

Ensemble
รายละเอียดเรื่อง Ensemble
โตเกียวในช่วงเวลาที่ตึกกระจกสะท้อนแสงไฟยามค่ำและความสัมพันธ์ของผู้คนเปราะบางยิ่งกว่าเดิม คือฉากหลังของเรื่องราวทั้งหมด ห้องให้คำปรึกษาของสำนักงานกฎหมายเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกลายเป็นจุดนัดพบของคนที่เคยรักกันอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งคนละฝั่งของโต๊ะพร้อมเอกสารและถ้อยคำที่เย็นชา บรรยากาศแบบละครญี่ปุ่นร่วมสมัยของสถานี Nippon TV เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยฉากรักหวาน หากเริ่มด้วยกลิ่นกาแฟจาง ๆ เสียงเปิดแฟ้มคดี และความเงียบอึดอัดที่ลอยอยู่ระหว่างคนสองคนที่เคยเรียกกันว่าคนรัก ซีรีส์ที่ออกอากาศจบแล้วเรื่องนี้เลือกใช้พื้นที่ของศาลและสำนักงานทนายเป็นเวทีสำรวจหัวใจมนุษย์อย่างใจเย็น หัวใจของสำนักงานแห่งนั้นคือ เซนะ โคยามะ (Sena Koyama) ทนายความสาวผู้รับผิดชอบคดีที่เกิดจากความรักมาแล้วนับไม่ถ้วน รับบทโดย คาวากุจิ ฮารุนะ ด้วยท่าทีนิ่ง สุขุม และเฉียบคมแบบคนที่เห็นด้านที่แตกร้าวของความสัมพันธ์มาจนชิน เซนะไม่ได้เกลียดความรัก แต่เธอเลือกจะไม่ศรัทธาในมันอีกต่อไป ประสบการณ์เจ็บปวดในอดีตบวกกับงานที่ต้องเห็นการหักหลัง การแยกทาง และการเรียกร้องที่ตามมา ทำให้เธอเชื่อว่าความรู้สึกควรถูกวัดด้วยเหตุผล ผลกระทบ และความรับผิดชอบ ตรงข้ามกับเธอคือ ยู มาทอฮาระ (Yu Matohara) ทนายความหนุ่มหน้าใหม่ รับบทโดย มัตสึมูระ โฮคุโตะ ชายหนุ่มที่ยังเชื่อว่าความจริงใจมีความหมาย และความรู้สึกของคนไม่อาจย่อให้เหลือแค่ตัวเลขในเอกสารได้ ปมขัดแย้งของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ว่าใครว่าความเก่งกว่ากัน แต่อยู่ที่วิธีมองโลกที่ต่างกันสุดขั้ว เมื่อทั้งสองต้องร่วมกันดูแลคดีที่เกิดจากปัญหาของคู่รักในรูปแบบต่าง ๆ ทุกการพูดคุยจึงกลายเป็นการปะทะกันอย่างเงียบ ๆ เซนะมองเห็นความรักเป็นต้นตอของความวุ่นวายที่ทำให้คนต้องเสียทั้งเวลาและหัวใจ เธอจึงพยายามตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจเพื่อปกป้องลูกความและปกป้องตัวเองไปพร้อมกัน ขณะที่ยูกลับตั้งคำถามว่าความล้มเหลวของความสัมพันธ์หนึ่งครั้งควรทำให้เราปฏิเสธคุณค่าของความรักทั้งหมดเลยหรือ เขาพยายามฟังในสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสำนวนคดี ทั้งความลังเล ความเสียใจ และความหวังเล็ก ๆ ที่คู่กรณียังไม่กล้าพูดออกมา ยิ่งต้องทำงานด้วยกัน ความคิดของอีกฝ่ายก็ยิ่งกลายเป็นกระจกสะท้อนบาดแผลของตัวเอง โลกของ Ensemble ขยายออกไปไกลกว่าโต๊ะทำงานของทนายสองคน ด้วยกลุ่มคนรอบข้างที่เติมเสียงที่แตกต่างให้กับเรื่อง ทั้งเพื่อนร่วมงานอย่าง โคซุเอะ โซโนเบะ (Kozue Sonobe) ที่รับบทโดย นากาฮามะ เนรุ, ทาคาชิ ฮายาคาวะ, มิโดริ ทาคานาชิ และ รัน โฮชิโนะ ผู้คนที่เดินผ่านสำนักงานแห่งนี้ต่างพกเรื่องราวของตัวเองเข้ามา ขณะที่ครอบครัวมาทอฮาระอย่าง คาซูโอะ, ยูกิ และ ริน รวมถึง โชโกะ โคยามะ ผู้เป็นเหมือนรากของเซนะ ก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าทัศนคติเรื่องความรักไม่ได้ก่อตัวจากห้องเรียนกฎหมาย หากก่อตัวจากบ้าน โต๊ะอาหาร และความทรงจำในวัยเยาว์ บรรยากาศโดยรวมจึงอบอุ่นแบบละครชีวิตญี่ปุ่น มีทั้งแสงนุ่มในตอนกลางวันของโตเกียว ความเหงาของทางเดินในศาล และความเงียบในยามค่ำที่ตัวละครต้องอยู่ลำพังกับความคิดของตัวเอง สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากละครทนายทั่วไปคือการวางความรักให้เป็นทั้งคดีและคำถามเชิงปรัชญา ชื่อเรื่อง Ensemble ที่หมายถึงการบรรเลงร่วมกันของเสียงหลายเสียง สะท้อนโครงสร้างของซีซันได้อย่างพอดี เพราะตลอดทั้งเรื่องผู้ชมจะได้เห็นความสัมพันธ์หลายรูปแบบที่ไม่มีคำตอบตายตัว บางคู่เล่าเรื่องเดียวกันแต่จำคนละแบบ บางคนพูดความจริงด้วยเหตุผล ขณะที่อีกคนพูดความจริงด้วยความรู้สึก โทนของซีรีส์จึงไหลไปอย่างนุ่มนวล ไม่เร่งเร้าแบบทริลเลอร์ แต่แฝงความลึกลับชวนสงสัยไว้ในทุกตอน ว่าความจริงที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มและน้ำตาคืออะไร และความเชื่อของเซนะกับยูจะสั่นคลอนแค่ไหนเมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับคดีที่คล้ายกับเรื่องของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่ชอบละครชีวิตที่ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นชั้น ๆ เรื่องนี้คือบทสนทนาอันละเอียดอ่อนระหว่างเหตุผลกับหัวใจ การแสดงที่พอดีของคาวากุจิ ฮารุนะ และมัตสึมูระ โฮคุโตะ ทำให้การปะทะทางความคิดดูเป็นมนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่แค่บทถกเถียงในศาล แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจบาดแผลของอีกฝ่าย หากคุณเคยตั้งคำถามว่าเมื่อเคยเจ็บแล้วเราจะยังเชื่อในความจริงใจได้อีกหรือไม่ หรือเมื่อยังมีความหวัง เราจะกล้าสบตากับความจริงที่ไม่สวยงามหรือเปล่า ซีรีส์เรื่องนี้จะชวนให้คุณนั่งลงในห้องให้คำปรึกษาแห่งนั้น แล้วฟังเสียงของหัวใจหลาย ๆ ดวงที่พยายามบรรเลงไปด้วยกันทั้งที่ยังไม่ลงจังหวะเดียวกันไปจนจบซีซัน
