ตัวอย่าง Catch Me If You Can
Catch Me If You Can

Catch Me If You Can

จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง
★ 8.0/10 2002 141 นาที ภาพยนตร์ หนังชีวิต อาชญากรรม

รายละเอียดเรื่อง Catch Me If You Can

ชุดนักบินสีน้ำเงินเข้มเดินฝ่าฝูงชนในโถงสนามบินอย่างมั่นใจ แอร์โฮสเตสยิ้มให้ พนักงานภาคพื้นหลีกทางให้ผ่านเข้าช่องพิเศษโดยไม่ขอดูเอกสารสักแผ่น ไม่มีใครเอะใจเลยว่าคนในเครื่องแบบสุดเนี้ยบคนนั้นยังเป็นแค่วัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ ภาพนั้นคือประตูบานแรกที่ดึงเราตกลงไปในโลกของ จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง โลกของอเมริกาในช่วงกลางยุคหกสิบที่ทุกอย่างยังขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ กระดาษเช็คหนึ่งใบ ลายเซ็นสวย ๆ สักลาย กับท่าทีที่นิ่งพอ จะพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิด หนังค่อย ๆ ให้เราได้กลิ่นของหมึกพิมพ์เช็ค แสงไฟในล็อบบี้โรงแรม เสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง และห้องทำงานอับ ๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ บรรยากาศทั้งหอมหวานและเปราะบาง ราวกับเมืองทั้งเมืองพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ หัวใจของเรื่องไม่ได้อยู่ที่กลโกง แต่อยู่ที่ครอบครัวที่แตกร้าวของเด็กคนนั้น แฟรงก์ อบาเนล จูเนียร์ (Frank Abagnale Jr.) ที่รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ เติบโตมาในบ้านที่พ่อกับแม่รักกันมาก พ่อของเขา แฟรงก์ อบาเนล (Frank Abagnale) ที่เล่นโดย คริสโตเฟอร์ วอลเคน เป็นนักฝันผู้มีวาทศิลป์แพรวพราว ส่วนแม่ พอล่า อบาเนล (Paula Abagnale) คือศูนย์กลางความอบอุ่นของบ้าน เมื่อวันหนึ่งความรักนั้นพังลงตรงหน้าเด็กอายุสิบหก โลกทั้งใบของเขาก็เอียงไปพร้อมกัน เขาไม่ได้หนีออกจากบ้านเพราะอยากเป็นอาชญากร แต่หนีเพราะไม่รู้จะเลือกอยู่ข้างใคร อีกฟากหนึ่งคือ คาร์ล แฮนแรตตี้ (Carl Hanratty) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่รับบทโดย ทอม แฮงส์ ชายวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในแฟ้มคดีและห้องทำงานแคบ ๆ จนแทบไม่มีชีวิตส่วนตัวเหลือ การไล่ล่าของเขาจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากหน้าที่ราชการไปเป็นความผูกพันประหลาด ๆ เหมือนผู้ใหญ่สองคนที่ผลัดกันเป็นพ่อและเป็นเงาให้เด็กที่หลงทางคนเดียวกัน จากเช็คฉบับเล็ก ๆ ที่ปลอมลายเซ็นอย่างลวก ๆ เพื่อแลกเป็นเงินค่ากินอยู่ ความกล้าของแฟรงก์ก็ค่อย ๆ ขยายตัวไปพร้อมกับจินตนาการ เขาเรียนรู้ว่าเครื่องแบบคือเกราะที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนักบินผู้ช่วยที่ขอขึ้นเครื่องฟรีไปทั่วประเทศ หมอหนุ่มในโรงพยาบาลใหญ่ หรือทนายหนุ่มไฟแรงในสำนักงานกฎหมาย ทุกบทบาทเขาไม่ได้แค่สวมเสื้อผ้า แต่สวมทั้งคำพูด ท่าทาง และความมั่นใจจนคนรอบข้างยอมเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม ขณะเดียวกันวงล้อมของแฮนแรตตี้ก็กระชับเข้ามาทีละนิด จากร่องรอยในโรงแรมราคาถูก จากคำบอกเล่าของพนักงานธนาคาร ไปจนถึงคืนวันคริสต์มาสที่ต้องนั่งเฝ้าโทรศัพท์เพียงลำพัง ความสัมพันธ์กับ เบรนด้า สตรอง (Brenda Strong) ที่รับบทโดย เอมี แอดัมส์ พยาบาลสาวจิตใจดี ยิ่งทำให้เดิมพันสูงขึ้น เพราะครั้งแรกที่เขาอยากหยุดวิ่งและอยากเป็นตัวเองจริง ๆ ก็คือตอนที่เขามีความรักที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ต่างจากหนังต้มตุ๋นทั่วไปคือมันไม่ได้ชวนเราทึ่งกับเทคนิคการปลอมแปลง แต่มันชวนเราเข้าใจว่าทำไมเด็กคนหนึ่งต้องปลอมเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา ยุคหกสิบคือยุคที่อเมริกายังเชื่อในภาพลักษณ์ เชื่อว่าคนในเครื่องแบบคือคนดี คนพูดจาฉะฉานคือคนเก่ง และครอบครัวที่สมบูรณ์คือความปกติ แฟรงก์จึงเป็นทั้งผลผลิตและรอยร้าวของความเชื่อนั้น เขาแสดงเก่งเพราะโลกสอนให้เขาแสดง เขาโกหกเก่งเพราะความจริงในบ้านเจ็บเกินกว่าจะพูดตรง ๆ ทุกครั้งที่เขาหนีได้สำเร็จ มันจึงไม่ใช่ชัยชนะที่น่าสะใจ แต่เป็นความเหงาที่พอกพูนขึ้น เหมือนเด็กที่วิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าปลายทางที่อยากไปจริง ๆ คือโต๊ะอาหารที่พ่อกับแม่ยังนั่งอยู่พร้อมหน้ากัน นี่คือหนังที่สนุกแบบวางไม่ลงตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็อบอุ่นและเศร้าในเวลาเดียวกัน การประชันกันของ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ในช่วงวัยหนุ่มที่ทั้งทะเล้น เปราะบาง และน่าเห็นใจ กับ ทอม แฮงส์ ในบทเจ้าหน้าที่ผู้ซื่อสัตย์จนดูเหงาจับใจ คือการไล่จับที่เหมือนเกมแมวกับหนู แต่คนดูจะรู้สึกเหมือนกำลังดูคนสองคนที่ขาดหายบางอย่างเหมือนกันค่อย ๆ เดินเข้าหากัน ใครที่ชอบหนังอาชญากรรมที่มีหัวใจ หนังชีวิตที่เล่าอย่างมีชั้นเชิง และบรรยากาศย้อนยุคที่เก็บรายละเอียดอย่างประณีต เรื่องนี้คือคำตอบที่ควรเปิดดูสักครั้ง แล้วปล่อยให้เด็กหนุ่มในชุดนักบินคนนั้นพาคุณบินไปไกลเท่าที่เขากล้าฝัน

เรื่องนี้คือ Catch Me If You Can

ชุดนักบินสีน้ำเงินเข้มเดินฝ่าฝูงชนในโถงสนามบินอย่างมั่นใจ แอร์โฮสเตสยิ้มให้ พนักงานภาคพื้นหลีกทางให้ผ่านเข้าช่องพิเศษโดยไม่ขอดูเอกสารสักแผ่น ไม่มีใครเอะใจเลยว่าคนในเครื่องแบบสุดเนี้ยบคนนั้นยังเป็นแค่วัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ ภาพนั้นคือประตูบานแรกที่ดึงเราตกลงไปในโลกของ จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง โลกของอเมริกาในช่วงกลางยุคหกสิบที่ทุกอย่างยังขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ กระดาษเช็คหนึ่งใบ ลายเซ็นสวย ๆ สักลาย กับท่าทีที่นิ่งพอ จะพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิด หนังค่อย ๆ ให้เราได้กลิ่นของหมึกพิมพ์เช็ค แสงไฟในล็อบบี้โรงแรม เสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง และห้องทำงานอับ ๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ บรรยากาศทั้งหอมหวานและเปราะบาง ราวกับเมืองทั้งเมืองพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ

หัวใจของเรื่องไม่ได้อยู่ที่กลโกง แต่อยู่ที่ครอบครัวที่แตกร้าวของเด็กคนนั้น แฟรงก์ อบาเนล จูเนียร์ (Frank Abagnale Jr.) ที่รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ เติบโตมาในบ้านที่พ่อกับแม่รักกันมาก พ่อของเขา แฟรงก์ อบาเนล (Frank Abagnale) ที่เล่นโดย คริสโตเฟอร์ วอลเคน เป็นนักฝันผู้มีวาทศิลป์แพรวพราว ส่วนแม่ พอล่า อบาเนล (Paula Abagnale) คือศูนย์กลางความอบอุ่นของบ้าน เมื่อวันหนึ่งความรักนั้นพังลงตรงหน้าเด็กอายุสิบหก โลกทั้งใบของเขาก็เอียงไปพร้อมกัน เขาไม่ได้หนีออกจากบ้านเพราะอยากเป็นอาชญากร แต่หนีเพราะไม่รู้จะเลือกอยู่ข้างใคร อีกฟากหนึ่งคือ คาร์ล แฮนแรตตี้ (Carl Hanratty) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่รับบทโดย ทอม แฮงส์ ชายวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในแฟ้มคดีและห้องทำงานแคบ ๆ จนแทบไม่มีชีวิตส่วนตัวเหลือ การไล่ล่าของเขาจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากหน้าที่ราชการไปเป็นความผูกพันประหลาด ๆ เหมือนผู้ใหญ่สองคนที่ผลัดกันเป็นพ่อและเป็นเงาให้เด็กที่หลงทางคนเดียวกัน

จากเช็คฉบับเล็ก ๆ ที่ปลอมลายเซ็นอย่างลวก ๆ เพื่อแลกเป็นเงินค่ากินอยู่ ความกล้าของแฟรงก์ก็ค่อย ๆ ขยายตัวไปพร้อมกับจินตนาการ เขาเรียนรู้ว่าเครื่องแบบคือเกราะที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนักบินผู้ช่วยที่ขอขึ้นเครื่องฟรีไปทั่วประเทศ หมอหนุ่มในโรงพยาบาลใหญ่ หรือทนายหนุ่มไฟแรงในสำนักงานกฎหมาย ทุกบทบาทเขาไม่ได้แค่สวมเสื้อผ้า แต่สวมทั้งคำพูด ท่าทาง และความมั่นใจจนคนรอบข้างยอมเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม ขณะเดียวกันวงล้อมของแฮนแรตตี้ก็กระชับเข้ามาทีละนิด จากร่องรอยในโรงแรมราคาถูก จากคำบอกเล่าของพนักงานธนาคาร ไปจนถึงคืนวันคริสต์มาสที่ต้องนั่งเฝ้าโทรศัพท์เพียงลำพัง ความสัมพันธ์กับ เบรนด้า สตรอง (Brenda Strong) ที่รับบทโดย เอมี แอดัมส์ พยาบาลสาวจิตใจดี ยิ่งทำให้เดิมพันสูงขึ้น เพราะครั้งแรกที่เขาอยากหยุดวิ่งและอยากเป็นตัวเองจริง ๆ ก็คือตอนที่เขามีความรักที่ต้องรักษาไว้ให้ได้

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ต่างจากหนังต้มตุ๋นทั่วไปคือมันไม่ได้ชวนเราทึ่งกับเทคนิคการปลอมแปลง แต่มันชวนเราเข้าใจว่าทำไมเด็กคนหนึ่งต้องปลอมเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา ยุคหกสิบคือยุคที่อเมริกายังเชื่อในภาพลักษณ์ เชื่อว่าคนในเครื่องแบบคือคนดี คนพูดจาฉะฉานคือคนเก่ง และครอบครัวที่สมบูรณ์คือความปกติ แฟรงก์จึงเป็นทั้งผลผลิตและรอยร้าวของความเชื่อนั้น เขาแสดงเก่งเพราะโลกสอนให้เขาแสดง เขาโกหกเก่งเพราะความจริงในบ้านเจ็บเกินกว่าจะพูดตรง ๆ ทุกครั้งที่เขาหนีได้สำเร็จ มันจึงไม่ใช่ชัยชนะที่น่าสะใจ แต่เป็นความเหงาที่พอกพูนขึ้น เหมือนเด็กที่วิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าปลายทางที่อยากไปจริง ๆ คือโต๊ะอาหารที่พ่อกับแม่ยังนั่งอยู่พร้อมหน้ากัน

นี่คือหนังที่สนุกแบบวางไม่ลงตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็อบอุ่นและเศร้าในเวลาเดียวกัน การประชันกันของ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ในช่วงวัยหนุ่มที่ทั้งทะเล้น เปราะบาง และน่าเห็นใจ กับ ทอม แฮงส์ ในบทเจ้าหน้าที่ผู้ซื่อสัตย์จนดูเหงาจับใจ คือการไล่จับที่เหมือนเกมแมวกับหนู แต่คนดูจะรู้สึกเหมือนกำลังดูคนสองคนที่ขาดหายบางอย่างเหมือนกันค่อย ๆ เดินเข้าหากัน ใครที่ชอบหนังอาชญากรรมที่มีหัวใจ หนังชีวิตที่เล่าอย่างมีชั้นเชิง และบรรยากาศย้อนยุคที่เก็บรายละเอียดอย่างประณีต เรื่องนี้คือคำตอบที่ควรเปิดดูสักครั้ง แล้วปล่อยให้เด็กหนุ่มในชุดนักบินคนนั้นพาคุณบินไปไกลเท่าที่เขากล้าฝัน

เริ่มรับชม Catch Me If You Can

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้