Hidden Desire

Hidden Desire

ง่อไวฮิงควอง
★ 5.3/10 1991 78 นาที อีโรติก

รายละเอียดเรื่อง Hidden Desire

ฮ่องกงในช่วงปี 1991 คือเมืองที่แสงไฟไม่เคยดับจริง ๆ ตึกสูงย่านเซ็นทรัลกับจิมซาจุ่ยเบียดกันแน่น รถรางยังวิ่งผ่านตลาดที่คึกคักจนดึกดื่น ผู้คนใช้ชีวิตด้วยความเร็วของเศรษฐกิจที่กำลังพุ่งทะยาน กลางวันคือห้องแอร์ เสื้อผ้าแบรนด์เนม และโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่เท่าอิฐ กลางคืนคือบาร์ คาราโอเกะ อพาร์ตเมนต์วิวอ่าววิกตอเรียที่ม่านบาง ๆ ปิดไม่มิดความเหงา นี่คือยุคทองของหนังผู้ใหญ่ฮ่องกงที่กล้าพูดเรื่องความปรารถนาของผู้หญิงอย่างเปิดเผย ท่ามกลางสังคมที่ภายนอกยังเคร่งครัดแต่ภายในกำลังสั่นไหว และบรรยากาศแบบนั้นเองคือผืนผ้าใบของเรื่องทั้งหมด ความหอมของน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นฝน ความเปลี่ยวของห้องนอนที่หรูหราแต่เงียบเกินไป ท่ามกลางเมืองแบบนั้น เราได้พบกับ โจอี้ (Joey) หญิงสาวชาวฮ่องกงยุคใหม่ที่ทั้งสวย เฉลียวฉลาด และรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร รับบทโดย เย่ ยู่ชิง หรือ Veronica Yip ดาราสาวที่เป็นภาพจำของหนังเซ็กซี่ต้นยุคเก้าศูนย์ด้วยแววตาที่ทั้งอ่อนหวานและท้าทายในเวลาเดียวกัน โจอี้ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างผู้ชายสองคนในโลกของเธอ โรเบิร์ต (Robert) คนรักที่มั่นคง อบอุ่น แต่เริ่มจืดชืดเหมือนความเคยชิน กับ เดวิด (David) อีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่เข้ามาเติมช่องว่างอย่างหมิ่นเหม่ ขณะที่เพื่อนสาวอย่าง หลิน ถิงถิง (Lin Tintin) รับบทโดย กัว ซิ่วหยุน ใช้ชีวิตด้วยความสดใสและมองความรักเป็นเรื่องสนุก จนกระทั่งการปรากฏตัวของ โยชิโกะ (Yoshiko) หญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่รับบทโดย มุราคามิ เรนะ หรือ Rena Murakami ดาราสาวจากฝั่งญี่ปุ่นที่ข้ามทะเลมาพร้อมความเหงาและความลึกลับในแบบของตัวเอง ได้เข้ามาสั่นคลอนทุกอย่าง รอบตัวพวกเธอยังมี ชาร์ลี (Charlie) รับบทโดย เฉา ชาหลี่ หรือ Charlie Cho หนุ่มเจ้าชู้ปากหวานที่คุ้นเคยกับเกมความรัก และหมอดู (Fortune Teller) ชายชราที่ผู้คนแวะเวียนไปถามหาคำตอบของหัวใจ จุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมมาจากคำทำนายเพียงไม่กี่ประโยค หมอดูทักว่าเส้นทางความรักของโจอี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่จะเต็มไปด้วยไฟที่เธอต้องเลือกเองว่าจะปล่อยให้ลุกหรือดับมันลง ไม่นานนัก มิตรภาพระหว่างโจอี้กับโยชิโกะก็ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น จากเพื่อนต่างภาษาที่นั่งปรับทุกข์กันในร้านกาแฟยามบ่าย กลายเป็นคนที่เข้าใจร่างกายและจิตใจของกันและกันมากกว่าที่ผู้ชายคนไหนเคยเข้าใจ ความใกล้ชิดที่เริ่มต้นจากความเห็นใจแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดที่ทั้งคู่อ่านออกในสายตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ในขณะเดียวกัน ชาร์ลีก็วนเวียนเข้ามาด้วยข้อเสนอที่เย้ายวน โรเบิร์ตเริ่มสัมผัสได้ถึงระยะห่างที่มองไม่เห็น ส่วนเดวิดก็กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ทุกความสัมพันธ์ต้องถูกทดสอบ โจอี้จึงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความผูกพันแบบเดิมกับความปรารถนาแบบใหม่ที่เธอไม่เคยกล้ายอมรับกับตัวเองมาก่อน ยิ่งเรื่องดำเนินไป เดิมพันในหัวใจของทุกคนก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เดิมพันด้วยเงินทองหรือชื่อเสียง แต่เป็นเดิมพันด้วยความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง โจอี้ต้องตอบคำถามว่าเธอจะใช้ชีวิตตามกรอบที่สังคมขีดไว้ เป็นผู้หญิงที่ดีในสายตาคนอื่น หรือจะกล้าเดินตามเสียงเรียกจากข้างในที่บอกให้เธอโอบกอดทั้งความรักและความใคร่ในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ โยชิโกะเองก็มีบาดแผลและเหตุผลของการเดินทางมาไกลถึงฮ่องกง เธอไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงใคร แต่มาตามหาที่พักพิงสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงทั้งอ่อนโยนและร้อนแรงในคราวเดียว ขณะที่คนรอบข้างอย่างหลิน ถิงถิง ชาร์ลี โรเบิร์ต และเดวิด ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนให้พวกเธอเห็นว่าความรักมีได้หลายรูปแบบ ทั้งการครอบครอง การปล่อยมือ การแลกเปลี่ยน และการเรียนรู้ที่จะอยู่โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของกันและกัน สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังอีโรติกทั่วไปของยุคนั้น คือการที่มันไม่ได้ใช้ฉากวาบหวามเป็นเพียงเครื่องเรียกความสนใจ แต่ใช้มันเป็นภาษาของตัวละครในการสื่อสารสิ่งที่พูดออกมาไม่ได้ หนังพาเราสำรวจธีมของความปรารถนาที่ซ่อนอยู่สมชื่อเรื่อง ทั้งความปรารถนาของผู้หญิงที่มักถูกกดทับไว้ใต้คำว่าหน้าที่ ความปรารถนาจะมีใครสักคนที่มองเห็นตัวตนจริง ๆ โดยไม่ตัดสิน และความปรารถนาจะหลุดพ้นจากโชคชะตาที่ใครลิขิตไว้ให้ ฮ่องกงในหนังจึงไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งระหว่างขนบเก่ากับเสรีภาพใหม่ ระหว่างกลางวันแสก ๆ ที่ทุกคนสวมหน้ากากกับกลางคืนที่ทุกคนถอดมันออกอย่างเงียบเชียบ การแสดงของ Veronica Yip ที่ถ่ายทอดความลังเล ความกล้า และความเปราะบางได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับเสน่ห์อันนิ่งลึกของ Rena Murakami ทำให้ทุกบทสนทนา ทุกสายตา มีน้ำหนักมากกว่าที่เห็น สำหรับคอหนังฮ่องกงยุคเรโทรและคนที่คิดถึงเสน่ห์ของหนัง Category III ที่ทำด้วยความประณีต เรื่องนี้คือชิ้นงานที่ควรค่าแก่การย้อนกลับไปสัมผัส ไม่ใช่เพียงเพราะฉากต้องห้ามที่ถ่ายทำอย่างสวยงามมีรสนิยม แต่เพราะเรื่องราวของโจอี้และโยชิโกะจะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า สุดท้ายแล้วเรากล้าพอจะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแค่ไหน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนหนึ่งในฮ่องกงเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ที่ความเหงา ความรัก และแรงปรารถนา จะพาคุณดำดิ่งไปจนไม่อยากลุกจากที่นั่งจนกว่าไฟในห้องจะดับลงพร้อมกับตอนจบ

เรื่องนี้คือ Hidden Desire

ฮ่องกงในช่วงปี 1991 คือเมืองที่แสงไฟไม่เคยดับจริง ๆ ตึกสูงย่านเซ็นทรัลกับจิมซาจุ่ยเบียดกันแน่น รถรางยังวิ่งผ่านตลาดที่คึกคักจนดึกดื่น ผู้คนใช้ชีวิตด้วยความเร็วของเศรษฐกิจที่กำลังพุ่งทะยาน กลางวันคือห้องแอร์ เสื้อผ้าแบรนด์เนม และโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่เท่าอิฐ กลางคืนคือบาร์ คาราโอเกะ อพาร์ตเมนต์วิวอ่าววิกตอเรียที่ม่านบาง ๆ ปิดไม่มิดความเหงา นี่คือยุคทองของหนังผู้ใหญ่ฮ่องกงที่กล้าพูดเรื่องความปรารถนาของผู้หญิงอย่างเปิดเผย ท่ามกลางสังคมที่ภายนอกยังเคร่งครัดแต่ภายในกำลังสั่นไหว และบรรยากาศแบบนั้นเองคือผืนผ้าใบของเรื่องทั้งหมด ความหอมของน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นฝน ความเปลี่ยวของห้องนอนที่หรูหราแต่เงียบเกินไป

ท่ามกลางเมืองแบบนั้น เราได้พบกับ โจอี้ (Joey) หญิงสาวชาวฮ่องกงยุคใหม่ที่ทั้งสวย เฉลียวฉลาด และรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร รับบทโดย เย่ ยู่ชิง หรือ Veronica Yip ดาราสาวที่เป็นภาพจำของหนังเซ็กซี่ต้นยุคเก้าศูนย์ด้วยแววตาที่ทั้งอ่อนหวานและท้าทายในเวลาเดียวกัน โจอี้ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างผู้ชายสองคนในโลกของเธอ โรเบิร์ต (Robert) คนรักที่มั่นคง อบอุ่น แต่เริ่มจืดชืดเหมือนความเคยชิน กับ เดวิด (David) อีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่เข้ามาเติมช่องว่างอย่างหมิ่นเหม่ ขณะที่เพื่อนสาวอย่าง หลิน ถิงถิง (Lin Tintin) รับบทโดย กัว ซิ่วหยุน ใช้ชีวิตด้วยความสดใสและมองความรักเป็นเรื่องสนุก จนกระทั่งการปรากฏตัวของ โยชิโกะ (Yoshiko) หญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่รับบทโดย มุราคามิ เรนะ หรือ Rena Murakami ดาราสาวจากฝั่งญี่ปุ่นที่ข้ามทะเลมาพร้อมความเหงาและความลึกลับในแบบของตัวเอง ได้เข้ามาสั่นคลอนทุกอย่าง รอบตัวพวกเธอยังมี ชาร์ลี (Charlie) รับบทโดย เฉา ชาหลี่ หรือ Charlie Cho หนุ่มเจ้าชู้ปากหวานที่คุ้นเคยกับเกมความรัก และหมอดู (Fortune Teller) ชายชราที่ผู้คนแวะเวียนไปถามหาคำตอบของหัวใจ

จุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมมาจากคำทำนายเพียงไม่กี่ประโยค หมอดูทักว่าเส้นทางความรักของโจอี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่จะเต็มไปด้วยไฟที่เธอต้องเลือกเองว่าจะปล่อยให้ลุกหรือดับมันลง ไม่นานนัก มิตรภาพระหว่างโจอี้กับโยชิโกะก็ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น จากเพื่อนต่างภาษาที่นั่งปรับทุกข์กันในร้านกาแฟยามบ่าย กลายเป็นคนที่เข้าใจร่างกายและจิตใจของกันและกันมากกว่าที่ผู้ชายคนไหนเคยเข้าใจ ความใกล้ชิดที่เริ่มต้นจากความเห็นใจแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดที่ทั้งคู่อ่านออกในสายตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ในขณะเดียวกัน ชาร์ลีก็วนเวียนเข้ามาด้วยข้อเสนอที่เย้ายวน โรเบิร์ตเริ่มสัมผัสได้ถึงระยะห่างที่มองไม่เห็น ส่วนเดวิดก็กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ทุกความสัมพันธ์ต้องถูกทดสอบ โจอี้จึงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความผูกพันแบบเดิมกับความปรารถนาแบบใหม่ที่เธอไม่เคยกล้ายอมรับกับตัวเองมาก่อน

ยิ่งเรื่องดำเนินไป เดิมพันในหัวใจของทุกคนก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เดิมพันด้วยเงินทองหรือชื่อเสียง แต่เป็นเดิมพันด้วยความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง โจอี้ต้องตอบคำถามว่าเธอจะใช้ชีวิตตามกรอบที่สังคมขีดไว้ เป็นผู้หญิงที่ดีในสายตาคนอื่น หรือจะกล้าเดินตามเสียงเรียกจากข้างในที่บอกให้เธอโอบกอดทั้งความรักและความใคร่ในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ โยชิโกะเองก็มีบาดแผลและเหตุผลของการเดินทางมาไกลถึงฮ่องกง เธอไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงใคร แต่มาตามหาที่พักพิงสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงทั้งอ่อนโยนและร้อนแรงในคราวเดียว ขณะที่คนรอบข้างอย่างหลิน ถิงถิง ชาร์ลี โรเบิร์ต และเดวิด ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนให้พวกเธอเห็นว่าความรักมีได้หลายรูปแบบ ทั้งการครอบครอง การปล่อยมือ การแลกเปลี่ยน และการเรียนรู้ที่จะอยู่โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของกันและกัน

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังอีโรติกทั่วไปของยุคนั้น คือการที่มันไม่ได้ใช้ฉากวาบหวามเป็นเพียงเครื่องเรียกความสนใจ แต่ใช้มันเป็นภาษาของตัวละครในการสื่อสารสิ่งที่พูดออกมาไม่ได้ หนังพาเราสำรวจธีมของความปรารถนาที่ซ่อนอยู่สมชื่อเรื่อง ทั้งความปรารถนาของผู้หญิงที่มักถูกกดทับไว้ใต้คำว่าหน้าที่ ความปรารถนาจะมีใครสักคนที่มองเห็นตัวตนจริง ๆ โดยไม่ตัดสิน และความปรารถนาจะหลุดพ้นจากโชคชะตาที่ใครลิขิตไว้ให้ ฮ่องกงในหนังจึงไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งระหว่างขนบเก่ากับเสรีภาพใหม่ ระหว่างกลางวันแสก ๆ ที่ทุกคนสวมหน้ากากกับกลางคืนที่ทุกคนถอดมันออกอย่างเงียบเชียบ การแสดงของ Veronica Yip ที่ถ่ายทอดความลังเล ความกล้า และความเปราะบางได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับเสน่ห์อันนิ่งลึกของ Rena Murakami ทำให้ทุกบทสนทนา ทุกสายตา มีน้ำหนักมากกว่าที่เห็น

สำหรับคอหนังฮ่องกงยุคเรโทรและคนที่คิดถึงเสน่ห์ของหนัง Category III ที่ทำด้วยความประณีต เรื่องนี้คือชิ้นงานที่ควรค่าแก่การย้อนกลับไปสัมผัส ไม่ใช่เพียงเพราะฉากต้องห้ามที่ถ่ายทำอย่างสวยงามมีรสนิยม แต่เพราะเรื่องราวของโจอี้และโยชิโกะจะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า สุดท้ายแล้วเรากล้าพอจะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแค่ไหน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนหนึ่งในฮ่องกงเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ที่ความเหงา ความรัก และแรงปรารถนา จะพาคุณดำดิ่งไปจนไม่อยากลุกจากที่นั่งจนกว่าไฟในห้องจะดับลงพร้อมกับตอนจบ

เริ่มรับชม Hidden Desire