามาทีละนิดเหมือนคราบน้ำมันบนพื้นครัว ถ้าเคยดูหนังฮ่องกงสายดาร์กยุคปลายเก้าสิบมาบ้าง จะรู้ว่ายุคนั้นกล้าเล่นกับด้านมืดของมนุษย์แบบไม่ไว้หน้า และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในงานที่คนจำได้จากบรรยากาศแบบนั้น การแสดงของหวง ชิวเซิน ในบทตำรวจที่ดูเหมือนขี้เกียจแต่จริง ๆ แล้วจมูกไวและอ่านคนขาด คือสีสันที่ช่วยผ่อนความตึงเครียด ขณะที่หลอหลานในบทคุณยายซานก็เป็นตัวละครที่เหมือนตู้เก็บความลับของตึก นี่ยังไม่นับการปะทะกันของหัวหน้าตำรวจหว่อง (Chief Superintendent Wong) กับลูกน้องในโรงพักที่สะท้อนระบบราชการแบบเหนื่อยล้า สำหรับคนดูสายหนังอาร์ที่มีเส้นเรื่องจริงจัง นี่คือหนังที่ได้ทั้งความเย้ายวนแบบผู้ใหญ่ ความระทึกที่ค่อย ๆ บีบ และกลิ่นอายฮ่องกงเก่าที่หาไม่ได้แล้วในหนังยุคนี้ เหมาะจะเปิดดูคืนวันหยุดแบบปิดไฟแล้วปล่อยให้เรื่องค่อย ๆ พาไปจนจบ
