ตัวอย่าง The Tale of The Princess Kaguya
The Tale of The Princess Kaguya

The Tale of The Princess Kaguya

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่
★ 8.1/10 2013 137 นาที ภาพยนตร์ จินตนาการ หนังชีวิต แอนนิเมชั่น

รายละเอียดเรื่อง The Tale of The Princess Kaguya

อากิ อาซากุระ มารับหน้าที่พากย์เสียงเป็น เจ้าหญิงคางุยะ (Princess Kaguya) เด็กหญิงร่างเล็กเรืองแสงผู้ถือกำเนิดขึ้นอย่างลึกลับจากลำไผ่กลางป่า และเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ชายชราตัดไผ่เก็บเธอกลับไปเลี้ยงดูราวกับแก้วตาดวงใจ ร่างกายของเธอก็เติบใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ จากทารกตัวจ้อยกลายเป็นเด็กหญิงร่าเริงที่วิ่งเล่นได้ในพริบตา ก่อนจะผลิบานเป็นหญิงสาวรูปงามจนเลื่องลือไปทั่วแคว้น ปมขัดแย้งของเรื่องจึงไม่ได้ก่อตัวจากศัตรูหรือสงคราม หากก่อตัวจากความงามของเธอเองโดยตรง เมื่อยิ่งงดงาม ยิ่งเป็นที่หมายปอง ยิ่งถูกปรารถนา เธอก็ยิ่งมีพื้นที่ในชีวิตของตัวเองน้อยลงทุกที เดิมพันที่แท้จริงจึงอยู่ที่ว่า หญิงสาวผู้เกิดจากธรรมชาติอย่างบริสุทธิ์คนนี้ จะได้เลือกทางเดินของหัวใจตนเองหรือไม่ หรือจะต้องกลายเป็นเพียงภาพฝันให้ผู้คนรอบข้างปั้นแต่งตามความต้องการ รอบตัวคางุยะมีตัวละครที่รักเธอในคนละแบบ และความรักเหล่านั้นเองที่ค่อย ๆ กลายเป็นแรงดึงที่สวนทางกัน ทาเคโอะ จีอิ ให้เสียงเป็น ซานุกิ โนะ มิยัตสึโกะ (Sanuki no Miyatsuko) ชายตัดไผ่ผู้เปรียบเหมือนพ่อ เขาพบทั้งหน่อไม้ประหลาดและโชคลาภที่ไม่คาดฝัน จึงปักใจเชื่อว่านี่คือลิขิตให้ลูกสาวต้องได้เป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ เขาย้ายครอบครัวจากชนบทเข้าอยู่คฤหาสน์ในเมืองหลวงด้วยความหวังดีล้วน ๆ ขณะที่ โนบุโกะ มิยาโมโตะ พากย์เป็น โอนะ (Ona) ผู้เป็นแม่และผู้เล่าเรื่อง เธอมองลูกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่า เข้าใจความสุขง่าย ๆ ของลูกมากกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ ส่วน เคงโกะ โคระ ในบท สุเตมารุ (Sutemaru) คือภาพแทนของวัยเด็กอันอิสระ เด็กหนุ่มชาวบ้านที่เติบโตมาด้วยกัน วิ่งเล่น หัวเราะ และมองเห็นคางุยะในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าหญิงในตำนาน ตัดกับเหล่าขุนนางและองค์ชายอย่าง องค์ชายอิชิซึคุริ (Prince Ishitsukuri) ที่ทยอยกันเข้ามาสู่ขอด้วยถ้อยคำไพเราะและเงื่อนไขสูงส่ง พร้อมด้วย เลดี้ซากามิ (Lady Sagami) ผู้ถูกเชิญมาอบรมกิริยามารยาทให้เธอเป็นกุลสตรีชั้นสูง ตัวละครเหล่านี้ไม่ได้ร้ายอย่างชัดเจน แต่ทุกคนต่างยื่นมือมาพร้อมความคาดหวังของตัวเอง โลกของหนังพาผู้ชมเคลื่อนจากชายป่าไผ่อันเงียบสงบไปสู่สังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยระเบียบและพิธีรีตองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ครึ่งแรกคือภาพชนบทของญี่ปุ่นโบราณ ทุ่งหญ้า ลำธาร เสียงแมลง ชีวิตเรียบง่ายที่เวลาหมุนไปตามฤดูกาล ส่วนครึ่งหลังคือคฤหาสน์หลังใหญ่ ผ้าม่านหลายชั้น เสียงกระซิบนินทา และกฎเกณฑ์ของการเป็นหญิงงามที่ต้องนั่งนิ่ง ยิ้มน้อย พูดน้อย งานภาพแอนิเมชันเลือกใช้ลายเส้นแบบภาพวาดพู่กันที่ดูไม่สมบูรณ์อย่างจงใจ สีน้ำจาง ๆ รอยดินสอที่ยังเห็นโครงอยู่ ทำให้ป่าไผ่มีลมหายใจและท้องฟ้ามีอารมณ์ การเคลื่อนไหวของตัวละครจึงไม่เรียบเนียนแบบแอนิเมชันทั่วไป แต่พลิ้วไหวเหมือนความทรงจำที่กำลังเลือนราง เหมาะกับเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ถูกเล่าต่อกันมาหลายร้อยปี บรรยากาศโดยรวมจึงให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและห่างไกลในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังเปิดม้วนภาพเก่าแล้วก้าวเข้าไปอยู่ในนั้น สิ่งที่ตรึงใจที่สุดไม่ใช่ปาฏิหาริย์ หากคืออารมณ์ที่ซ้อนอยู่ใต้ปาฏิหาริย์นั้น หนังเดินเรื่องในจังหวะแบบหนังชีวิต ปล่อยให้เราใช้เวลาอยู่กับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแววตาเหม่อลอยของคางุยะ ปล่อยให้เราสัมผัสได้ถึงความสุขสั้น ๆ ของการได้วิ่งบนเนินหญ้า ก่อนจะพาไปเผชิญความอึดอัดของการถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ความเศร้าในเรื่องนี้ไม่ได้มาเป็นฉากใหญ่ หากซึมมาเงียบ ๆ ในความรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนที่อ้างว่ารักเธอ ในคำถามว่าความรักที่เกิดจากความหลงในรูปโฉมจะต่างอย่างไรกับความรักที่มองเห็นตัวตนข้างใน และในความจริงที่ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเธอสะท้อนเวลาของชีวิตคนเราที่ผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเสมอ ธีมเรื่องธรรมชาติกับอารยธรรม ความงามกับการครอบครอง อิสรภาพกับความกตัญญู จึงถูกเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ตัดสินใคร แต่ทิ้งให้ผู้ชมทบทวนเอง สำหรับคนที่รักแอนิเมชันในฐานะงานศิลปะและคนที่ชอบดราม่าเนิบช้าที่ให้ตัวละครได้หายใจ เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คือหนังที่ควรเปิดใจดูสักครั้งในชีวิต ขอเพียงนั่งลงเงียบ ๆ ปล่อยลายเส้นสีน้ำพาไปตามเสียงลมในกอไผ่ ตามรอยยิ้มและน้ำตาของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงหมายถึงอะไร แล้วคุณอาจพบว่าตำนานเก่าแก่เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ที่ไกลโพ้นเลย หากพูดถึงหัวใจของเราทุกคนที่เคยอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ และเคยอยากมีใครสักคนที่มองเห็นเราอย่างที่เราเป็นจริง ๆ

เรื่องนี้คือ The Tale of The Princess Kaguya

อากิ อาซากุระ มารับหน้าที่พากย์เสียงเป็น เจ้าหญิงคางุยะ (Princess Kaguya) เด็กหญิงร่างเล็กเรืองแสงผู้ถือกำเนิดขึ้นอย่างลึกลับจากลำไผ่กลางป่า และเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ชายชราตัดไผ่เก็บเธอกลับไปเลี้ยงดูราวกับแก้วตาดวงใจ ร่างกายของเธอก็เติบใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ จากทารกตัวจ้อยกลายเป็นเด็กหญิงร่าเริงที่วิ่งเล่นได้ในพริบตา ก่อนจะผลิบานเป็นหญิงสาวรูปงามจนเลื่องลือไปทั่วแคว้น ปมขัดแย้งของเรื่องจึงไม่ได้ก่อตัวจากศัตรูหรือสงคราม หากก่อตัวจากความงามของเธอเองโดยตรง เมื่อยิ่งงดงาม ยิ่งเป็นที่หมายปอง ยิ่งถูกปรารถนา เธอก็ยิ่งมีพื้นที่ในชีวิตของตัวเองน้อยลงทุกที เดิมพันที่แท้จริงจึงอยู่ที่ว่า หญิงสาวผู้เกิดจากธรรมชาติอย่างบริสุทธิ์คนนี้ จะได้เลือกทางเดินของหัวใจตนเองหรือไม่ หรือจะต้องกลายเป็นเพียงภาพฝันให้ผู้คนรอบข้างปั้นแต่งตามความต้องการ

รอบตัวคางุยะมีตัวละครที่รักเธอในคนละแบบ และความรักเหล่านั้นเองที่ค่อย ๆ กลายเป็นแรงดึงที่สวนทางกัน ทาเคโอะ จีอิ ให้เสียงเป็น ซานุกิ โนะ มิยัตสึโกะ (Sanuki no Miyatsuko) ชายตัดไผ่ผู้เปรียบเหมือนพ่อ เขาพบทั้งหน่อไม้ประหลาดและโชคลาภที่ไม่คาดฝัน จึงปักใจเชื่อว่านี่คือลิขิตให้ลูกสาวต้องได้เป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ เขาย้ายครอบครัวจากชนบทเข้าอยู่คฤหาสน์ในเมืองหลวงด้วยความหวังดีล้วน ๆ ขณะที่ โนบุโกะ มิยาโมโตะ พากย์เป็น โอนะ (Ona) ผู้เป็นแม่และผู้เล่าเรื่อง เธอมองลูกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่า เข้าใจความสุขง่าย ๆ ของลูกมากกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ ส่วน เคงโกะ โคระ ในบท สุเตมารุ (Sutemaru) คือภาพแทนของวัยเด็กอันอิสระ เด็กหนุ่มชาวบ้านที่เติบโตมาด้วยกัน วิ่งเล่น หัวเราะ และมองเห็นคางุยะในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าหญิงในตำนาน ตัดกับเหล่าขุนนางและองค์ชายอย่าง องค์ชายอิชิซึคุริ (Prince Ishitsukuri) ที่ทยอยกันเข้ามาสู่ขอด้วยถ้อยคำไพเราะและเงื่อนไขสูงส่ง พร้อมด้วย เลดี้ซากามิ (Lady Sagami) ผู้ถูกเชิญมาอบรมกิริยามารยาทให้เธอเป็นกุลสตรีชั้นสูง ตัวละครเหล่านี้ไม่ได้ร้ายอย่างชัดเจน แต่ทุกคนต่างยื่นมือมาพร้อมความคาดหวังของตัวเอง

โลกของหนังพาผู้ชมเคลื่อนจากชายป่าไผ่อันเงียบสงบไปสู่สังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยระเบียบและพิธีรีตองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ครึ่งแรกคือภาพชนบทของญี่ปุ่นโบราณ ทุ่งหญ้า ลำธาร เสียงแมลง ชีวิตเรียบง่ายที่เวลาหมุนไปตามฤดูกาล ส่วนครึ่งหลังคือคฤหาสน์หลังใหญ่ ผ้าม่านหลายชั้น เสียงกระซิบนินทา และกฎเกณฑ์ของการเป็นหญิงงามที่ต้องนั่งนิ่ง ยิ้มน้อย พูดน้อย งานภาพแอนิเมชันเลือกใช้ลายเส้นแบบภาพวาดพู่กันที่ดูไม่สมบูรณ์อย่างจงใจ สีน้ำจาง ๆ รอยดินสอที่ยังเห็นโครงอยู่ ทำให้ป่าไผ่มีลมหายใจและท้องฟ้ามีอารมณ์ การเคลื่อนไหวของตัวละครจึงไม่เรียบเนียนแบบแอนิเมชันทั่วไป แต่พลิ้วไหวเหมือนความทรงจำที่กำลังเลือนราง เหมาะกับเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ถูกเล่าต่อกันมาหลายร้อยปี บรรยากาศโดยรวมจึงให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและห่างไกลในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังเปิดม้วนภาพเก่าแล้วก้าวเข้าไปอยู่ในนั้น

สิ่งที่ตรึงใจที่สุดไม่ใช่ปาฏิหาริย์ หากคืออารมณ์ที่ซ้อนอยู่ใต้ปาฏิหาริย์นั้น หนังเดินเรื่องในจังหวะแบบหนังชีวิต ปล่อยให้เราใช้เวลาอยู่กับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแววตาเหม่อลอยของคางุยะ ปล่อยให้เราสัมผัสได้ถึงความสุขสั้น ๆ ของการได้วิ่งบนเนินหญ้า ก่อนจะพาไปเผชิญความอึดอัดของการถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ความเศร้าในเรื่องนี้ไม่ได้มาเป็นฉากใหญ่ หากซึมมาเงียบ ๆ ในความรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนที่อ้างว่ารักเธอ ในคำถามว่าความรักที่เกิดจากความหลงในรูปโฉมจะต่างอย่างไรกับความรักที่มองเห็นตัวตนข้างใน และในความจริงที่ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเธอสะท้อนเวลาของชีวิตคนเราที่ผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเสมอ ธีมเรื่องธรรมชาติกับอารยธรรม ความงามกับการครอบครอง อิสรภาพกับความกตัญญู จึงถูกเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ตัดสินใคร แต่ทิ้งให้ผู้ชมทบทวนเอง

สำหรับคนที่รักแอนิเมชันในฐานะงานศิลปะและคนที่ชอบดราม่าเนิบช้าที่ให้ตัวละครได้หายใจ เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คือหนังที่ควรเปิดใจดูสักครั้งในชีวิต ขอเพียงนั่งลงเงียบ ๆ ปล่อยลายเส้นสีน้ำพาไปตามเสียงลมในกอไผ่ ตามรอยยิ้มและน้ำตาของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงหมายถึงอะไร แล้วคุณอาจพบว่าตำนานเก่าแก่เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ที่ไกลโพ้นเลย หากพูดถึงหัวใจของเราทุกคนที่เคยอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ และเคยอยากมีใครสักคนที่มองเห็นเราอย่างที่เราเป็นจริง ๆ

เริ่มรับชม The Tale of The Princess Kaguya

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้