

X-Men: Apocalypse
รายละเอียดเรื่อง X-Men: Apocalypse
หลังจากหลับใหลอยู่ใต้ผืนทรายและซากอารยธรรมมานานนับพันปี สิ่งมีชีวิตผู้เคยถูกยกย่องราวกับเทพเจ้าก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เขาคือ Apocalypse มนุษย์กลายพันธุ์ยุคแรกเริ่ม ผู้เดินทางผ่านกาลเวลาโดยสะสมพลังของผู้มีพรสวรรค์คนแล้วคนเล่า จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แทบไม่มีใครเทียบได้ แต่โลกที่เขากลับมาพบกลับไม่ใช่โลกเดิมอีกต่อไป อารยธรรมเปลี่ยนมือ มนุษย์ธรรมดากลายเป็นผู้กำหนดทิศทางของสังคม ส่วนมนุษย์กลายพันธุ์ยังต้องหลบซ่อนและต่อสู้เพื่อหาที่ทางของตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง สำหรับ Apocalypse ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่พัฒนาการของโลก หากเป็นหลักฐานว่าอารยธรรมมนุษย์อ่อนแอและหลงทางเกินกว่าจะดำรงอยู่ต่อไป เขาจึงตั้งใจจะชำระล้างทุกสิ่งที่เห็นว่าไม่คู่ควร พร้อมสร้างระเบียบใหม่ที่มีผู้แข็งแกร่งเป็นผู้ปกครอง การกลับมาของ Apocalypse ไม่ได้หมายถึงภัยคุกคามจากศัตรูเพียงคนเดียว แต่คือการเริ่มต้นของสงครามที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกทั้งใบ เขาออกตามหามนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังโดดเด่นและมุมมองต่อโลกสอดคล้องกับความเชื่อของตน ก่อนรวบรวมพวกเขาเป็นกลุ่มผู้ติดตามที่พร้อมจะทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการสร้างโลกใบใหม่ หนึ่งในนั้นคือ Magneto หรือเอริก เลนเชอร์ ชายผู้เคยเชื่อว่าความหวังยังพอมีอยู่ในโลก แต่บาดแผลและความสูญเสียที่สะสมมานานทำให้เขาเริ่มหันหลังให้กับความเชื่อเดิม พลังในการควบคุมโลหะของเขาอาจยิ่งใหญ่เกินจินตนาการ ทว่าภายในจิตใจกลับเต็มไปด้วยความโกรธ ความเศร้า และคำถามว่าโลกนี้สมควรได้รับการปกป้องจริงหรือไม่ การปรากฏตัวของ Apocalypse จึงเข้ามาเติมเชื้อไฟให้กับด้านมืดของชายผู้กำลังหมดศรัทธา จนกลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่น่าหวาดหวั่นที่สุดของเหล่า X-Men ท่ามกลางข่าวลือ ความตื่นตระหนก และการทำลายล้างที่เริ่มขยายวง Raven หรือ Mystique ต้องกลับมายืนอยู่แถวหน้าอีกครั้ง แม้เธอจะไม่เคยมองตัวเองว่าเป็นฮีโร่เต็มตัวก็ตาม Raven เดินทางผ่านโลกที่มองมนุษย์กลายพันธุ์อย่างหวาดกลัวและพร้อมจะตัดสินพวกเขาจากรูปลักษณ์ภายนอก เธอจึงเข้าใจดีว่าการซ่อนตัวเพื่อเอาชีวิตรอดนั้นง่ายกว่าการยอมรับตัวตนและลุกขึ้นสู้เพื่อคนอื่นเพียงใด เมื่อภัยคุกคามครั้งใหญ่ปรากฏขึ้น เธอต้องร่วมมือกับ Charles Xavier หรือ Professor X ผู้พยายามสร้างสถานที่ที่มนุษย์กลายพันธุ์สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง ที่โรงเรียนของชาร์ลส์ เหล่าวัยรุ่นผู้มีพลังพิเศษกำลังค้นหาคำตอบเกี่ยวกับตัวเอง ทั้งยังต้องเรียนรู้ว่าพลังที่ได้รับมาไม่ใช่เพียงสิทธิพิเศษ แต่เป็นความรับผิดชอบที่อาจตัดสินชะตาของผู้คนจำนวนมหาศาล ทีม X-Men รุ่นใหม่จึงประกอบขึ้นจากคนหนุ่มสาวที่ยังไม่พร้อมสำหรับสงครามระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสก็อตต์ ซัมเมอร์ส ผู้หวาดกลัวพลังทำลายล้างจากดวงตาของตัวเอง ฌอง เกรย์ หญิงสาวผู้สัมผัสได้ถึงพลังภายในที่ยากจะควบคุม เคิร์ต แวกเนอร์ ผู้ต้องใช้ชีวิตพร้อมรูปลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนหวาดผวา หรือฮานก์ แม็กคอย ผู้พยายามเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ ครู และผู้ปกป้องลูกศิษย์ของตน พวกเขาไม่ได้รวมตัวกันเพราะมีความเชื่อเหมือนกันทั้งหมด แต่เพราะต่างตระหนักว่าหากปล่อยให้ Apocalypse เดินหน้าตามแผน โลกจะไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับใครเลย แม้แต่ผู้ที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอจะอยู่รอดก็ตาม ทุกการฝึกฝนและการเผชิญหน้าเต็มไปด้วยความกดดัน เพราะศัตรูของพวกเขาไม่ได้เพียงโจมตีด้วยกำลัง หากยังพยายามทำลายความหวังและชักนำผู้คนให้เชื่อว่าอนาคตควรถูกกำหนดโดยผู้มีพลังเหนือกว่าเท่านั้น X-Men: Apocalypse จึงไม่ได้เล่าเพียงสงครามระหว่างฮีโร่กับวายร้าย แต่ยังพาผู้ชมไปสำรวจคำถามเกี่ยวกับอำนาจ ความแตกต่าง และเส้นแบ่งระหว่างการปกป้องกับการควบคุม Apocalypse มองตัวเองเป็นผู้ช่วยโลกให้พ้นจากความเสื่อมโทรม เขาเชื่อว่าการทำลายล้างคือขั้นตอนจำเป็นของการเริ่มต้นใหม่ ขณะที่ชาร์ลส์และพวกพ้องต้องยืนยันว่าความหวังไม่ใช่ความอ่อนแอ และการอยู่ร่วมกันย่อมมีค่ามากกว่าการบังคับให้ทุกคนศิโรราบต่อผู้แข็งแกร่งที่สุด หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชันขนาดใหญ่ พลังพิเศษที่ปะทะกันอย่างดุเดือด และบรรยากาศกดดันราวกับโลกกำลังเดินเข้าสู่วันสิ้นสุด แต่ท่ามกลางความอลังการนั้นยังมีเรื่องราวของคนที่กำลังเติบโต ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว และตัดสินใจว่าจะใช้พลังเพื่อแก้แค้นหรือปกป้องผู้อื่น ใครที่ชื่นชอบหนังซูเปอร์ฮีโร่โทนเข้ม มหากาพย์ไซไฟ และเรื่องราวการรวมทีมของตัวละครที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ จะได้พบกับการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยอนาคตของทั้งมนุษย์และมนุษย์กลายพันธุ์ พร้อมความรู้สึกเร่งเร้าที่ชวนติดตามไปจนถึงวินาทีสุดท้ายโดยไม่เปิดเผยคำตอบว่าใครจะเป็นผู้กำหนดโลกใบใหม่แห่งนี้

