ตัวอย่าง Gatta Kusthi 2
Gatta Kusthi 2

Gatta Kusthi 2

หนุ่มหมัดหนักหารัก 2
★ 4.9/10 2026 153 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังชีวิต

รายละเอียดเรื่อง Gatta Kusthi 2

หมู่บ้านเล็ก ๆ ในทมิฬนาฑูที่ฝุ่นจากลานมวยปล้ำแบบกัตตาคุสตีหรือมวยปล้ำบนพื้นดินยังคลุ้งอยู่ในอากาศทุกเช้าเย็น กลิ่นน้ำมันมวย เสียงนกหวีด เสียงกองเชียร์ที่ตะโกนลั่นจนแสบแก้วหู มันคือโลกที่ผู้ชายต้องแข็งแกร่ง ผู้หญิงต้องเรียบร้อย และคำว่าศักดิ์ศรีของครอบครัวมักถูกผูกไว้กับสายตาของเพื่อนบ้านมากกว่าความสุขของคนในบ้านตัวเอง หนุ่มหมัดหนักหารัก 2 หรือ Gatta Kusthi 2 พาเรากลับมายังโลกใบเดิมนั้นอีกครั้ง แต่ในเวลาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากเรื่องวุ่น ๆ ของคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ฝ่ายชายอยากได้เมียที่เชื่อฟัง ส่วนฝ่ายหญิงดันซ่อนดีกรีอดีตนักมวยปล้ำเอาไว้ มาภาคนี้ชีวิตของทั้งคู่ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่ารักกันแล้วทุกอย่างจะจบสวยเหมือนในหนังโรแมนติกทั่วไป เพราะความจริงของชีวิตคู่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก บ้านหลังเล็กที่เคยมีแค่สามีภรรยาต้องมีเสียงร้องไห้ของลูกสาวตัวน้อยเพิ่มเข้ามา มีผ้าอ้อมที่ต้องซัก มีนมที่ต้องชง มีค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นทุกเดือน ขณะที่ความฝันบนสังเวียนของเมียก็ยังไม่ยอมดับลงง่าย ๆ โทนเรื่องจึงอบอวลไปด้วยทั้งกลิ่นเหงื่อของนักกีฬา กลิ่นแกงจากในครัว และกลิ่นอายของดราม่าครอบครัวที่ใครที่เคยแต่งงานหรือเคยเลี้ยงลูกจะต้องพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ หัวใจของเรื่องยังคงอยู่ที่ วีระ ชายหนุ่มบ้าน ๆ ที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความหัวดื้อและอคติแบบชายเป็นใหญ่เต็มขั้น แต่สุดท้ายก็ยอมศิโรราบให้กับความจริงที่ว่าเมียของตัวเองเก่งกว่าเขาหลายเท่าในเรื่องมวยปล้ำ จากคนที่เคยสั่งให้เมียเลิกขึ้นสังเวียน วันนี้เขากลับกลายเป็นพ่อบ้านเต็มตัวที่ตื่นเช้ามาหุงข้าว เตรียมกับข้าว มัดผมให้ลูกสาวตัวน้อยอย่าง ซาร่า ก่อนจะอุ้มลูกไปส่งให้ย่าเลี้ยงแล้วกลับมาซักผ้ากองโตด้วยมือตัวเอง ส่วน คีร์ธิ ภรรยาของเขาไม่ใช่แค่แม่ของลูกอีกต่อไป แต่เธอกำลังพยายามกลับมาทวงบัลลังก์นักมวยปล้ำหญิงที่เคยทิ้งไปเพื่อครอบครัว เธอซ้อมหนักตั้งแต่ตีห้า วิ่งรอบหมู่บ้านทั้งที่ขายังสั่น อุ้มกระสอบทรายทั้งที่แขนยังล้าจากการอุ้มลูกทั้งคืน ความมุ่งมั่นของเธอไม่ได้มาจากความอยากดัง แต่มันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า มีตัวตนที่ไม่ได้เป็นแค่เมียของใครหรือแม่ของใคร ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงน่ารักและน่าปวดใจในเวลาเดียวกัน เพราะวีระเองก็ภูมิใจในตัวเมียอย่างสุดหัวใจ แต่ลึก ๆ เขาก็เหนื่อย ก็ท้อ และก็แอบน้อยใจที่ไม่มีใครหันมามองความเสียสละของเขาเลย รอบตัวพวกเขายังมีลุงป้าน้าอาเพื่อนบ้านสายเมาท์มอย ทั้งลุงจอมยุ่งที่ชอบแซะว่าไอ้หนุ่มคนนี้เกาะเมียกิน ป้าใจดีแต่ปากไวที่ชอบสอนว่าผู้หญิงมีลูกแล้วควรอยู่บ้านเลี้ยงลูก รวมถึงเพื่อนซี้ตัวฮาที่คอยสร้างเสียงหัวเราะแต่บางทีคำพูดติดตลกของพวกเขานั่นแหละที่แทงใจดำที่สุด ความสนุกปนหน่วงของหนังมันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นแผลใหญ่ในใจ วันหนึ่งคีร์ธิได้รับโอกาสให้กลับไปคัดตัวเพื่อแข่งในระดับรัฐ ซึ่งเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะพาเธอไปสู่ทีมชาติ แต่นั่นหมายความว่าเธอต้องเก็บตัวฝึกซ้อมไกลบ้านหลายเดือน ต้องมีโค้ช มีตารางโภชนาการ มีค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวหาเช้ากินค่ำแทบจะแบกรับไม่ไหว วีระที่เคยประกาศลั่นว่าจะสนับสนุนเมียเต็มที่ เริ่มถูกสังคมรอบข้างกดดันอย่างหนัก เพื่อนที่โรงงานหัวเราะเยาะว่าเขาเป็นพ่อบ้านกินแรงเมีย พ่อแม่ของตัวเองก็เริ่มบ่นว่าหลานไม่มีแม่ดูแลจะเสียคน แถมยังมีข่าวลือในหมู่บ้านว่าครอบครัวนี้กำลังจะแตกเพราะผัวคุมเมียไม่อยู่ ขณะเดียวกันลูกสาวตัวน้อยก็เริ่มป่วยบ่อยเพราะขาดคนดูแลใกล้ชิด วีระต้องวิ่งรอกระหว่างโรงพยาบาลกับบ้าน ต้องอุ้มลูกที่ตัวร้อนจี๋ไปหาหมอกลางดึกทั้งที่ในใจก็เป็นห่วงเมียที่กำลังซ้อมจนข้อเท้าพลิกอยู่อีกจังหวัด ความตึงเครียดไม่ได้มาในรูปแบบของคู่ต่อสู้ตัวใหญ่บนสังเวียน แต่มาในรูปของบิลค่ารักษา คำพูดเสียดสีของญาติ และความเงียบงันในวงข้าวเย็นที่สองผัวเมียไม่รู้จะเริ่มพูดกันอย่างไรดีว่าใครควรจะเป็นฝ่ายถอย หนังค่อย ๆ ไต่ระดับความกดดันขึ้นทีละนิด จากเรื่องขำ ๆ อย่างการที่วีระใส่ผ้าถุงกลับด้านไปตลาดเพราะรีบเลี้ยงลูก ไปจนถึงฉากที่เขาต้องยืนประจันหน้ากับคณะกรรมการหมู่บ้านที่ตั้งคำถามว่าผู้ชายแบบไหนกันที่ปล่อยให้เมียไปปล้ำกับคนอื่นต่อหน้าธาธารกำนัล สิ่งที่ทำให้ภาคต่อเรื่องนี้มีเสน่ห์มากกว่าหนังกีฬาทั่วไปก็คือมันไม่ได้เล่าเรื่องของคนชนะบนเวที แต่มันเล่าเรื่องของคนที่ยืนอยู่หลังเวทีและต้องสู้กับสังเวียนที่มองไม่เห็น วีระอาจไม่ต้องขึ้นไปล็อกคอใคร แต่ทุกวันของเขาคือการปล้ำกับอคติในใจตัวเอง ปล้ำกับความคาดหวังของสังคมที่บอกว่าผู้ชายที่ดีต้องเป็นเสาหลักหาเงิน ส่วนผู้หญิงที่ดีต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก หนังตั้งคำถามอย่างแยบยลว่าการอยู่เคียงข้างกันมันหมายถึงแค่การปรบมือเชียร์อยู่ข้างสนามจริงหรือ หรือมันหมายถึงการกล้าพูดกันตรง ๆ ในวันที่เหนื่อยว่าเราก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ความรักในเรื่องนี้จึงไม่ได้หวานเลี่ยนแบบซีรีส์โรแมนติก แต่มันมีทั้งเหงื่อ น้ำตา เสียงหัวเราะ และกลิ่นน้ำปลาในครัวปนกันไปหมด โทนของหนังลื่นไหลระหว่างคอมเมดี้แบบบ้าน ๆ ที่มุกตลกมาจากความโก๊ะของพ่อบ้านมือใหม่กับดราม่าชีวิตที่จุกอกจนน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว งานภาพยังคงอบอุ่นด้วยแสงแดดของชนบทอินเดียใต้ เสียงดนตรีพื้นบ้านที่เร้าใจในฉากซ้อมจะตัดสลับกับความเงียบในห้องนอนแคบ ๆ ที่สองคนนอนหันหลังให้กันเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะง้อ มันคือความจริงของชีวิตคู่ที่ไม่ได้สวยงามแต่โคตรจริงใจ ใครที่เคยหลงรักภาคแรกจากความฮาและความแสบของคู่นี้ ภาคนี้จะทำให้คุณรักพวกเขามากขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะมันไม่ได้ขายแค่ฉากมวยปล้ำมัน ๆ ที่มีท่าทุ่ม ท่าล็อก ชนิดที่คนดูต้องลุ้นจนจิกเบาะ แต่มันขายหัวใจของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นผัว เป็นเมีย ที่ต้องเรียนรู้ว่าฝันของคนหนึ่งคนจะไปรอดได้ก็ต่อเมื่ออีกคนยอมแบกอีกครึ่งหนึ่งเอาไว้โดยไม่ปริปากบ่น การแสดงของ วิษณุ วิศาล ยังคงมีเสน่ห์แบบหนุ่มบ้าน ๆ ที่กวนบ้าง ซึ้งบ้าง ส่วน ไอศวรรยา เลกษมี ก็ถ่ายทอดความเป็นนักสู้ทั้งในสนามและในฐานะแม่ได้อย่างทรงพลังจนคนดูต้องเอาใจช่วยทุกครั้งที่เธอขึ้นสังเวียน ยิ่งได้ทีมสมทบสายฮาอย่าง การุณาส มูนิชกันธ์ และ กาลี เวนกัต มาคอยสอดแทรกมุกแบบธรรมชาติ หนังเลยไม่เคยหนักจนดูไม่ไหว แต่ก็ไม่เคยเบาจนไร้ความหมาย นี่คือหนังชีวิตที่ดูสนุก ดูเพลิน แต่ดูจบแล้วจะทำให้เราหันกลับไปมองคนข้าง ๆ แล้วอยากขอบคุณเขาที่อยู่ข้างกันมาโดยตลอด หากกำลังมองหาหนังใหม่แบบครบรสที่ทั้งฮา ทั้งซึ้ง และทั้งให้แง่คิดเรื่องครอบครัวแบบไม่ยัดเยียด เรื่องนี้คือคำตอบที่ควรเปิดดูแบบภาพชัดเสียงแน่นให้เต็มอิ่ม แล้วมาลุ้นไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัวนี้จะอยู่บนสังเวียน หรืออยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของลูกสาวกันแน่

เรื่องนี้คือ Gatta Kusthi 2

หมู่บ้านเล็ก ๆ ในทมิฬนาฑูที่ฝุ่นจากลานมวยปล้ำแบบกัตตาคุสตีหรือมวยปล้ำบนพื้นดินยังคลุ้งอยู่ในอากาศทุกเช้าเย็น กลิ่นน้ำมันมวย เสียงนกหวีด เสียงกองเชียร์ที่ตะโกนลั่นจนแสบแก้วหู มันคือโลกที่ผู้ชายต้องแข็งแกร่ง ผู้หญิงต้องเรียบร้อย และคำว่าศักดิ์ศรีของครอบครัวมักถูกผูกไว้กับสายตาของเพื่อนบ้านมากกว่าความสุขของคนในบ้านตัวเอง หนุ่มหมัดหนักหารัก 2 หรือ Gatta Kusthi 2 พาเรากลับมายังโลกใบเดิมนั้นอีกครั้ง แต่ในเวลาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากเรื่องวุ่น ๆ ของคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ฝ่ายชายอยากได้เมียที่เชื่อฟัง ส่วนฝ่ายหญิงดันซ่อนดีกรีอดีตนักมวยปล้ำเอาไว้ มาภาคนี้ชีวิตของทั้งคู่ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่ารักกันแล้วทุกอย่างจะจบสวยเหมือนในหนังโรแมนติกทั่วไป เพราะความจริงของชีวิตคู่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก บ้านหลังเล็กที่เคยมีแค่สามีภรรยาต้องมีเสียงร้องไห้ของลูกสาวตัวน้อยเพิ่มเข้ามา มีผ้าอ้อมที่ต้องซัก มีนมที่ต้องชง มีค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นทุกเดือน ขณะที่ความฝันบนสังเวียนของเมียก็ยังไม่ยอมดับลงง่าย ๆ โทนเรื่องจึงอบอวลไปด้วยทั้งกลิ่นเหงื่อของนักกีฬา กลิ่นแกงจากในครัว และกลิ่นอายของดราม่าครอบครัวที่ใครที่เคยแต่งงานหรือเคยเลี้ยงลูกจะต้องพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ

หัวใจของเรื่องยังคงอยู่ที่ วีระ ชายหนุ่มบ้าน ๆ ที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความหัวดื้อและอคติแบบชายเป็นใหญ่เต็มขั้น แต่สุดท้ายก็ยอมศิโรราบให้กับความจริงที่ว่าเมียของตัวเองเก่งกว่าเขาหลายเท่าในเรื่องมวยปล้ำ จากคนที่เคยสั่งให้เมียเลิกขึ้นสังเวียน วันนี้เขากลับกลายเป็นพ่อบ้านเต็มตัวที่ตื่นเช้ามาหุงข้าว เตรียมกับข้าว มัดผมให้ลูกสาวตัวน้อยอย่าง ซาร่า ก่อนจะอุ้มลูกไปส่งให้ย่าเลี้ยงแล้วกลับมาซักผ้ากองโตด้วยมือตัวเอง ส่วน คีร์ธิ ภรรยาของเขาไม่ใช่แค่แม่ของลูกอีกต่อไป แต่เธอกำลังพยายามกลับมาทวงบัลลังก์นักมวยปล้ำหญิงที่เคยทิ้งไปเพื่อครอบครัว เธอซ้อมหนักตั้งแต่ตีห้า วิ่งรอบหมู่บ้านทั้งที่ขายังสั่น อุ้มกระสอบทรายทั้งที่แขนยังล้าจากการอุ้มลูกทั้งคืน ความมุ่งมั่นของเธอไม่ได้มาจากความอยากดัง แต่มันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า มีตัวตนที่ไม่ได้เป็นแค่เมียของใครหรือแม่ของใคร ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงน่ารักและน่าปวดใจในเวลาเดียวกัน เพราะวีระเองก็ภูมิใจในตัวเมียอย่างสุดหัวใจ แต่ลึก ๆ เขาก็เหนื่อย ก็ท้อ และก็แอบน้อยใจที่ไม่มีใครหันมามองความเสียสละของเขาเลย รอบตัวพวกเขายังมีลุงป้าน้าอาเพื่อนบ้านสายเมาท์มอย ทั้งลุงจอมยุ่งที่ชอบแซะว่าไอ้หนุ่มคนนี้เกาะเมียกิน ป้าใจดีแต่ปากไวที่ชอบสอนว่าผู้หญิงมีลูกแล้วควรอยู่บ้านเลี้ยงลูก รวมถึงเพื่อนซี้ตัวฮาที่คอยสร้างเสียงหัวเราะแต่บางทีคำพูดติดตลกของพวกเขานั่นแหละที่แทงใจดำที่สุด

ความสนุกปนหน่วงของหนังมันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นแผลใหญ่ในใจ วันหนึ่งคีร์ธิได้รับโอกาสให้กลับไปคัดตัวเพื่อแข่งในระดับรัฐ ซึ่งเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะพาเธอไปสู่ทีมชาติ แต่นั่นหมายความว่าเธอต้องเก็บตัวฝึกซ้อมไกลบ้านหลายเดือน ต้องมีโค้ช มีตารางโภชนาการ มีค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวหาเช้ากินค่ำแทบจะแบกรับไม่ไหว วีระที่เคยประกาศลั่นว่าจะสนับสนุนเมียเต็มที่ เริ่มถูกสังคมรอบข้างกดดันอย่างหนัก เพื่อนที่โรงงานหัวเราะเยาะว่าเขาเป็นพ่อบ้านกินแรงเมีย พ่อแม่ของตัวเองก็เริ่มบ่นว่าหลานไม่มีแม่ดูแลจะเสียคน แถมยังมีข่าวลือในหมู่บ้านว่าครอบครัวนี้กำลังจะแตกเพราะผัวคุมเมียไม่อยู่ ขณะเดียวกันลูกสาวตัวน้อยก็เริ่มป่วยบ่อยเพราะขาดคนดูแลใกล้ชิด วีระต้องวิ่งรอกระหว่างโรงพยาบาลกับบ้าน ต้องอุ้มลูกที่ตัวร้อนจี๋ไปหาหมอกลางดึกทั้งที่ในใจก็เป็นห่วงเมียที่กำลังซ้อมจนข้อเท้าพลิกอยู่อีกจังหวัด ความตึงเครียดไม่ได้มาในรูปแบบของคู่ต่อสู้ตัวใหญ่บนสังเวียน แต่มาในรูปของบิลค่ารักษา คำพูดเสียดสีของญาติ และความเงียบงันในวงข้าวเย็นที่สองผัวเมียไม่รู้จะเริ่มพูดกันอย่างไรดีว่าใครควรจะเป็นฝ่ายถอย หนังค่อย ๆ ไต่ระดับความกดดันขึ้นทีละนิด จากเรื่องขำ ๆ อย่างการที่วีระใส่ผ้าถุงกลับด้านไปตลาดเพราะรีบเลี้ยงลูก ไปจนถึงฉากที่เขาต้องยืนประจันหน้ากับคณะกรรมการหมู่บ้านที่ตั้งคำถามว่าผู้ชายแบบไหนกันที่ปล่อยให้เมียไปปล้ำกับคนอื่นต่อหน้าธาธารกำนัล

สิ่งที่ทำให้ภาคต่อเรื่องนี้มีเสน่ห์มากกว่าหนังกีฬาทั่วไปก็คือมันไม่ได้เล่าเรื่องของคนชนะบนเวที แต่มันเล่าเรื่องของคนที่ยืนอยู่หลังเวทีและต้องสู้กับสังเวียนที่มองไม่เห็น วีระอาจไม่ต้องขึ้นไปล็อกคอใคร แต่ทุกวันของเขาคือการปล้ำกับอคติในใจตัวเอง ปล้ำกับความคาดหวังของสังคมที่บอกว่าผู้ชายที่ดีต้องเป็นเสาหลักหาเงิน ส่วนผู้หญิงที่ดีต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก หนังตั้งคำถามอย่างแยบยลว่าการอยู่เคียงข้างกันมันหมายถึงแค่การปรบมือเชียร์อยู่ข้างสนามจริงหรือ หรือมันหมายถึงการกล้าพูดกันตรง ๆ ในวันที่เหนื่อยว่าเราก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ความรักในเรื่องนี้จึงไม่ได้หวานเลี่ยนแบบซีรีส์โรแมนติก แต่มันมีทั้งเหงื่อ น้ำตา เสียงหัวเราะ และกลิ่นน้ำปลาในครัวปนกันไปหมด โทนของหนังลื่นไหลระหว่างคอมเมดี้แบบบ้าน ๆ ที่มุกตลกมาจากความโก๊ะของพ่อบ้านมือใหม่กับดราม่าชีวิตที่จุกอกจนน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว งานภาพยังคงอบอุ่นด้วยแสงแดดของชนบทอินเดียใต้ เสียงดนตรีพื้นบ้านที่เร้าใจในฉากซ้อมจะตัดสลับกับความเงียบในห้องนอนแคบ ๆ ที่สองคนนอนหันหลังให้กันเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะง้อ มันคือความจริงของชีวิตคู่ที่ไม่ได้สวยงามแต่โคตรจริงใจ

ใครที่เคยหลงรักภาคแรกจากความฮาและความแสบของคู่นี้ ภาคนี้จะทำให้คุณรักพวกเขามากขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะมันไม่ได้ขายแค่ฉากมวยปล้ำมัน ๆ ที่มีท่าทุ่ม ท่าล็อก ชนิดที่คนดูต้องลุ้นจนจิกเบาะ แต่มันขายหัวใจของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นผัว เป็นเมีย ที่ต้องเรียนรู้ว่าฝันของคนหนึ่งคนจะไปรอดได้ก็ต่อเมื่ออีกคนยอมแบกอีกครึ่งหนึ่งเอาไว้โดยไม่ปริปากบ่น การแสดงของ วิษณุ วิศาล ยังคงมีเสน่ห์แบบหนุ่มบ้าน ๆ ที่กวนบ้าง ซึ้งบ้าง ส่วน ไอศวรรยา เลกษมี ก็ถ่ายทอดความเป็นนักสู้ทั้งในสนามและในฐานะแม่ได้อย่างทรงพลังจนคนดูต้องเอาใจช่วยทุกครั้งที่เธอขึ้นสังเวียน ยิ่งได้ทีมสมทบสายฮาอย่าง การุณาส มูนิชกันธ์ และ กาลี เวนกัต มาคอยสอดแทรกมุกแบบธรรมชาติ หนังเลยไม่เคยหนักจนดูไม่ไหว แต่ก็ไม่เคยเบาจนไร้ความหมาย นี่คือหนังชีวิตที่ดูสนุก ดูเพลิน แต่ดูจบแล้วจะทำให้เราหันกลับไปมองคนข้าง ๆ แล้วอยากขอบคุณเขาที่อยู่ข้างกันมาโดยตลอด หากกำลังมองหาหนังใหม่แบบครบรสที่ทั้งฮา ทั้งซึ้ง และทั้งให้แง่คิดเรื่องครอบครัวแบบไม่ยัดเยียด เรื่องนี้คือคำตอบที่ควรเปิดดูแบบภาพชัดเสียงแน่นให้เต็มอิ่ม แล้วมาลุ้นไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัวนี้จะอยู่บนสังเวียน หรืออยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของลูกสาวกันแน่

เริ่มรับชม Gatta Kusthi 2

นักแสดง

Vishnu Vishal

Vishnu Vishal

Veera
Aishwarya Lekshmi

Aishwarya Lekshmi

Keerthi
Z

Zara Zyanna

Madhi
Karunas

Karunas

'Mama' Ratnam
Munishkanth

Munishkanth

'Chithappa' Ganesan
Kaali Venkat

Kaali Venkat

'Sattam' Sattanathan
Lizzie Antony

Lizzie Antony

Ratnam's Wife
Gajaraj

Gajaraj

Keerthi's Father
Sreeja Ravi

Sreeja Ravi

Keerthi's Mother
Karunakaran

Karunakaran

Partha
Tarak Ponnappa

Tarak Ponnappa

Coach Dheena Dhayal
Mokksha

Mokksha

Meenu