

The Myth
รายละเอียดเรื่อง The Myth
ท่ามกลางกองหินที่ถูกแดดเผาจนร้อนระอุในเขตโบราณสถานของอินเดีย วัตถุสองชิ้นถูกงัดขึ้นจากใต้ดินพร้อมกัน ชิ้นหนึ่งคือดาบสำริดที่สนิมเกาะจนเห็นลวดลายมังกรของราชวงศ์ฉินอย่างเลือนราง อีกชิ้นคือหินประหลาดก้อนเล็ก ๆ ที่แทนจะร่วงลงพื้นตามน้ำหนักของมัน กลับลอยค้างอยู่กลางอากาศนิ่ง ๆ ราวกับไม่ยอมรับกฎของโลกใบนี้ ภาพนั้นทั้งเงียบและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เพราะมันไม่ใช่แค่ของเก่า แต่มันเหมือนประตูที่ยังปิดไม่สนิทระหว่างอดีตอันไกลโพ้นกับปัจจุบัน และคนที่ยืนจ้องมันนิ่งที่สุดในหลุมขุดนั้นคือ ดร.แจ็ค (Dr. Jack Chan) นักโบราณคดีผู้คุ้นเคยกับซากปรักหักพังมากกว่าห้องบรรยาย เขาไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์ปาฏิหาริย์ แต่มาเพราะความฝันซ้ำ ๆ ที่ตามหลอกหลอนเขามานาน ฝันถึงชุดเกราะ ฝันถึงสนามรบ และฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยพบในชีวิตจริง แจ็คไม่ได้เดินทางลำพัง ข้างกายเขามี วิลเลียม (William) เพื่อนสนิทที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อในสิ่งที่วัดได้มากกว่าสิ่งที่เล่าต่อกันมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คือหัวใจของเรื่องในฝั่งปัจจุบัน ด้านหนึ่งคือคนหน้างานที่เชื่อสัญชาตญาณจากภาคสนาม อีกด้านคือคนห้องแล็บที่อยากแยกทุกอย่างออกเป็นสูตรและผลประโยชน์ โดยมี ซาแมนธา (Samantha) หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์และความทะเยอทะยาน และศาสตราจารย์กู (Professor Koo) ผู้คร่ำหวอดในวงการเข้ามาเกี่ยวพันกับการค้นพบครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ในอีกฟากของกาลเวลา ชายที่หน้าตาเหมือนแจ็คทุกกระเบียดนิ้วกลับมีชีวิตอยู่ในชื่อ แม่ทัพเหมิงอี้ (General Meng Yi) ขุนศึกคู่พระทัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้ได้รับมอบภารกิจให้ไปรับตัว องค์หญิงอ๊กซู (Princess Ok Soo) เจ้าหญิงจากแคว้นเกาหลีเพื่อมาเป็นพระสนม การเดินทางที่ควรเป็นเพียงราชโองการ กลับกลายเป็นความผูกพันที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางขบวนเกวียน ทะเลทราย และคมดาบของศัตรูที่ดักซุ่มอยู่ทุกหุบเขา ยิ่งแจ็คเข้าใกล้ความจริงของดาบและหินลอยได้มากเท่าไร เส้นแบ่งระหว่างสองโลกก็ยิ่งบางลงเท่านั้น ในฝั่งอดีต เหมิงอี้ต้องนำทัพฝ่าวงล้อมของกบฏที่นำโดยแม่ทัพเจ้า กวง (Rebel General Zhao Kuang) และขุนพลคนอื่น ๆ ที่หวังล้มราชวงศ์ฉิน ขณะเดียวกันก็ต้องคุ้มครององค์หญิงที่เขามีใจให้ ทั้งที่รู้ดีว่านางคือบรรณาการแด่องค์จักรพรรดิ ความภักดีต่อแผ่นดินกับความรู้สึกในหัวใจจึงดึงเขาไปคนละทางอย่างโหดร้าย ส่วนในฝั่งปัจจุบัน การค้นพบสุสานที่ไม่มีในแผนที่ได้นำไปสู่การแย่งชิงที่อันตรายไม่แพ้สงครามโบราณ เพราะเมื่อวัตถุที่ต้านแรงโน้มถ่วงได้ปรากฏขึ้น มันไม่ได้ดึงดูดแค่นักวิชาการ แต่ดึงดูดคนโลภที่พร้อมจะขุด ทำลาย และหักหลังเพื่อครอบครองพลังที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ฉากแอ็กชันแบบฉบับ เฉินหลง ที่ผาดโผนแต่ยังแฝงอารมณ์ขันจึงค่อย ๆ ทวีความดุเดือด จากการตะลุมบอนในโรงงานกระดาษไปจนถึงการรบกลางทัพใหญ่ที่ใช้คนจริง ม้าจริง และความยิ่งใหญ่ของภูมิประเทศเป็นฉากหลัง สิ่งที่ทำให้ ดาบทะลุฟ้า ฟัดทะลุเวลา แตกต่างจากหนังผจญภัยล่าสมบัติทั่วไปของยุคสองพันต้น ๆ ก็คือมันไม่ได้ถามเพียงว่าสมบัติอยู่ที่ไหน แต่ถามว่าความทรงจำของคนเราข้ามภพข้ามชาติได้จริงหรือไม่ หนังใช้โครงเรื่องแบบนิทานปรัมปราที่คนจีนคุ้นเคย เรื่องการกลับชาติมาเกิด การติดค้างในคำสัญญา และการเวียนว่ายของวิญญาณ มาผูกเข้ากับไซไฟเล็ก ๆ อย่างแนวคิดเรื่องสสารต้านแรงโน้มถ่วงและอุโมงค์กาลเวลาได้อย่างแนบเนียน ความรักของเหมิงอี้และอ๊กซูที่เล่นโดย คิมฮีซอน ด้วยท่าทีอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว จึงไม่ใช่แค่เลิฟซีนในหนังสงคราม แต่เป็นภาพสะท้อนของความฝันของแจ็ค เป็นความรู้สึกผิดที่ไม่มีที่มา เป็นความคิดถึงที่ไม่มีต้นตอ ขณะที่การแสดงของ เหลียงเจียฮุย ในบทวิลเลียมก็เติมมิติของเพื่อนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากคนร่วมอุดมการณ์เป็นคนที่ถูกความอยากได้บังตา ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าความเป็นเพื่อนจะทนแรงดึงของกาลเวลาและผลประโยชน์ได้นานแค่ไหน นี่คือหนังที่พาคนดูเดินทางไกลทั้งระยะทางและเวลา จากตึกกระจกในฮ่องกงไปสู่สุสานใต้ธารน้ำแข็ง จากห้องทดลองวิทยาศาสตร์ไปสู่ท้องพระโรงของราชวงศ์ฉิน มีทั้งรอยยิ้มจากการหยอกล้อแบบกังฟูคอมเมดี้ มีทั้งความตื่นตาของฉากสตันต์ที่ปีนป่าย กระโดด และต่อสู้อย่างถึงพริกถึงขิง และมีทั้งความหน่วงในใจจากเรื่องราวของคนสองคนที่รักกันผิดที่ผิดเวลา หากคุณคิดถึงหนังผจญภัยสเกลใหญ่ที่เล่าเรื่องด้วยหัวใจแบบโบราณ แต่ห่อหุ้มด้วยจินตนาการแบบใหม่ เรื่องนี้คือการเดินทางที่ควรเปิดใจดูสักครั้ง เพื่อไปค้นพร้อมกันว่าสิ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นคือหิน คือความลับของจักรวาล หรือคือความรักที่หนักแน่นจนแม้แต่กาลเวลาก็ยังวางมันลงไม่ได้

