ตัวอย่าง Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel
ตัวอย่าง Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel
Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel

Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel

แอลวินกับสหายชิพมังค์จอมซน 2
★ 5.7/10 2009 88 นาที ภาพยนตร์ ครอบครัว จินตนาการ ดนตรี ตลก

รายละเอียดเรื่อง Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel

หลังจากกลายเป็นวงดนตรีขวัญใจผู้ชมทั่วโลก แอลวิน ไซมอน และธีโอดอร์ สามพี่น้องชิพมังค์เสียงแหลมก็ใช้ชีวิตราวกับร็อกสตาร์ตัวจิ๋วที่ไม่มีวันหยุดพัก พวกเขามีเวทีใหญ่ แสงไฟ เสียงเชียร์ และบทเพลงจังหวะสนุกที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นเต้นได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ทั้งสามยังคงเป็นเด็กซนพลังงานล้นที่พร้อมเปลี่ยนเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นความโกลาหลได้ในพริบตา โดยเฉพาะแอลวิน ผู้มีความมั่นใจเกินขนาดตัวและมักตัดสินใจเร็วกว่าสมองจะประมวลผล ส่วนไซมอนยังคงเป็นพี่ชายผู้สุขุม ช่างคิด และพยายามใช้เหตุผลหยุดความวุ่นวาย ขณะที่ธีโอดอร์เป็นน้องเล็กแสนอ่อนโยนที่มักถูกลากเข้าไปอยู่กลางเหตุการณ์อลหม่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชีวิตที่ดูเหมือนกำลังไปได้สวยจึงต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการแสดงทำให้เดฟ ผู้ดูแลและเสมือนพ่อของพวกเขา ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน เมื่อเดฟไม่สามารถคอยดูแลพวกเขาเหมือนเดิม เหล่าชิพมังค์จึงต้องออกจากโลกของเวทีและก้าวเข้าสู่สถานที่ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย นั่นคือโรงเรียนที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ตารางเรียน เพื่อนใหม่ และสถานการณ์น่าอึดอัดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการร้องเพลงบนเวที การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนอาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กทั่วไป แต่สำหรับสามพี่น้องที่เคยมีผู้คนคอยเอาใจและมีชื่อเสียงโด่งดัง การต้องนั่งเรียนให้ครบคาบ ทำงานร่วมกับคนอื่น และวางตัวให้เหมาะสมกลับกลายเป็นภารกิจสุดหิน ยิ่งแอลวินพยายามทำตัวเป็นจุดเด่นมากเท่าไร ปัญหาก็ยิ่งตามมาเร็วขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน ไซมอนต้องพยายามรักษาความสงบ ส่วนธีโอดอร์ก็ต้องปรับตัวกับโลกใบใหม่ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน สถานการณ์ยิ่งชุลมุนขึ้น เมื่อหน้าที่ดูแลสามชิพมังค์ไม่ได้ตกอยู่กับผู้ใหญ่ที่พร้อมรับมือ แต่กลับกลายเป็นความรับผิดชอบของโทบี้ หลานชายจอมเปิ่นของป้าแจ็กกี้ โทบี้เองก็ไม่ได้มีภาพลักษณ์ของพี่เลี้ยงมืออาชีพ เขาเป็นหนุ่มที่ยังจัดการชีวิตตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก และแทบไม่รู้ว่าจะควบคุมเด็กตัวจิ๋วสามตัวที่ทั้งดื้อ ซน และมีชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์ได้อย่างไร การอยู่ร่วมกันของคนที่ยังไม่พร้อมดูแลใครกับชิพมังค์ที่ไม่ยอมอยู่นิ่งจึงเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด มุกตลก และเหตุการณ์ที่บานปลายเกินคาด ท่ามกลางความวุ่นวาย แอลวินยังต้องรับมือกับความรู้สึกอยากเป็นผู้นำและอยากพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่ไซมอนกับธีโอดอร์เริ่มค้นพบว่าการมีเพื่อน การเข้ากับสังคม และการยอมรับความแตกต่างของกันและกันอาจสำคัญไม่แพ้เสียงปรบมือจากผู้ชม นอกจากต้องปรับตัวกับโรงเรียนและผู้ดูแลคนใหม่แล้ว เหล่าชิพมังค์ยังได้พบกับคู่แข่งทางดนตรีที่ทำให้โลกของพวกเขาคึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อความสำเร็จของวงชายถูกท้าทายด้วยพลังของชิพมังค์สาวสามพี่น้องที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ทั้งบริตทานี ฌองเน็ตต์ และเอเลนอร์ ต่างมีบุคลิกโดดเด่นและความสามารถบนเวทีเป็นของตัวเอง การพบกันของสองกลุ่มจึงไม่ได้มีเพียงการแข่งขันเพื่อพิสูจน์ว่าใครเจ๋งกว่า แต่ยังเต็มไปด้วยแรงปะทะ ความหมั่นไส้ ความประทับใจ และความรู้สึกที่ค่อย ๆ ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อแอลวินพบว่าการมีคู่แข่งที่สูสีอาจทำให้เขาต้องมองตัวเองใหม่ ส่วนไซมอนก็ต้องรับมือกับความประหม่าในแบบที่ไม่คุ้นเคย และธีโอดอร์ก็ได้พบมิตรภาพที่ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้น เรื่องราวจึงเดินหน้าไปพร้อมกับเพลงสนุก ๆ ฉากการแข่งขันสุดคึกคัก และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการประชันฝีมือไปสู่การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้เสียงหัวเราะและความป่วนแบบไม่พัก “แอลวินกับสหายชิพมังค์จอมซน 2” ยังพูดถึงความหมายของครอบครัว การเติบโต และการรู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ ชื่อเสียงอาจทำให้พวกเขาดูเหมือนเด็กที่พึ่งพาตัวเองได้ แต่เมื่อเดฟไม่สามารถอยู่ข้าง ๆ ได้ ความจริงก็ชัดเจนขึ้นว่าทั้งสามยังต้องการความรัก คำแนะนำ และใครสักคนที่พร้อมจะคอยเตือนเมื่อพวกเขาเดินออกนอกเส้นทาง หนังผสมบรรยากาศดนตรีสดใสเข้ากับคอเมดี้ครอบครัวได้อย่างลงตัว มีทั้งการเต้น เพลงติดหู มุกจากความแตกต่างของตัวละคร และเหตุการณ์ชุลมุนที่ดูสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและผู้ดูแลก็ช่วยเติมความอบอุ่นให้เรื่องไม่ใช่เพียงการรวมฉากตลกกับการแสดงเท่านั้น สำหรับคนที่ชอบหนังครอบครัวจังหวะเร็ว ตัวละครน่ารักแต่ก่อเรื่องเก่ง และเพลงที่ทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ต้นจนจบ ภาคนี้คือการกลับมาของสามเสียงแสบที่ทั้งสร้างเสียงหัวเราะและชวนให้รู้ว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขายังคงเป็นการมีครอบครัวและเพื่อนที่พร้อมอยู่เคียงข้างกันเสมอ

เรื่องนี้คือ Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel

หลังจากกลายเป็นวงดนตรีขวัญใจผู้ชมทั่วโลก แอลวิน ไซมอน และธีโอดอร์ สามพี่น้องชิพมังค์เสียงแหลมก็ใช้ชีวิตราวกับร็อกสตาร์ตัวจิ๋วที่ไม่มีวันหยุดพัก พวกเขามีเวทีใหญ่ แสงไฟ เสียงเชียร์ และบทเพลงจังหวะสนุกที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นเต้นได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ทั้งสามยังคงเป็นเด็กซนพลังงานล้นที่พร้อมเปลี่ยนเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นความโกลาหลได้ในพริบตา โดยเฉพาะแอลวิน ผู้มีความมั่นใจเกินขนาดตัวและมักตัดสินใจเร็วกว่าสมองจะประมวลผล ส่วนไซมอนยังคงเป็นพี่ชายผู้สุขุม ช่างคิด และพยายามใช้เหตุผลหยุดความวุ่นวาย ขณะที่ธีโอดอร์เป็นน้องเล็กแสนอ่อนโยนที่มักถูกลากเข้าไปอยู่กลางเหตุการณ์อลหม่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชีวิตที่ดูเหมือนกำลังไปได้สวยจึงต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการแสดงทำให้เดฟ ผู้ดูแลและเสมือนพ่อของพวกเขา ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน

เมื่อเดฟไม่สามารถคอยดูแลพวกเขาเหมือนเดิม เหล่าชิพมังค์จึงต้องออกจากโลกของเวทีและก้าวเข้าสู่สถานที่ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย นั่นคือโรงเรียนที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ตารางเรียน เพื่อนใหม่ และสถานการณ์น่าอึดอัดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการร้องเพลงบนเวที การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนอาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กทั่วไป แต่สำหรับสามพี่น้องที่เคยมีผู้คนคอยเอาใจและมีชื่อเสียงโด่งดัง การต้องนั่งเรียนให้ครบคาบ ทำงานร่วมกับคนอื่น และวางตัวให้เหมาะสมกลับกลายเป็นภารกิจสุดหิน ยิ่งแอลวินพยายามทำตัวเป็นจุดเด่นมากเท่าไร ปัญหาก็ยิ่งตามมาเร็วขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน ไซมอนต้องพยายามรักษาความสงบ ส่วนธีโอดอร์ก็ต้องปรับตัวกับโลกใบใหม่ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน

สถานการณ์ยิ่งชุลมุนขึ้น เมื่อหน้าที่ดูแลสามชิพมังค์ไม่ได้ตกอยู่กับผู้ใหญ่ที่พร้อมรับมือ แต่กลับกลายเป็นความรับผิดชอบของโทบี้ หลานชายจอมเปิ่นของป้าแจ็กกี้ โทบี้เองก็ไม่ได้มีภาพลักษณ์ของพี่เลี้ยงมืออาชีพ เขาเป็นหนุ่มที่ยังจัดการชีวิตตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก และแทบไม่รู้ว่าจะควบคุมเด็กตัวจิ๋วสามตัวที่ทั้งดื้อ ซน และมีชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์ได้อย่างไร การอยู่ร่วมกันของคนที่ยังไม่พร้อมดูแลใครกับชิพมังค์ที่ไม่ยอมอยู่นิ่งจึงเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด มุกตลก และเหตุการณ์ที่บานปลายเกินคาด ท่ามกลางความวุ่นวาย แอลวินยังต้องรับมือกับความรู้สึกอยากเป็นผู้นำและอยากพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่ไซมอนกับธีโอดอร์เริ่มค้นพบว่าการมีเพื่อน การเข้ากับสังคม และการยอมรับความแตกต่างของกันและกันอาจสำคัญไม่แพ้เสียงปรบมือจากผู้ชม

นอกจากต้องปรับตัวกับโรงเรียนและผู้ดูแลคนใหม่แล้ว เหล่าชิพมังค์ยังได้พบกับคู่แข่งทางดนตรีที่ทำให้โลกของพวกเขาคึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อความสำเร็จของวงชายถูกท้าทายด้วยพลังของชิพมังค์สาวสามพี่น้องที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ทั้งบริตทานี ฌองเน็ตต์ และเอเลนอร์ ต่างมีบุคลิกโดดเด่นและความสามารถบนเวทีเป็นของตัวเอง การพบกันของสองกลุ่มจึงไม่ได้มีเพียงการแข่งขันเพื่อพิสูจน์ว่าใครเจ๋งกว่า แต่ยังเต็มไปด้วยแรงปะทะ ความหมั่นไส้ ความประทับใจ และความรู้สึกที่ค่อย ๆ ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อแอลวินพบว่าการมีคู่แข่งที่สูสีอาจทำให้เขาต้องมองตัวเองใหม่ ส่วนไซมอนก็ต้องรับมือกับความประหม่าในแบบที่ไม่คุ้นเคย และธีโอดอร์ก็ได้พบมิตรภาพที่ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้น เรื่องราวจึงเดินหน้าไปพร้อมกับเพลงสนุก ๆ ฉากการแข่งขันสุดคึกคัก และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการประชันฝีมือไปสู่การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ภายใต้เสียงหัวเราะและความป่วนแบบไม่พัก “แอลวินกับสหายชิพมังค์จอมซน 2” ยังพูดถึงความหมายของครอบครัว การเติบโต และการรู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ ชื่อเสียงอาจทำให้พวกเขาดูเหมือนเด็กที่พึ่งพาตัวเองได้ แต่เมื่อเดฟไม่สามารถอยู่ข้าง ๆ ได้ ความจริงก็ชัดเจนขึ้นว่าทั้งสามยังต้องการความรัก คำแนะนำ และใครสักคนที่พร้อมจะคอยเตือนเมื่อพวกเขาเดินออกนอกเส้นทาง หนังผสมบรรยากาศดนตรีสดใสเข้ากับคอเมดี้ครอบครัวได้อย่างลงตัว มีทั้งการเต้น เพลงติดหู มุกจากความแตกต่างของตัวละคร และเหตุการณ์ชุลมุนที่ดูสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและผู้ดูแลก็ช่วยเติมความอบอุ่นให้เรื่องไม่ใช่เพียงการรวมฉากตลกกับการแสดงเท่านั้น สำหรับคนที่ชอบหนังครอบครัวจังหวะเร็ว ตัวละครน่ารักแต่ก่อเรื่องเก่ง และเพลงที่ทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ต้นจนจบ ภาคนี้คือการกลับมาของสามเสียงแสบที่ทั้งสร้างเสียงหัวเราะและชวนให้รู้ว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขายังคงเป็นการมีครอบครัวและเพื่อนที่พร้อมอยู่เคียงข้างกันเสมอ

เริ่มรับชม Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel

นักแสดง

แซคารี ลีวาย

แซคารี ลีวาย

Toby
David Cross

David Cross

Ian
Jason Lee

Jason Lee

Dave
Justin Long

Justin Long

Alvin (voice)
Matthew Gray Gubler

Matthew Gray Gubler

Simon (voice)
Jesse McCartney

Jesse McCartney

Theodore (voice)
Amy Poehler

Amy Poehler

Eleanor (voice)
Anna Faris

Anna Faris

Jeanette (voice)
Christina Applegate

Christina Applegate

Brittany (voice)
Wendie Malick

Wendie Malick

Dr. Rubin
Anjelah Johnson-Reyes

Anjelah Johnson-Reyes

Julie
Kathryn Joosten

Kathryn Joosten

Aunt Jackie