

Space/Time
รายละเอียดเรื่อง Space/Time
Ashlee Lollback สวมบทเป็น Liv (ลิฟ) นักวิทยาศาสตร์สาวผู้เคยเชื่อหมดใจว่างานวิจัยของเธอจะพามนุษยชาติไปไกลกว่าเดิม ส่วน Hugh Parker รับบทเป็น Holt (โฮลต์) เพื่อนร่วมทีมคนสำคัญที่ยืนอยู่ข้างเธอตั้งแต่วันที่ทุกอย่างยังเต็มไปด้วยความหวัง ทั้งสองพาคนดูเข้าสู่ซากปรักหักพังของโครงการที่เคยถูกจับตามองมากที่สุดในวงการ ห้องทดลองที่เคยสว่างไสวด้วยการคำนวณและทฤษฎีสุดล้ำ บัดนี้เหลือเพียงความเงียบเย็น ความอับอาย และรอยแผลจากอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจนโครงการต้องถูกสั่งปิดตาย นี่ไม่ใช่หนังไซไฟที่ชวนฝันถึงอนาคตเรืองรอง หากเป็นไซไฟสายหม่นที่ขังเราไว้ในบรรยากาศหลังความพังทลาย ที่ทุกสมการยังตามหลอกหลอนเจ้าของมันไม่เลิก ความผูกพันของทีมคือหัวใจที่ยังเต้นอยู่ใต้ซากนั้น Liv กับ Holt ไม่ได้เผชิญความล้มเหลวกันตามลำพัง ยังมี Harris (แฮร์ริส) ที่รับบทโดย Pacharo Mzembe นักวิทยาศาสตร์ผู้สุขุมและมองโลกตามจริง Renault (เรโนลต์) ของ Haroon Jafarey-Hall ผู้ไม่เคยทิ้งสัญชาตญาณเอาตัวรอด รวมถึง Gordo (กอร์โด), Dale (เดล), Innis (อินนิส) และ Paige (เพจ) ที่ต่างเคยเป็นฟันเฟืองของความฝันเดียวกัน พวกเขาเคยเป็นทีมที่ไว้ใจกันด้วยข้อมูลและตัวเลข แต่หลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ความไว้ใจก็แตกร้าวเป็นเสี่ยง ทุกคนแบกความรู้สึกผิดของตัวเองไว้คนละแบบ ทั้งโกรธ ทั้งโทษกัน ทั้งอยากลืม แต่ก็ลืมไม่ลง เพราะความรู้เรื่องเครื่องยนต์ที่สามารถบิดงออวกาศและกาลเวลาไม่ได้หายไปพร้อมคำสั่งปิดโครงการ มันยังฝังอยู่ในหัวของพวกเขาทุกคน เมื่อประตูบานที่ถูกต้องปิดตายลง พวกเขาจึงต้องเคาะประตูบานที่ไม่มีใครอยากเคาะ โลกใต้ดินของอาชญากรที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนมหาศาลและผลประโยชน์อันโหดร้าย ที่นั่นไม่มีใครสนใจจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ มีเพียงคำถามว่าของที่พวกคุณคิดจะสร้างมันใช้ได้จริงหรือไม่ ทีมที่เคยใส่เสื้อกาวน์ในห้องปลอดเชื้อจึงต้องมานั่งต่อรองกับผู้มีอิทธิพล ไล่ล่าชิ้นส่วน ทรัพยากร และสถานที่ซ่อนตัวเพื่อประกอบเครื่องยนต์ต้องห้ามขึ้นมาอีกครั้ง จากงานวิจัยเพื่อมวลมนุษยชาติ ภารกิจของพวกเขากลายเป็นปฏิบัติการลับที่ต้องหลบซ่อนทุกฝีก้าว เพราะกำลังปลุกสิ่งที่เคยคร่าชีวิตคนให้ตื่นขึ้นมาอีกหน ยิ่งโครงสร้างของเครื่องจักรเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เดิมพันก็ยิ่งไต่ระดับอย่างน่าอึดอัด ในด้านหนึ่งพวกเขารู้ดีว่านี่อาจเป็นเทคโนโลยีเดียวที่ช่วยมนุษยชาติจากหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา ในอีกด้านหนึ่งพวกเขาก็จำได้แม่นว่าความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีเคยแลกมาด้วยอะไร หนังจึงค่อย ๆ ปรับโทนจากดราม่าหนัก ๆ ของคนเคยพ่ายแพ้ ไปสู่จังหวะแบบแอ็กชันและทริลเลอร์ที่บีบให้ต้องตัดสินใจในเวลาจำกัด การไล่ล่า การหักหลัง การเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนที่พร้อมจะแย่งเครื่องยนต์ไปใช้ในทางของตัวเอง ทำให้ทฤษฎีนามธรรมเรื่อง Space และ Time กลายเป็นแรงปะทะที่จับต้องได้ ทุกความคืบหน้าจึงมีเงาของหายนะครั้งเก่าทาบทับอยู่เสมอ สิ่งที่ทำให้ สเปซ ไทม์ แตกต่างจากหนังทดลองวิทยาศาสตร์ทั่วไป คือมันไม่ได้ถามแค่ว่ามนุษย์จะทำได้หรือไม่ แต่ถามว่าควรทำแค่ไหน และใครควรเป็นคนรับผิดชอบหากมันผิดพลาด เครื่องยนต์ในเรื่องจึงเป็นมากกว่าพล็อตดีไวซ์ หากเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ความดื้อรั้นที่จะต่อรองกับกฎของจักรวาล และความเย่อหยิ่งที่คิดว่าความฉลาดจะเอาชนะธรรมชาติได้ คาแรกเตอร์แต่ละคนสะท้อนขีดจำกัดคนละด้าน ทั้งขีดจำกัดของฟิสิกส์ ขีดจำกัดของศีลธรรม และขีดจำกัดของการให้อภัยตัวเอง หนังยุคหลังที่เล่นกับแนวคิดเวลาและอวกาศมักจะไปสุดที่ความตื่นตา แต่เรื่องนี้ดึงกลับมาที่ความเป็นมนุษย์ ว่าคนธรรมดาที่ถูกสังคมตีตราว่าล้มเหลวจะยังกล้าหาญพอจะแบกชะตาของคนทั้งโลกไว้บนบ่าอีกครั้งหรือไม่ นี่คือหนังสำหรับคอไซไฟสายเข้มที่ชอบไอเดียใหญ่ ๆ ควบคู่ไปกับความระทึกแบบถึงเนื้อถึงตัว ทั้งการทดลองลับ ทีมนักวิทยาศาสตร์แตกคอที่ต้องกลับมารวมตัวกันใหม่ และภารกิจในโลกมืดที่ไม่มีคำตอบปลอดภัยให้เลือก หากคุณชอบเรื่องราวที่ค่อย ๆ ก่อแรงกดดันจากความรู้สึกผิดไปสู่การเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และชอบตั้งคำถามตามหลังว่าด้วยราคาของความก้าวหน้า Space/Time คือประสบการณ์ที่ชวนให้ติดตามจนจบ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาดูกับตาว่า เมื่อคนที่ไม่มีอะไรจะเสียต้องสร้างสิ่งที่ไม่ควรสร้าง ความหวังสุดท้ายของพวกเขาจะพาโลกไปสู่ทางรอด หรือจุดชนวนหายนะที่ไม่มีวันย้อนกลับ

