ตัวอย่าง Mae Bia
Mae Bia

Mae Bia

แม่เบี้ย
★ 4.9/10 2015 115 นาที อีโรติก

รายละเอียดเรื่อง Mae Bia

ริมแม่น้ำสายเก่าทางภาคกลาง ที่เรือนไม้หลังใหญ่ยังยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสวนร่มครึ้มและความชื้นของฤดูฝน ตำนานเรื่องหญิงสาวผู้ผูกพันกับงูยังคงเล่าขานกันมาแต่ครั้งปู่ย่า สำหรับคนรุ่นใหม่มันอาจเป็นแค่นิทานพื้นบ้านชวนขนลุก แต่สำหรับบ้านริมน้ำหลังนี้มันคือลมหายใจที่ยังไม่เคยจางหาย กลิ่นไม้เก่า เสียงน้ำกระทบตลิ่งยามค่ำ และเงาเลื้อยที่แวบผ่านในความมืด ล้วนสร้างบรรยากาศแบบกอธิกไทย ๆ ที่ทั้งเย้ายวนและน่าหวั่นใจในคราวเดียวกัน และเมื่อกาลเวลาล่วงมาถึงปัจจุบัน บ้านหลังนั้นก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งเพื่อรอรับเจ้าของคนใหม่ เจ้าของคนนั้นคือ ชนาชล (Chanachol) นักธุรกิจหนุ่มจากเมืองกรุงที่รับบทโดย ชาคริต แย้มนาม เขาเดินทางกลับมาพร้อมกับ เมขลา (Mekhala) ภรรยาสาวสวยที่รับบทโดย Karnpitchar Ketmanee ด้วยความตั้งใจจะมาสานต่อกิจการและเริ่มต้นชีวิตคู่ให้มั่นคงท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ ชนาชลเป็นคนสมัยใหม่ เชื่อในเหตุผลและการงาน ส่วนเมขลาคือหญิงสาวผู้อ่อนไหว ละเอียดอ่อน และโหยหาความรักความใกล้ชิดจากสามีที่วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นกับงาน ทั้งคู่จึงพกทั้งความหวังและความห่างเหินติดตัวมาที่บ้านริมน้ำโดยไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีแรงดึงดูดบางอย่างรอทักทายพวกเขาอยู่ แรงดึงดูดนั้นค่อย ๆ ปรากฏตัวในรูปของหญิงสาวลึกลับผู้มีความผูกพันกับงูเห่าอย่างน่าพิศวง ท่ามกลางคนรอบตัวอย่าง ภาคภูมิ (Pakphoom) ที่รับบทโดย Jiravich Pongpaijit ชายหนุ่มผู้ใกล้ชิดกับครอบครัว ลุงทิม (Uncle Tim) ที่รับบทโดย ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ ผู้ดูแลบ้านผู้รู้เรื่องราวในอดีตดีที่สุด รวมถึง โพจน์ (Poj) ดีเรก (Direk) โกสุม (Kosum) และไหมแก้ว (Maikaew) ที่ต่างก็มีสายตาความปรารถนาและความลับของตัวเอง ความสัมพันธ์ของชนาชลกับเมขลาเริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ายหนึ่งถูกดึงดูดด้วยเสน่ห์ต้องห้าม ส่วนอีกฝ่ายก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกเข้ามาในห้องนอน จากคู่รักที่พยายามประคองกันจึงกลายเป็นสามเส้าที่มีทั้งความหึงหวง ความหลงใหล และเงาของอาถรรพ์เข้ามาพัวพัน โลกของ แม่เบี้ย ในฉบับปี 2015 นี้ไม่ได้เล่าแบบนิทานโบราณอย่างเดียว แต่ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศของชนบทไทยร่วมสมัยที่ความเชื่อเก่ายังหายใจอยู่ใต้ชีวิตสมัยใหม่ เรือนไทย ริมตลิ่ง ศาลเก่า เสียงจิ้งหรีดยามดึก และงูที่ปรากฏตัวทั้งในความจริงและความฝัน ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของแรงปรารถนาที่ทั้งสวยงามและอันตราย ผู้กำกับเลือกจะให้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนตัวละครอีกตัวหนึ่ง ที่เฝ้ามองความสัมพันธ์ของมนุษย์ด้วยสายตาเย็นเยียบ ทุกฉากกลางคืนจึงอบอวลด้วยแสงสลัว ความชื้น และความรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังเลื้อยอยู่ใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นงูจริง ๆ หรือไฟปรารถนาในใจมนุษย์ก็ตาม ในเชิงธีม หนังพูดถึงความรัก ความใคร่ และความครอบครองในฐานะด้านสองด้านของเหรียญเดียวกัน เมขลาต้องการความรักที่ลึกซึ้งและซื่อสัตย์ ขณะที่ชนาชลถูกท้าทายด้วยสัญชาตญาณดิบและความหลงใหลที่เขาไม่เคยรู้จักในเมืองใหญ่ โทนของเรื่องจึงเป็นดราม่าโรแมนติกเจือความลึกลับและอีโรติกอย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้ขายเพียงฉากวาบหวาม แต่ใช้ความเย้ายวนเพื่อเล่าความเปราะบางของชีวิตคู่ ความเหงาของผู้หญิง และความอ่อนแอของผู้ชายเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือการควบคุม ความน่ากลัวของเรื่องจึงไม่ใช่ผีหรืออสูร แต่คือการที่มนุษย์ค่อย ๆ ยอมจำนนต่อใจตัวเองทีละน้อย สิ่งที่ทำให้ แม่เบี้ย เวอร์ชันนี้ยังน่าหยิบมาดูคือการหวนกลับมาของตำนานอีโรติกคลาสสิกของไทยในภาษาภาพยนตร์ยุคใหม่ที่ประณีตขึ้น ตั้งแต่การแสดงของ ชาคริต แย้มนาม ที่ถ่ายทอดด้านสับสนและลุ่มหลงของผู้ชายที่คิดว่าตัวเองคุมทุกอย่างได้ เคมีกับ Karnpitchar Ketmanee ที่เล่นเป็นเมขลาด้วยความทั้งน่าทะนุถนอมและน่าหลงใหล ไปจนถึงกลุ่มนักแสดงสมทบที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศบ้านริมน้ำให้มีชีวิตชีวาและชวนสงสัย ใครที่ชอบหนังรักผู้ใหญ่ที่มีกลิ่นอายความเชื่อพื้นบ้าน ดราม่าชู้สาวเข้มข้น และบรรยากาศไทย ๆ ชวนขนลุก เรื่องนี้คือบทบันทึกของความปรารถนาที่ทั้งหอมหวานและมีพิษในคราวเดียว สมควรเปิดใจชมด้วยสายตาของคนดูหนังที่พร้อมจะดำดิ่งไปกับมันจนถึงฉากสุดท้าย

เรื่องนี้คือ Mae Bia

ริมแม่น้ำสายเก่าทางภาคกลาง ที่เรือนไม้หลังใหญ่ยังยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสวนร่มครึ้มและความชื้นของฤดูฝน ตำนานเรื่องหญิงสาวผู้ผูกพันกับงูยังคงเล่าขานกันมาแต่ครั้งปู่ย่า สำหรับคนรุ่นใหม่มันอาจเป็นแค่นิทานพื้นบ้านชวนขนลุก แต่สำหรับบ้านริมน้ำหลังนี้มันคือลมหายใจที่ยังไม่เคยจางหาย กลิ่นไม้เก่า เสียงน้ำกระทบตลิ่งยามค่ำ และเงาเลื้อยที่แวบผ่านในความมืด ล้วนสร้างบรรยากาศแบบกอธิกไทย ๆ ที่ทั้งเย้ายวนและน่าหวั่นใจในคราวเดียวกัน และเมื่อกาลเวลาล่วงมาถึงปัจจุบัน บ้านหลังนั้นก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งเพื่อรอรับเจ้าของคนใหม่

เจ้าของคนนั้นคือ ชนาชล (Chanachol) นักธุรกิจหนุ่มจากเมืองกรุงที่รับบทโดย ชาคริต แย้มนาม เขาเดินทางกลับมาพร้อมกับ เมขลา (Mekhala) ภรรยาสาวสวยที่รับบทโดย Karnpitchar Ketmanee ด้วยความตั้งใจจะมาสานต่อกิจการและเริ่มต้นชีวิตคู่ให้มั่นคงท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ ชนาชลเป็นคนสมัยใหม่ เชื่อในเหตุผลและการงาน ส่วนเมขลาคือหญิงสาวผู้อ่อนไหว ละเอียดอ่อน และโหยหาความรักความใกล้ชิดจากสามีที่วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นกับงาน ทั้งคู่จึงพกทั้งความหวังและความห่างเหินติดตัวมาที่บ้านริมน้ำโดยไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีแรงดึงดูดบางอย่างรอทักทายพวกเขาอยู่

แรงดึงดูดนั้นค่อย ๆ ปรากฏตัวในรูปของหญิงสาวลึกลับผู้มีความผูกพันกับงูเห่าอย่างน่าพิศวง ท่ามกลางคนรอบตัวอย่าง ภาคภูมิ (Pakphoom) ที่รับบทโดย Jiravich Pongpaijit ชายหนุ่มผู้ใกล้ชิดกับครอบครัว ลุงทิม (Uncle Tim) ที่รับบทโดย ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ ผู้ดูแลบ้านผู้รู้เรื่องราวในอดีตดีที่สุด รวมถึง โพจน์ (Poj) ดีเรก (Direk) โกสุม (Kosum) และไหมแก้ว (Maikaew) ที่ต่างก็มีสายตาความปรารถนาและความลับของตัวเอง ความสัมพันธ์ของชนาชลกับเมขลาเริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ายหนึ่งถูกดึงดูดด้วยเสน่ห์ต้องห้าม ส่วนอีกฝ่ายก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกเข้ามาในห้องนอน จากคู่รักที่พยายามประคองกันจึงกลายเป็นสามเส้าที่มีทั้งความหึงหวง ความหลงใหล และเงาของอาถรรพ์เข้ามาพัวพัน

โลกของ แม่เบี้ย ในฉบับปี 2015 นี้ไม่ได้เล่าแบบนิทานโบราณอย่างเดียว แต่ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศของชนบทไทยร่วมสมัยที่ความเชื่อเก่ายังหายใจอยู่ใต้ชีวิตสมัยใหม่ เรือนไทย ริมตลิ่ง ศาลเก่า เสียงจิ้งหรีดยามดึก และงูที่ปรากฏตัวทั้งในความจริงและความฝัน ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของแรงปรารถนาที่ทั้งสวยงามและอันตราย ผู้กำกับเลือกจะให้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนตัวละครอีกตัวหนึ่ง ที่เฝ้ามองความสัมพันธ์ของมนุษย์ด้วยสายตาเย็นเยียบ ทุกฉากกลางคืนจึงอบอวลด้วยแสงสลัว ความชื้น และความรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังเลื้อยอยู่ใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นงูจริง ๆ หรือไฟปรารถนาในใจมนุษย์ก็ตาม

ในเชิงธีม หนังพูดถึงความรัก ความใคร่ และความครอบครองในฐานะด้านสองด้านของเหรียญเดียวกัน เมขลาต้องการความรักที่ลึกซึ้งและซื่อสัตย์ ขณะที่ชนาชลถูกท้าทายด้วยสัญชาตญาณดิบและความหลงใหลที่เขาไม่เคยรู้จักในเมืองใหญ่ โทนของเรื่องจึงเป็นดราม่าโรแมนติกเจือความลึกลับและอีโรติกอย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้ขายเพียงฉากวาบหวาม แต่ใช้ความเย้ายวนเพื่อเล่าความเปราะบางของชีวิตคู่ ความเหงาของผู้หญิง และความอ่อนแอของผู้ชายเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือการควบคุม ความน่ากลัวของเรื่องจึงไม่ใช่ผีหรืออสูร แต่คือการที่มนุษย์ค่อย ๆ ยอมจำนนต่อใจตัวเองทีละน้อย

สิ่งที่ทำให้ แม่เบี้ย เวอร์ชันนี้ยังน่าหยิบมาดูคือการหวนกลับมาของตำนานอีโรติกคลาสสิกของไทยในภาษาภาพยนตร์ยุคใหม่ที่ประณีตขึ้น ตั้งแต่การแสดงของ ชาคริต แย้มนาม ที่ถ่ายทอดด้านสับสนและลุ่มหลงของผู้ชายที่คิดว่าตัวเองคุมทุกอย่างได้ เคมีกับ Karnpitchar Ketmanee ที่เล่นเป็นเมขลาด้วยความทั้งน่าทะนุถนอมและน่าหลงใหล ไปจนถึงกลุ่มนักแสดงสมทบที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศบ้านริมน้ำให้มีชีวิตชีวาและชวนสงสัย ใครที่ชอบหนังรักผู้ใหญ่ที่มีกลิ่นอายความเชื่อพื้นบ้าน ดราม่าชู้สาวเข้มข้น และบรรยากาศไทย ๆ ชวนขนลุก เรื่องนี้คือบทบันทึกของความปรารถนาที่ทั้งหอมหวานและมีพิษในคราวเดียว สมควรเปิดใจชมด้วยสายตาของคนดูหนังที่พร้อมจะดำดิ่งไปกับมันจนถึงฉากสุดท้าย

เริ่มรับชม Mae Bia