

In the Hand of Dante
รายละเอียดเรื่อง In the Hand of Dante
ในโลกที่อดีตไม่เคยตายจากไปอย่างแท้จริง หนังดราม่าอาชญากรรมเรื่อง “ดันเต้ลิขิต” พาผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศอันลึกลับของต้นฉบับวรรณกรรมที่มีค่าจนแทบประเมินไม่ได้ นั่นคือผลงานเขียนด้วยลายมือของดันเต้ ผู้ประพันธ์ “บทเพลงแห่งพระเจ้า” หนังสือที่เดินทางข้ามผ่านสงคราม การเปลี่ยนแปลงของอาณาจักร และกาลเวลานับร้อยปีมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ สำหรับบางคน มันคือสมบัติทางประวัติศาสตร์ สำหรับบางคนคือหลักฐานของศรัทธาและความคิดมนุษย์ แต่สำหรับคนที่กำลังหลงทาง ต้นฉบับชิ้นนี้อาจเป็นมากกว่าวัตถุโบราณ มันอาจเป็นประตูบานสุดท้ายที่นำไปสู่ความหมายของชีวิตที่เขาเคยสูญเสียไป ใจกลางเรื่องคือชายผู้เป็นนักเขียน แต่กลับไม่สามารถเขียนอะไรได้อีกต่อไป เขาเคยมีความฝัน เคยเชื่อว่าถ้อยคำสามารถเปลี่ยนแปลงผู้คนและทำให้ชีวิตมีความหมาย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความสำเร็จ ความสัมพันธ์ และความคาดหวังที่เคยหล่อเลี้ยงเขากลับค่อย ๆ กลายเป็นภาระ จนเหลือเพียงความเงียบงันในห้องทำงานกับหน้ากระดาษว่างเปล่า เขาใช้ชีวิตเหมือนคนที่ยังหายใจอยู่ แต่ไม่มีเหตุผลให้ต้องลุกขึ้นมาในวันถัดไป การได้พบเรื่องราวของต้นฉบับดันเต้จึงปลุกบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ทั้งความหลงใหล ความอยากรู้อยากเห็น และแรงกระตุ้นที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุมได้ แทนที่จะมองต้นฉบับล้ำค่าเป็นเพียงสิ่งของสำหรับสะสม เขากลับเชื่อว่ามันซ่อนคำตอบบางอย่างเกี่ยวกับความทุกข์ ความปรารถนา และการเดินทางของมนุษย์เอาไว้ ความคิดนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแผนการโจรกรรมที่ซับซ้อน เขาต้องอาศัยทั้งไหวพริบ ความไว้ใจของผู้คนรอบตัว และความสามารถในการหลอกลวงที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าจะนำมาใช้ในชีวิตจริง ยิ่งเขาเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไร เส้นแบ่งระหว่างความศรัทธากับความหมกมุ่นก็ยิ่งเลือนรางลงเท่านั้น ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับต้นฉบับต่างมีเหตุผลของตัวเอง ทั้งผู้ครอบครอง ผู้ดูแล ผู้ต้องการปกป้องมรดกของอดีต และผู้ที่มองเห็นคุณค่าของมันในฐานะอำนาจที่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ สิ่งที่ทำให้เรื่องราวเข้มข้นกว่าหนังปล้นทั่วไป คือความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนผู้หมดไฟกับผู้คนที่ถูกดึงเข้ามาในแผนการของเขา บางคนมองเขาเป็นชายผู้กำลังพยายามช่วยตัวเองจากความว่างเปล่า ขณะที่บางคนเห็นเพียงอาชญากรที่พร้อมทำลายกฎทุกข้อเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ท่ามกลางแรงกดดันและความไม่ไว้วางใจ ความลับในอดีตเริ่มเปิดเผยทีละน้อย เช่นเดียวกับเรื่องราวของดันเต้ที่ค่อย ๆ สะท้อนกลับมายังชีวิตของคนในปัจจุบัน ตัวละครแต่ละคนเหมือนกำลังเดินผ่านนรกส่วนตัวของตัวเอง ต้องเผชิญกับความผิด ความสูญเสีย ความรักที่ไม่สมหวัง และการตัดสินใจที่ไม่มีทางย้อนคืนได้ บรรยากาศของหนังจึงเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ลุ่มลึก และความระทึกแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าจะเน้นฉากไล่ล่าหรือความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน การได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง โอสการ์ อิซาอัก, กัล กาด็อต, Gerard Butler, จอห์น มัลโควิช, Louis Cancelmi, Sabrina Impacciatore, ฟรังโก เนโร และ Benjamin Clementine ทำให้โลกของเรื่องมีมิติและเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่น่าจับตา โดยเฉพาะตัวละครนักเขียนที่ต้องต่อสู้กับทั้งศัตรูภายนอกและเสียงในใจของตัวเอง เขาไม่ได้เป็นวีรบุรุษผู้วางแผนอย่างเหนือชั้น และไม่ได้เป็นคนเลวที่ทำทุกอย่างเพราะความโลภ หากเป็นมนุษย์ธรรมดาที่กำลังพยายามคว้าบางสิ่งกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ความรัก ความเชื่อ หรือความรู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ ความน่าสนใจจึงอยู่ที่การเฝ้ามองว่า เขาจะยอมเสียสละอะไรบ้างเพื่อให้ได้คำตอบที่กำลังตามหา และต้นฉบับซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ จะกลายเป็นทางรอดหรือกับดักที่ลึกยิ่งกว่าเดิม “ดันเต้ลิขิต” เหมาะกับผู้ชมที่ชอบหนังชีวิตซึ่งมีปมอาชญากรรมเป็นแรงขับเคลื่อน แต่ไม่รีบเฉลยทุกอย่างให้เข้าใจง่าย หนังชวนตั้งคำถามว่า ใครกันแน่มีสิทธิ์ครอบครองผลงานที่เป็นมรดกของมนุษยชาติ และความปรารถนาของคนคนหนึ่งจะยังถือว่าบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ เมื่อมันพาเขาก้าวข้ามเส้นศีลธรรมไปทีละน้อย ภายใต้การกำกับของ Julian Schnabel เรื่องนี้น่าจะถ่ายทอดความรู้สึกอ้างว้างและความงดงามของศิลปะออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ ทั้งผ่านภาพ เมืองเก่า ห้องเก็บเอกสาร แสงเงา และช่วงเวลาที่ตัวละครเงียบงันราวกับกำลังพูดคุยกับอดีต หากคุณกำลังมองหาหนังดราม่าที่มีความลึกลับจริงจัง เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ศรัทธา และคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของการสร้างสรรค์ หนังเรื่องนี้คือการเดินทางที่ไม่ได้พาไปเพียงสู่แผนโจรกรรม แต่พาไปสำรวจส่วนลึกที่สุดของหัวใจมนุษย์ด้วย Admittedly.

