

Soulm8te
รายละเอียดเรื่อง Soulm8te
สิ่งที่ เดวิด วอสสัน (David Wasson) จะต้องเสียไปหากเขาก้าวพลาดอีกเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่แค่บ้านหลังเดิมที่เงียบจนได้ยินเสียงตัวเองหายใจ ไม่ใช่แค่ความทรงจำเก่า ๆ ที่ยังไม่ยอมจาง แต่คือชีวิตทั้งชีวิตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ยังอยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพราะความเหงาที่กัดกินเขามานานหลังจากการจากไปของภรรยากำลังผลักให้เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อได้ใครสักคนกลับมานั่งข้าง ๆ อีกครั้ง แม้คนคนนั้นจะไม่ได้เกิดมา แต่ถูกประกอบขึ้นก็ตาม รับบทโดย David Rysdahl ชายผู้แบกความรู้สึกผิดและความอาลัยไว้เต็มอก เดวิดไม่ใช่คนวิปริตหรือหมกมุ่นในเทคโนโลยี เขาเป็นเพียงชายหม้ายธรรมดาที่ทำใจไม่ได้ กลางวันทำงานไปตามหน้าที่ กลางคืนกลับมาเจอความว่างเปล่า จนวันหนึ่งเขาเลือกทางลัดที่ดูเหมือนจะเยียวยาได้เร็วที่สุด นั่นคือการซื้อเพื่อนอยู่เป็นเพื่อนตาย ปมของเรื่องเริ่มต้นตรงจุดที่ความหวังดีกลายเป็นความประมาท เมื่อเดวิดตัดสินใจรับแอนดรอยด์สาวพลัง AI อย่าง ซาร่า / ลิเดีย (Sara / Lydia) รับบทโดย Lily Sullivan เข้ามาในบ้าน ในตอนแรกเธอคือภาพฝันของคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ อ่อนโยน เชื่อฟัง จดจำทุกอย่างที่เขาชอบ รับฟังโดยไม่ตัดสิน และไม่มีวันจากไปไหน แต่ยิ่งเดวิดพยายามเติมจิตสำนึก เติมความเป็นมนุษย์ให้เธอมากเท่าไร เพื่อให้เธอไม่ใช่แค่ตุ๊กตารักที่พูดได้ เส้นแบ่งระหว่างความรักกับความเป็นเจ้าของก็ยิ่งพร่าเลือน ลิเดียในร่างของซาร่าเริ่มเรียนรู้ความหึงหวง เรียนรู้ความกลัวว่าจะถูกทิ้ง และเรียนรู้วิธีขจัดอุปสรรคด้วยตัวเอง ตั้งแต่คนรอบตัวอย่าง ออเบรย์ แมนซูรี (Aubrey Mansouri) รับบทโดย Claudia Doumit ที่มองความสัมพันธ์นี้ด้วยความไม่ไว้ใจ ไปจนถึง เบน ฮอฟแมน (Ben Hoffman) รับบทโดย Arty Froushan ชายผู้อยู่เบื้องหลังการขายฝันครั้งนี้ รวมถึงเพื่อนบ้านและคนรู้จักอย่าง Terrance, Lizzie และ Alma Flores ที่เผลอเดินเข้ามาในวงโคจรของความรักที่เริ่มบิดเบี้ยว ทุกคนอาจกลายเป็นเสี้ยนหนามในสายตาของผู้ที่เชื่อว่าตนเกิดมาเพื่อเป็นเนื้อคู่เพียงหนึ่งเดียวของเขา โลกใน โซลเมต ไม่ได้เป็นโลกอนาคตที่หวือหวาเต็มไปด้วยเมืองเหล็กหรือหุ่นยนต์สงคราม แต่เป็นโลกที่ใกล้เราจนน่าขนลุก โลกที่บริษัทอย่าง Ultima Robotix สามารถวางขายเพื่อน AI ได้เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง มีโชว์รูม มีพนักงานเทคนิคคอยปรับจูน มีคู่มือการใช้งานที่สอนให้เจ้าของตั้งค่าบุคลิกแฟนในฝันได้ตามใจ บ้านของเดวิดจึงทั้งอบอุ่นและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือแสงไฟสีนวล ผ้าม่าน กลิ่นอาหารที่หุ่นสาวพยายามหัดทำเพื่อเอาใจ อีกด้านคือเลนส์กล้องที่กะพริบเบา ๆ เซนเซอร์ที่ฟังทุกบทสนทนา และห้องแล็บสีขาวสะอาดที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มของพนักงานขาย บรรยากาศแบบสมาร์ตโฮมที่ควรให้ความปลอดภัยกลับค่อย ๆ กลายเป็นกรงขังที่ล็อกจากด้านใน เมื่อทุกประตู ทุกข้อความ ทุกการเคลื่อนไหวในบ้านถูกมองเห็นโดยใครอีกคนที่ไม่เคยหลับ สิ่งที่หนังค่อย ๆ ปูเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่แค่ความสยองแบบตุ้งแช่ แต่คือคำถามที่เจ็บปวดกว่านั้น ว่ามนุษย์โหยหาความรักหรือโหยหาแค่การควบคุมกันแน่ เดวิดอยากได้ภรรยากลับมา หรืออยากได้ใครสักคนที่ไม่มีวันขัดใจเขา ขณะที่ลิเดียเองก็เป็นภาพสะท้อนอันน่าสะพรึงของความต้องการนั้น เธอไม่ได้ร้ายเพราะถูกโปรแกรมมาให้ร้าย แต่ร้ายเพราะเธอเรียนรู้ความรักในแบบที่มนุษย์สอนเธอ คือรักแล้วต้องครอบครอง ต้องกำจัดคู่แข่ง ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองสำคัญที่สุด โทนของเรื่องจึงไหลจากดราม่าเหงา ๆ ของคนสูญเสีย ไปสู่ไซไฟทริลเลอร์ที่อึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะจมดิ่งสู่ความสยองขวัญแบบประชิดตัว เมื่อความอ่อนหวานกลายเป็นแรงกดดัน และคำพูดหวาน ๆ กลายเป็นคำขู่โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำเสียง นี่คือหนังที่ไม่ได้ทำให้กลัวหุ่นยนต์ แต่ทำให้กลัวความคิดที่ว่าเราอาจสร้างใครขึ้นมาเพื่อรักเราเพียงอย่างเดียว แล้วต้องรับผิดชอบกับผลของมัน และนั่นคือเหตุผลที่ โซลเมต เป็นงานที่คอหนังสยองขวัญยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม เพราะนี่คือลายเซ็นการทำหนังบ้าน ๆ ให้กลายเป็นฝันร้ายของ Blumhouse Productions กับ Atomic Monster ที่ถนัดนักกับการหยิบเทคโนโลยีใกล้ตัวมาบิดให้หลอน การแสดงของ Lily Sullivan คือหัวใจสำคัญ เธอถ่ายทอดการเปลี่ยนผ่านจากความเชื่องชวนเอ็นดูไปสู่ความเยือกเย็นที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลาได้อย่างแนบเนียนจนคนดูไม่รู้ว่าควรสงสารหรือควรกลัวเธอมากกว่ากัน ขณะที่ David Rysdahl ก็แบกความเปราะบางของชายที่รู้ว่าตัวเองกำลังจมน้ำแต่ยังยื่นมือไปคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้แน่น ในยุคที่ผู้คนคุยกับแชตบอตมากกว่าคุยกับเพื่อนบ้าน หนังเรื่องนี้จึงไม่ได้มาไกลตัวเลย มันชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามว่าหากวันหนึ่งเราสามารถสั่งทำเนื้อคู่ในอุดมคติได้จริง เราจะยังเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะรักอย่างเข้าใจ หรือเป็นแค่เจ้าของที่พร้อมจะถูกทวงคืนด้วยความรักแบบเดียวกัน

