

Pokémon the Movie: Black - Victini and Reshiram
รายละเอียดเรื่อง Pokémon the Movie: Black - Victini and Reshiram
แค่ได้ยินเสียงของ มัตสึโมโตะ ริกะ ในบท ซาโตชิ (Satoshi) อีกครั้ง คนที่โตมากับโปเกมอนก็เหมือนได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าที่ไม่เคยห่างกันไปไหน น้ำเสียงที่สดใส ดื้อรั้นนิด ๆ และไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ ของเธอยังเป็นหัวใจของการเดินทางเสมอ และครั้งนี้หัวใจดวงนั้นก็พาเรามาถึงเมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาอย่างเอ็นโดอัคในช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของปี ทั้งเมืองกำลังอยู่ในกลิ่นอายของเทศกาลเก็บเกี่ยว มีร้านค้าแผงลอย ธงผ้าปลิวไสว เสียงกลอง เสียงเชียร์จากการแข่งขันโปเกมอน และทุ่งหญ้าสีทองที่ทอดยาวสุดสายตา บรรยากาศแบบหนังแฟนตาซีสำหรับครอบครัวต้นยุค 2010 ที่อบอุ่นและชวนออกเดินทางเช่นนี้ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนเป็นนักเดินทางอีกคนที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าเมืองมาพร้อมกัน แต่ท่ามกลางความรื่นเริงนั้นก็มียอดหินขนาดมหึมารูปทรงคล้ายดาบปักตระหง่านอยู่กลางเมือง เงียบขรึม หนักแน่น ราวกับกำลังเฝ้ามองผู้คนรุ่นใหม่ด้วยสายตาของความทรงจำพันปี ความผูกพันของกลุ่มเพื่อนร่วมทางคือสิ่งที่ทำให้บรรยากาศนั้นมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ ซาโตชิไม่ได้มาคนเดียว เขายังมี พิคาชู (Pikachu) คู่หูที่ให้เสียงโดย อิคุเอะ โอทานิ เดินทางมาด้วยกันเหมือนลมหายใจเดียวกัน แค่เสียงร้องสั้น ๆ กับท่าทางเล็ก ๆ ก็บอกได้ว่ากำลังดีใจ กังวล หรือพร้อมสู้โดยไม่ต้องแปลเป็นคำพูด สมทบด้วย ไอริส (Iris) สาวน้อยตรงไปตรงมาที่ให้เสียงโดย อาโออิ ยูกิ กับเจ้าตัวเล็ก คิบาโกะ (Kibago) ที่เกาะไหล่เธอไม่ห่าง และ เดนท์ (Dent) หนุ่มนักชิมประจำกลุ่มที่ให้เสียงโดย มาโมรุ มิยาโนะ ผู้มองโลกด้วยความละเมียดแบบคนรักโปเกมอนตัวจริง ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนกับเหล่าโปเกมอนไม่ได้เป็นแค่เทรนเนอร์กับคู่ต่อสู้ หากเป็นเพื่อนที่เถียงกัน หัวเราะด้วยกัน และคอยดึงกันไว้เวลาใจร้อน และเมื่อพวกเขาได้พบกับ วิคตินี (Victini) โปเกมอนในตำนานตัวจิ๋วหูยาวที่ซ่อนตัวอยู่รอบเมือง ความสัมพันธ์แบบนั้นก็ขยายไปหาสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าทันที วิคตินีไม่ได้ดูน่าเกรงขามเลยสักนิด มันขี้อาย ชอบกินขนม อยากเล่นสนุก และมองซาโตชิด้วยแววตาอยากผูกมิตรมากกว่าอยากโชว์พลัง ยิ่งใช้เวลาอยู่ในเอ็นโดอัคด้วยกัน ความสนิทนั้นก็ยิ่งกลายเป็นเดิมพันที่มองไม่เห็น วิคตินีเล่าผ่านท่าทางมากกว่าคำพูดว่ามันผูกพันกับสถานที่แห่งนี้อย่างเจ็บปวด มันอยากมอบพลังที่ใคร ๆ เรียกว่าพลังแห่งชัยชนะให้กับคนที่มันไว้ใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนถูกกักไว้ด้วยกรอบบางอย่างที่ขยับไปไหนไกลจากดาบหินไม่ได้ ซาโตชิที่คุ้นกับการพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อนก่อนคิด จึงสัญญากับมันง่าย ๆ แบบเด็กผู้ชายว่าจะพาไปดูทะเล ไปกินของอร่อย ไปเห็นโลกกว้าง ๆ คำสัญญาเล็ก ๆ กลางงานเทศกาลนี้เองที่ค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอีกด้านหนึ่งของเมือง ทายาทของอาณาจักรโบราณที่เคยปกครองผืนดินนี้กำลังขยับแผนของตัวเอง เขามองดาบหินไม่ใช่แค่อนุสรณ์ หากเป็นกุญแจที่จะดึงอดีตอันรุ่งเรืองกลับคืนมา และพลังของวิคตินีคือฟันเฟืองสำคัญในแผนนั้น เมื่อตำนานเริ่มขยับ หนังก็ค่อย ๆ ขยายสเกลจากงานวัดสนุก ๆ ไปสู่เรื่องระดับชะตากรรมของผืนดิน ดาบหินที่เคยนิ่งเงียบเริ่มส่งเสียงคำรามของกลไกโบราณ เมฆบนฟ้าเปลี่ยนทิศ ลมในหุบเขาเปลี่ยนอุณหภูมิ และชื่อของ เรชิรัม (Reshiram) มังกรขาวในตำนานก็ถูกเอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงเกรงขามราวกับบทสวด การแข่งขันโปเกมอนที่เคยมีแต่เสียงเชียร์จึงกลายเป็นฉากหน้าบาง ๆ ที่ปิดบังแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดินไว้ ซาโตชิ ไอริส และเดนท์ จากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน กลายเป็นคนกลุ่มเดียวที่อยู่ใกล้ความจริงที่สุด พวกเขาต้องเลือกระหว่างการถอยออกมาเป็นผู้ชม กับการยืนขวางพลังที่ใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่าเพื่อปกป้องเพื่อนตัวเล็กที่เพิ่งสัญญากันไว้ ยิ่งเรื่องเดินหน้า ความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะการต่อสู้ หากอยู่ที่ว่าถ้าดาบหินเคลื่อนที่จริง เมืองทั้งเมืองจะยังเหลือที่ให้กลับมาเฉลิมฉลองกันอีกไหม สิ่งที่ทำให้ตอนนี้ของโปเกมอนต่างจากหนังผจญภัยล่าของหายากทั่วไป คือคำถามเรื่องชัยชนะที่หนังค่อย ๆ ปูมาตลอด วิคตินีเป็นภาพแทนของพลังบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องการครอบครองใคร มันมีความสุขที่สุดเวลาพลังของมันทำให้คนอื่นเปล่งประกาย ตรงข้ามกับแนวคิดเรื่องมรดกและความยิ่งใหญ่ที่แบกอยู่บนบ่าของผู้สืบสายเลือด ซึ่งอยากพิสูจน์ว่าอดีตของเผ่าพันธุ์ตัวเองยังมีค่า ความอยากนั้นเข้าใจได้และมีมุมน่าเห็นใจ แต่หนังก็ชวนให้คิดเบา ๆ ว่าการดึงอดีตกลับมาด้วยกำลัง จะเยียวยาปัจจุบันหรือจะทำลายปัจจุบันที่ผู้คนกำลังสร้างอย่างมีความสุขกันแน่ ดาบหินที่ตั้งอยู่กลางเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตจึงเป็นสัญลักษณ์ที่สวยมาก มันบอกว่าผืนดินผืนเดียวกันเคยหล่อเลี้ยงอาณาจักรเก่า และวันนี้ก็ยังหล่อเลี้ยงเด็ก ๆ ร้านค้า และโปเกมอนรุ่นใหม่ต่อไป ชัยชนะที่แท้จริงเลยไม่ใช่การอยู่เหนือใคร หากคือการทำให้คนข้าง ๆ ลุกขึ้นยืนไปด้วยกันได้ ใครที่คิดถึงหนังโปเกมอนยุคผจญภัยเต็มรูปแบบที่ดูได้ทั้งบ้าน เรื่องนี้คือการกลับไปหาความรู้สึกนั้นอย่างเต็มอิ่ม มีทั้งเสียงหัวเราะในงานเทศกาล ฉากประลองที่ลุ้นแบบเข้าใจง่ายโดยไม่ต้องจำศัพท์ซับซ้อน ความน่ารักของวิคตินีที่แค่เห็นก็อยากเอาใจช่วย และสเปกแต็กใหญ่ท้ายเรื่องที่พาหัวใจเต้นแรงตามแรงลมของตำนาน ถ้ากำลังมองหาแอนิเมชันแฟนตาซีสักเรื่องไว้ดูกับครอบครัวหรือย้อนวันวานกับเพื่อนเก่าอย่างซาโตชิและพิคาชู ลองเปิดเรื่องนี้แล้วเดินเข้าเอ็นโดอัคไปพร้อมพวกเขา ไปชิมขนมงานวัด ไปเชียร์ข้างสนาม ไปสบตากับวิคตินีตัวน้อยที่แค่อยากมีใครสักคนให้มอบชัยชนะให้ แล้วมาร่วมลุ้นไปด้วยกันว่าพวกเขาจะรักษาคำสัญญาเล็ก ๆ กลางเสียงเทศกาลไว้ได้อย่างไร ก่อนที่เสียงคำรามของอดีตจะกลบเสียงหัวเราะของปัจจุบันไปจนหมด
เริ่มรับชม Pokémon the Movie: Black - Victini and Reshiram
นักแสดง

松本梨香

อิคุเอะ โอทานิ

อาโออิ ยูกิ

มินามิ สึดะ

มาโมรุ มิยาโนะ

เมงูมิ ฮายาชิบาระ

ชินอิจิโร มิกิ

犬山イヌコ

石塚運昇

มิซาโตะ ฟุกุเอ็ง

水田わさび


