City of Romance

City of Romance

รักหลอก อยากบอกว่ารัก
★ 7.0/10 2025 32 นาที ซีรีส์ หนังชีวิต

รายละเอียดเรื่อง City of Romance

สิ่งที่ ไป๋เสี่ยวตั๋ว (Bai Xiaoduo) กลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับได้ว่าโกหก แต่คือวันที่คำโกหกทั้งหมดของเธอใช้การไม่ได้อีกต่อไป เพราะสำหรับเธอ คำพูดที่ไม่จริงเหล่านั้นไม่เคยเป็นแค่เล่ห์เหลี่ยม หากคือกำแพงด่านสุดท้ายที่กั้นระหว่างตัวตนอันเปราะบางกับโลกที่พร้อมจะตัดสินเธออยู่ตลอดเวลา หากกำแพงนั้นถล่มลงตรงหน้าผู้ชายอย่าง ซูเหยียนเฉิง (Su Yancheng) นักวาดการ์ตูนอัจฉริยะผู้ยึดมั่นในความจริงแบบสุดขั้วและรังเกียจการหลอกลวงทุกรูปแบบ เธอไม่ได้เสี่ยงแค่เสียความไว้ใจ แต่เสี่ยงที่จะต้องเปลือยหัวใจให้ใครสักคนเห็นเป็นครั้งแรก ในอีกด้าน ซูเหยียนเฉิงเองก็มีสิ่งที่ต้องเสียไม่ต่างกัน หากเขายอมผ่อนปรนให้กับคำโกหกเพียงครั้งเดียว นั่นเท่ากับเขาต้องยอมรับว่าโลกไม่ได้ขาวดำอย่างที่เขาเชื่อมาตลอด และการยึดมั่นในความถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจปกป้องใครไม่ได้เลย ซีรีส์เรื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยคนสองขั้วที่แทบไม่มีทางจะเข้าใจกันได้เลย การพบกันของ ไป๋เสี่ยวตั๋ว หญิงสาวผู้ใช้รอยยิ้มและเรื่องแต่งเล็ก ๆ ประคองตัวเองผ่านไปในแต่ละวัน กับ ซูเหยียนเฉิง ชายหนุ่มผู้ใช้ปลายปากกาเล่าโลกในแบบที่เขาอยากให้มันซื่อตรง ซึ่งถ่ายทอดโดย 余承恩 ที่เก็บความนิ่ง ความเฉียบ และแผลซ่อนลึกของคนเก่งที่เข้ากับคนไม่เก่งได้อย่างมีมิติ ขณะที่ 王子璇 ก็สวมบท ไป๋เสี่ยวตั๋ว ได้อย่างน่าเห็นใจ เธอไม่ใช่คนร้าย ไม่ใช่นางเอกผู้ใสซื่อ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาที่โกหกเพราะกลัวจะถูกทิ้ง สมทบด้วยตัวละครแวดล้อมอย่าง Yu Shubo ที่รับบทโดย 高茂桐 เพื่อนผู้คอยตั้งคำถามกับทางเลือกของทั้งคู่ Lin Xiaomiao โดย 林柒予 Xiao Yang โดย 徐滨 ไปจนถึง Yu Chi และ He Rui ที่ค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าแต่ละคนต่างก็มีเรื่องที่ไม่กล้าพูดตรง ๆ เป็นของตัวเอง ความสัมพันธ์ทั้งหมดจึงไม่ใช่แค่เลิฟไลน์ แต่เป็นภาพสะท้อนของคนที่กำลังเรียนรู้จะเติบโตไปพร้อมกัน ฉากหลังของ 漫城 หรือ City of Romance ไม่ใช่เมืองแฟนตาซี หากคือเมืองปัจจุบันของคนหนุ่มสาวที่หมกมุ่นอยู่กับงานสร้างสรรค์ ความฝัน และเส้นตาย กลิ่นของหมึก สตูดิโอการ์ตูนเล็ก ๆ ห้องเช่ารก ๆ คาเฟ่ยามดึก และบอร์ดงานที่แปะความหวังไว้เต็มไปหมด กลายเป็นพื้นที่ที่ความจริงกับจินตนาการอยู่ใกล้กันแค่เส้นบาง ๆ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับพล็อตที่ว่าด้วยนักวาดการ์ตูน เพราะอาชีพนี้คืออาชีพที่ต้องแต่งเรื่องให้คนเชื่อ แต่ตัวคนแต่งกลับเรียกร้องหาความจริงอันสมบูรณ์ งานภาพของซีรีส์จาก iQiyi ชุดนี้จึงอบอวลด้วยโทนอบอุ่นแบบหนังชีวิตยุคใหม่ ไม่เร่ง ไม่บีบ แต่ปล่อยให้บทสนทนา สายตา และความเงียบระหว่างบรรทัดทำหน้าที่เล่าเรื่อง เมืองทั้งเมืองเลยดูเหมือนสมุดสเกตช์เล่มใหญ่ที่ตัวละครทุกคนกำลังพยายามวาดตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยไม่รู้ว่ายางลบจะลบอดีตออกได้จริงหรือไม่ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากงานโรแมนซ์ทั่วไปคือมันไม่ได้ขายความหวาน หากขายกระบวนการฮีลใจที่ช้า เจ็บ และจริง ทุกครั้งที่ ไป๋เสี่ยวตั๋ว ต้องเผชิญหน้ากับความจริงโดยไม่มีบทโกหกให้หลบหลัง และทุกครั้งที่ ซูเหยียนเฉิง ต้องเรียนรู้ว่าความซื่อสัตย์ที่ไร้ความเข้าใจก็ทำร้ายคนได้ไม่ต่างจากคำโกหก หัวใจคนดูจะถูกเขย่าเบา ๆ แบบไม่รู้ตัว ซีรีส์ค่อย ๆ พาไปสำรวจว่าคำโกหกบางคำเกิดเพราะอยากหนี บางคำเกิดเพราะไม่อยากทำร้ายใคร และบางคำก็กลายเป็นคุกที่ขังเจ้าของไว้ข้างใน ขณะเดียวกันความเกลียดคำโกหกก็ไม่ใช่คุณธรรมที่บริสุทธิ์เสมอไป หากมันคือความกลัวอีกรูปแบบหนึ่ง กลัวจะไว้ใจผิดคน ดราม่าของเรื่องจึงไม่ได้มาจากเหตุการณ์ใหญ่โต แต่มาจากการเปลี่ยนท่าทีเล็ก ๆ การยอมฟังกันนานขึ้นอีกนิด การกล้าพูดว่าเจ็บโดยไม่ต้องแต่งเรื่อง เป็นอารมณ์แบบที่คนเคยมีแผลจะเข้าใจดีว่ากว่าจะหาย มันต้องผ่านคืนที่ยาวนานแค่ไหน ตลอดทั้งซีซันที่ออกอากาศจบครบแล้ว ผู้ชมจะได้เห็นเส้นเรื่องหลักค่อย ๆ เปลี่ยนรูป จากการปะทะกันของคนสองความคิด ไปสู่การเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกันอย่างไม่รู้ตัว จากคนที่จ้องจะจับผิด ไปสู่คนที่อยากเข้าใจ จากคนที่หนีความจริง ไปสู่คนที่เริ่มกล้าซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากสะสมผ่านเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ของหนังชีวิตที่จริงใจกับความรู้สึกมนุษย์ หากคุณกำลังมองหาซีรีส์จีนที่ไม่ได้มีแค่เลิฟซีนให้จิกหมอน แต่ชวนให้กลับมามองตัวเองว่าเราเคยโกหกเพื่อปกป้องอะไร และเคยเรียกร้องความจริงจากใครโดยลืมโอบอุ้มความรู้สึกเขาหรือเปล่า รักหลอก อยากบอกว่ารัก คือเรื่องที่ควรเปิดใจดูสักครั้ง แล้วปล่อยให้เรื่องของคนสองคนที่ไม่น่าจะรักกันได้เลย ค่อย ๆ บอกเราว่าบางทีคนที่ทิ่มแทงเราที่สุดในวันแรก อาจกลายเป็นคนที่สอนให้เรารักษาหัวใจตัวเองเป็นในวันสุดท้าย

เรื่องนี้คือ City of Romance

สิ่งที่ ไป๋เสี่ยวตั๋ว (Bai Xiaoduo) กลัวที่สุดไม่ใช่การถูกจับได้ว่าโกหก แต่คือวันที่คำโกหกทั้งหมดของเธอใช้การไม่ได้อีกต่อไป เพราะสำหรับเธอ คำพูดที่ไม่จริงเหล่านั้นไม่เคยเป็นแค่เล่ห์เหลี่ยม หากคือกำแพงด่านสุดท้ายที่กั้นระหว่างตัวตนอันเปราะบางกับโลกที่พร้อมจะตัดสินเธออยู่ตลอดเวลา หากกำแพงนั้นถล่มลงตรงหน้าผู้ชายอย่าง ซูเหยียนเฉิง (Su Yancheng) นักวาดการ์ตูนอัจฉริยะผู้ยึดมั่นในความจริงแบบสุดขั้วและรังเกียจการหลอกลวงทุกรูปแบบ เธอไม่ได้เสี่ยงแค่เสียความไว้ใจ แต่เสี่ยงที่จะต้องเปลือยหัวใจให้ใครสักคนเห็นเป็นครั้งแรก ในอีกด้าน ซูเหยียนเฉิงเองก็มีสิ่งที่ต้องเสียไม่ต่างกัน หากเขายอมผ่อนปรนให้กับคำโกหกเพียงครั้งเดียว นั่นเท่ากับเขาต้องยอมรับว่าโลกไม่ได้ขาวดำอย่างที่เขาเชื่อมาตลอด และการยึดมั่นในความถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจปกป้องใครไม่ได้เลย

ซีรีส์เรื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยคนสองขั้วที่แทบไม่มีทางจะเข้าใจกันได้เลย การพบกันของ ไป๋เสี่ยวตั๋ว หญิงสาวผู้ใช้รอยยิ้มและเรื่องแต่งเล็ก ๆ ประคองตัวเองผ่านไปในแต่ละวัน กับ ซูเหยียนเฉิง ชายหนุ่มผู้ใช้ปลายปากกาเล่าโลกในแบบที่เขาอยากให้มันซื่อตรง ซึ่งถ่ายทอดโดย 余承恩 ที่เก็บความนิ่ง ความเฉียบ และแผลซ่อนลึกของคนเก่งที่เข้ากับคนไม่เก่งได้อย่างมีมิติ ขณะที่ 王子璇 ก็สวมบท ไป๋เสี่ยวตั๋ว ได้อย่างน่าเห็นใจ เธอไม่ใช่คนร้าย ไม่ใช่นางเอกผู้ใสซื่อ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาที่โกหกเพราะกลัวจะถูกทิ้ง สมทบด้วยตัวละครแวดล้อมอย่าง Yu Shubo ที่รับบทโดย 高茂桐 เพื่อนผู้คอยตั้งคำถามกับทางเลือกของทั้งคู่ Lin Xiaomiao โดย 林柒予 Xiao Yang โดย 徐滨 ไปจนถึง Yu Chi และ He Rui ที่ค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าแต่ละคนต่างก็มีเรื่องที่ไม่กล้าพูดตรง ๆ เป็นของตัวเอง ความสัมพันธ์ทั้งหมดจึงไม่ใช่แค่เลิฟไลน์ แต่เป็นภาพสะท้อนของคนที่กำลังเรียนรู้จะเติบโตไปพร้อมกัน

ฉากหลังของ 漫城 หรือ City of Romance ไม่ใช่เมืองแฟนตาซี หากคือเมืองปัจจุบันของคนหนุ่มสาวที่หมกมุ่นอยู่กับงานสร้างสรรค์ ความฝัน และเส้นตาย กลิ่นของหมึก สตูดิโอการ์ตูนเล็ก ๆ ห้องเช่ารก ๆ คาเฟ่ยามดึก และบอร์ดงานที่แปะความหวังไว้เต็มไปหมด กลายเป็นพื้นที่ที่ความจริงกับจินตนาการอยู่ใกล้กันแค่เส้นบาง ๆ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับพล็อตที่ว่าด้วยนักวาดการ์ตูน เพราะอาชีพนี้คืออาชีพที่ต้องแต่งเรื่องให้คนเชื่อ แต่ตัวคนแต่งกลับเรียกร้องหาความจริงอันสมบูรณ์ งานภาพของซีรีส์จาก iQiyi ชุดนี้จึงอบอวลด้วยโทนอบอุ่นแบบหนังชีวิตยุคใหม่ ไม่เร่ง ไม่บีบ แต่ปล่อยให้บทสนทนา สายตา และความเงียบระหว่างบรรทัดทำหน้าที่เล่าเรื่อง เมืองทั้งเมืองเลยดูเหมือนสมุดสเกตช์เล่มใหญ่ที่ตัวละครทุกคนกำลังพยายามวาดตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยไม่รู้ว่ายางลบจะลบอดีตออกได้จริงหรือไม่

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากงานโรแมนซ์ทั่วไปคือมันไม่ได้ขายความหวาน หากขายกระบวนการฮีลใจที่ช้า เจ็บ และจริง ทุกครั้งที่ ไป๋เสี่ยวตั๋ว ต้องเผชิญหน้ากับความจริงโดยไม่มีบทโกหกให้หลบหลัง และทุกครั้งที่ ซูเหยียนเฉิง ต้องเรียนรู้ว่าความซื่อสัตย์ที่ไร้ความเข้าใจก็ทำร้ายคนได้ไม่ต่างจากคำโกหก หัวใจคนดูจะถูกเขย่าเบา ๆ แบบไม่รู้ตัว ซีรีส์ค่อย ๆ พาไปสำรวจว่าคำโกหกบางคำเกิดเพราะอยากหนี บางคำเกิดเพราะไม่อยากทำร้ายใคร และบางคำก็กลายเป็นคุกที่ขังเจ้าของไว้ข้างใน ขณะเดียวกันความเกลียดคำโกหกก็ไม่ใช่คุณธรรมที่บริสุทธิ์เสมอไป หากมันคือความกลัวอีกรูปแบบหนึ่ง กลัวจะไว้ใจผิดคน ดราม่าของเรื่องจึงไม่ได้มาจากเหตุการณ์ใหญ่โต แต่มาจากการเปลี่ยนท่าทีเล็ก ๆ การยอมฟังกันนานขึ้นอีกนิด การกล้าพูดว่าเจ็บโดยไม่ต้องแต่งเรื่อง เป็นอารมณ์แบบที่คนเคยมีแผลจะเข้าใจดีว่ากว่าจะหาย มันต้องผ่านคืนที่ยาวนานแค่ไหน

ตลอดทั้งซีซันที่ออกอากาศจบครบแล้ว ผู้ชมจะได้เห็นเส้นเรื่องหลักค่อย ๆ เปลี่ยนรูป จากการปะทะกันของคนสองความคิด ไปสู่การเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกันอย่างไม่รู้ตัว จากคนที่จ้องจะจับผิด ไปสู่คนที่อยากเข้าใจ จากคนที่หนีความจริง ไปสู่คนที่เริ่มกล้าซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากสะสมผ่านเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ของหนังชีวิตที่จริงใจกับความรู้สึกมนุษย์ หากคุณกำลังมองหาซีรีส์จีนที่ไม่ได้มีแค่เลิฟซีนให้จิกหมอน แต่ชวนให้กลับมามองตัวเองว่าเราเคยโกหกเพื่อปกป้องอะไร และเคยเรียกร้องความจริงจากใครโดยลืมโอบอุ้มความรู้สึกเขาหรือเปล่า รักหลอก อยากบอกว่ารัก คือเรื่องที่ควรเปิดใจดูสักครั้ง แล้วปล่อยให้เรื่องของคนสองคนที่ไม่น่าจะรักกันได้เลย ค่อย ๆ บอกเราว่าบางทีคนที่ทิ่มแทงเราที่สุดในวันแรก อาจกลายเป็นคนที่สอนให้เรารักษาหัวใจตัวเองเป็นในวันสุดท้าย

เริ่มรับชม City of Romance

1 Episode 1
2 Episode 2
3 Episode 3
4 Episode 4
5 Episode 5
6 Episode 6
7 Episode 7
8 Episode 8
9 Episode 9
10 Episode 10
11 Episode 11
12 Episode 12
13 Episode 13
14 Episode 14
15 Episode 15
16 Episode 16
17 Episode 17
18 Episode 18
19 Episode 19
20 Episode 20
21 Episode 21
22 Episode 22