

Zombie Land Saga: Yumeginga Paradise
รายละเอียดเรื่อง Zombie Land Saga: Yumeginga Paradise
จังหวัดซากะบนเกาะคิวชูไม่ใช่เมืองหลวงของแสงสี ไม่ใช่ศูนย์กลางของวงการบันเทิง แต่คือเมืองเงียบ ๆ ที่มีทุ่งนา ศาลเจ้าเก่าแก่ ชายทะเล และความภาคภูมิใจแบบคนท้องถิ่นที่ไม่อยากแพ้เมืองใหญ่ บรรยากาศแบบนั้นเองที่กลายเป็นฉากหลังของเรื่องราวประหลาดที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการอนิเมะญี่ปุ่นยุคหลังปี 2010 ยุคที่งานไอดอลเฟื่องฟูจนแทบทุกจังหวัดต้องมีวงประจำเมืองเป็นของตัวเอง และยุคที่คนดูเริ่มคุ้นกับสูตรสำเร็จของทั้งหนังซอมบี้และหนังไอดอลจนเดาทางได้หมด แต่ที่นี่เลือกจะพาคนดูย้อนกลับไปที่โรงแสดงเล็ก ๆ ริมเมือง กลิ่นเหงื่อกับเสียงเชียร์ดังอู้อี้หลังม่าน ก่อนที่ไฟเวทีจะสว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงกีตาร์หนัก ๆ ที่ไม่น่าจะดังมาจากเวทีของสาว ๆ ในชุดฟริลล์ บนเวทีนั้นคือเด็กสาวเจ็ดคนที่โชคชะตาขีดให้ต้องมาเจอกันในสภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ซากุระ มินาโมโตะ (Sakura Minamoto) เด็กสาวผู้ให้เสียงโดย คาเอเดะ ฮนโดะ ที่ตื่นขึ้นมาโดยจำอะไรแทบไม่ได้แต่ยังอยากเปล่งประกายสักครั้ง ซากิ นิไคโด (Saki Nikaido) อดีตนักเลงสาวใจถึง ยุย... ไอ มิซูโนะ (Ai Mizuno) อดีตไอดอลผู้เคยยืนบนจุดสูงสุด จุนโกะ คอนโนะ (Junko Konno) ตำนานจากยุคโชวะ ยูกิริ (Yugiri) โออิรันจากอดีตอันไกลโพ้น ลิลลี่ โฮชิคาวะ (Lily Hoshikawa) ดาวดวงน้อยผู้ไม่ยอมโต และ ทาเอะ ยามาดะ (Tae Yamada) ผู้ลึกลับที่สุดในวง โดยมีชายผู้บ้าบิ่นที่สุดในเรื่องอย่าง โคทาโร่ ทัตสึมิ (Kotaro Tatsumi) ให้เสียงโดย มาโมรุ มิยาโนะ เป็นโปรดิวเซอร์ผู้ลากพวกเธอกลับมาจากความตายเพื่อภารกิจเดียวคือการเป็นไอดอลกู้ชื่อของซากะ ปมของเรื่องจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะร้องจะเต้นให้พร้อมกันได้อย่างไร แต่อยู่ที่ว่าพวกเธอต้องขึ้นไปยิ้ม ไปร้อง ไปทำให้คนรักเมืองนี้ให้ได้ทั้งที่ร่างกายคือซอมบี้ที่ต้องคอยปิดบังรอยเย็บ แรงมหาศาลที่เผลอทีไรก็พังเวที และความลับที่หลุดออกไปเมื่อไรก็จบอาชีพทันที ยิ่งเมื่อเวทีขยับขยายจากไลฟ์เฮาส์เล็ก ๆ สู่สเกลระดับเทศกาลความฝันอย่างยูเมะกิงกะพาราไดซ์ ที่แสง เลเซอร์ และจอขนาดยักษ์พร้อมจะจับทุกพิรุธบนใบหน้า เดิมพันก็ยิ่งสูงขึ้นหลายเท่า พวกเธอไม่ได้แค่แข่งกับวงไอดอลวงอื่น แต่กำลังแข่งกับสายตาของคนทั้งเมืองที่ฝากความหวังเรื่องการท่องเที่ยว ชื่อเสียง และความคึกคักของบ้านเกิดไว้บนบ่าของซอมบี้เจ็ดตน ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงการถูกเปิดโปง และการถอยหลังกลับไปสู่ความมืดอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยืนระยะมาได้เกินกว่ามุกตลกชั่วคราว คือการมองร่างซอมบี้ให้เป็นเหมือนชีวิตครั้งที่สองของคนที่เคยหมดเวลาไปแล้ว ทุกคนในวงล้วนเคยมีอดีตที่ค้างคา เคยฝันสลาย เคยถูกลืม หรือเคยจากโลกไปโดยยังไม่ได้พูดลา การได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งในเมืองเล็ก ๆ อย่างซากะจึงไม่ใช่แค่การแก้แค้นโชคชะตา แต่คือการค่อย ๆ เรียนรู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไรให้มีความหมายเมื่อได้รับโอกาสที่คนเป็นส่วนใหญ่ไม่มี โทนของหนังจึงเหวี่ยงไปมาระหว่างความบ้าบิ่นแบบแอ็กชันกับคอมเมดี้หน้าตาย ตอนหนึ่งเราหัวเราะลั่นกับท่าตกเวทีคอหักแล้วลุกขึ้นมาเต้นต่อ อีกตอนกลับนิ่งเงียบไปกับบทสนทนาสั้น ๆ หลังเวที แววตาที่สั่นไหวก่อนเสียงเพลงขึ้นอินโทร และเนื้อเพลงที่พูดถึงการโอบกอดวันพรุ่งนี้โดยไม่ต้องอธิบายว่าทำไมน้ำตาถึงซึม และนั่นคือเหตุผลที่ต้องสัมผัสเรื่องนี้บนจอใหญ่สักครั้ง งานภาพจากสตูดิโออย่าง MAPPA ที่ถนัดการขยับตัวละครให้ทั้งลื่นไหลและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน ถูกดึงมาใช้เต็มที่กับโชว์ที่ผสมทั้งทริลเลอร์สายไอดอล ดราม่าวัยรุ่น และความหลุดโลกแบบซอมบี้คอมเมดี้ เพลงในเรื่องก็ไม่ได้เดินตามสูตรน่ารักสดใสอย่างเดียว แต่กล้าผสมร็อก เมทัล แร็ป และบัลลาดปนกันจนกลายเป็นภาษาเฉพาะของวง คนที่ไม่เคยตามอนิเมะสองซีซันมาก่อนก็ยังสนุกไปกับจังหวะที่อัดแน่นไม่ให้พักหายใจได้ไม่ยาก ส่วนแฟนเก่าก็จะได้เห็นพัฒนาการของคาแรกเตอร์ที่ผูกพันกันมานานบนเวทีที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ขอแค่เปิดใจทิ้งตรรกะไว้หน้าประตู แล้วปล่อยให้เสียงเบสกับเสียงเชียร์พาไปจนจบโชว์
เริ่มรับชม Zombie Land Saga: Yumeginga Paradise
นักแสดง

คาเอเดะ ฮนโดะ

田野アサミ

ริซะ ทาเนดะ

มากิ คาวาเซะ

ริกะ คินูงาวะ

มินามิ ทานากะ

โคะโตะโนะ มิสึอิชิ

มาโมรุ มิยาโนะ


