ตัวอย่าง Julie & Julia
ตัวอย่าง Julie & Julia
Julie & Julia

Julie & Julia

ปรุงรักให้ครบรส
★ 6.7/10 2009 123 นาที ภาพยนตร์ หนังชีวิต หนังรักโรแมนติก

รายละเอียดเรื่อง Julie & Julia

ถ้าวันหนึ่งเราตื่นมาแล้วพบว่าชีวิตมีความมั่นคงครบทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีชีวิตอยู่ เราจะกล้าตั้งโจทย์ยาก ๆ ให้ตัวเองเหนื่อยกว่าเดิมเพื่อจะมีความหมายมากขึ้นไหม นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่เหนือผู้หญิงสองคนต่างยุคกันใน ปรุงรักให้ครบรส คนหนึ่งคือ จูลี พาวเวลล์ (Julie Powell) หญิงสาวชาวนิวยอร์กช่วงต้นยุคสองพันที่รับบทโดย เอมี แอดัมส์ เธอทำงานรับโทรศัพท์ร้องทุกข์หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญของเมือง กลับห้องเช่าเล็ก ๆ ในควีนส์พร้อมสามีผู้แสนดี และเฝ้าฝันอยากเป็นนักเขียนทั้งที่ยังไม่เคยเขียนอะไรจบเป็นชิ้นเป็นอัน อีกคนคือ จูเลีย ไชลด์ (Julia Child) หญิงอเมริกันร่างสูงเสียงใสในปารีสยุคหลังสงคราม รับบทโดย Meryl Streep เธอเป็นภรรยานักการทูตที่พูดฝรั่งเศสไม่ได้ ทำอาหารไม่เป็น และเบื่อชีวิตแม่บ้านที่ต้องรอสามีกลับบ้านอย่างเดียว แรงผลักดันของทั้งคู่เหมือนกันอย่างประหลาด คือไม่อยากเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่เวลาผ่านไปแล้วไม่เหลืออะไรให้จำ ปมขัดแย้งของเรื่องไม่ได้มาในรูปวายร้ายหรือเหตุการณ์ใหญ่โต แต่มาอยู่ในรูปของคำสัญญาที่จูลีตั้งไว้กับตัวเองและประกาศให้คนทั้งโลกเห็น เธอตัดสินใจหยิบตำรา Mastering the Art of French Cooking เล่มหนาเตอะของจูเลียขึ้นมาทำให้ครบทั้ง 524 เมนูภายในหนึ่งปี แล้วเขียนบันทึกทุกความสำเร็จและความล้มเหลวลงบล็อกวันต่อวัน สิ่งที่เริ่มจากความคึกคะนองอยากหนีความจำเจจึงค่อย ๆ กลายเป็นสมรภูมิย่อย ๆ ในครัวแคบ ๆ เนื้อที่ละลาย ไข่ที่ตีไม่ขึ้น ล็อบสเตอร์เป็น ๆ ที่ต้องจับโยนลงหม้อ ความเหนื่อยสะสมจากการทำงานประจำตอนกลางวันแล้วกลับมาทำครัวตอนกลางคืนเริ่มกัดกินเวลาและความอดทน ขณะที่อีกเส้นเรื่องหนึ่ง จูเลียในวัยสาวก็กำลังรบกับกำแพงของตัวเองไม่แพ้กัน เธอกับเพื่อนร่วมชั้นอย่าง ซีมอน เบ็ค (Simone Beck) และ ลูอิเซ็ตต์ แบร์โทล (Louisette Bertholle) พยายามบุกเบิกโรงเรียนสอนทำอาหารและเขียนตำราฝรั่งเศสให้คนอเมริกันเข้าใจ ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของสถาบันเก่าแก่ที่มองว่าผู้หญิงต่างชาติไม่มีวันเข้าใจอาหารฝรั่งเศสแท้จริง โลกของหนังถูกเล่าสลับกันสองชั้นเวลาอย่างแนบเนียนจนกลิ่นเนยกับเสียงน้ำเดือดลอยเชื่อมถึงกัน ฝั่งปารีสยุคห้าสิบคือภาพตลาดสดหินเปียก ๆ ร้านขายปลาที่แม่ค้าตะโกนแข่งกัน ครัวหินเก่าแสงอุ่น และการเรียนในโรงเรียนกอร์ดองเบลอที่ครูใหญ่เคี่ยวเข็ญลูกศิษย์เหมือนทหาร ทุกอย่างดูโรแมนติกแต่ก็มีระเบียบเคร่งครัดแบบฝรั่งเศสขนานแท้ ส่วนฝั่งนิวยอร์กยุคสองพันคืออพาร์ตเมนต์เล็กที่เครื่องดูดควันแทบไม่ทำงาน ตู้เย็นแน่นขนัดไปด้วยเนยเป็นกิโล ซูเปอร์มาร์เกตตอนเลิกงานที่จูลีต้องวิ่งแข่งเวลา บวกกับโลกอินเทอร์เน็ตยุคแรกเริ่มที่คอมเมนต์ไม่กี่ข้อความก็ทำให้คนทำบล็อกใจฟูหรือใจแฟบได้ทั้งวัน บรรยากาศแบบนี้ทำให้อาหารไม่ใช่พร็อพสวย ๆ แต่เป็นภูมิประเทศที่ตัวละครต้องเอาตัวรอด สแตนลีย์ ทุชชี ในบท พอล ไชลด์ (Paul Child) สามีนักการทูตผู้ถ่ายรูปเก่งและมองภรรยาด้วยสายตาชื่นชมตลอดเวลา กับ Chris Messina ในบท เอริก พาวเวลล์ (Eric Powell) สามีนักเขียนผู้ต้องทนเห็นครัวเละทุกคืน กลายเป็นสมอด้านอารมณ์ที่ทำให้บ้านทั้งสองหลังยังอบอุ่นอยู่ได้ท่ามกลางความวุ่นวาย สิ่งที่หนังพูดจริง ๆ จึงไม่ใช่สูตรอาหาร แต่เป็นเรื่องของกระบวนการสร้างตัวตนผ่านการลงมือทำซ้ำ ๆ จูเลียเรียนรู้ว่าความสมบูรณ์แบบของซอสฮอลแลนเดสไม่ได้มาจากพรสวรรค์ แต่มาจากการเทเนยเสียทิ้งไปหลายหม้อจนกว่ามือจะจำอุณหภูมิได้ จูลีก็เรียนรู้แบบเดียวกันว่าการจะเป็นนักเขียนไม่ต้องรอแรงบันดาลใจก้อนใหญ่ แค่ต้องมีวินัยกลับมาเล่าความพังของเมื่อวานให้ซื่อตรงและตลกพอในวันนี้ โทนของหนังจึงอบอุ่น ละมุน และมีอารมณ์ขันแบบผู้ใหญ่ ไม่ได้เร่งเร้าให้ลุ้นว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ชวนให้เพลินกับการเฝ้าดูผู้หญิงสองคนที่หัวเราะเสียงดัง กินเก่ง ร้องไห้บ้าง แต่ไม่เคยดูถูกความอยากของตัวเองว่าเป็นเรื่องเล็ก ความโรแมนติกในที่นี้เลยไม่ได้มีแค่ฉากรักหวาน ๆ หากอยู่ในวิธีที่คู่ชีวิตประคองความฝันที่ดูไร้สาระของกันและกันอย่างจริงใจที่สุด เหตุผลที่ควรดูเรื่องนี้สักครั้งไม่ใช่เพราะอยากหิวข้าวจนต้องลุกไปเปิดตู้เย็นตอนตีหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะนี่คือหนังฟีลกู๊ดสายชีวิตที่เข้าใจคนวัยทำงานอย่างลึกซึ้งเป็นพิเศษ คนที่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินจะเริ่มใหม่ เก่งไม่พอจะสู้คนอื่น หรือฝันใหญ่เกินตัวเกินไป จะเห็นเงาตัวเองทั้งในจูเลียสาวผู้เริ่มเรียนทำอาหารตอนอายุไม่น้อยแล้ว และในจูลีผู้ต้องมานั่งขูดกระทะไหม้ตอนเที่ยงคืนทั้งที่พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงาน การแสดงของสองนักแสดงนำคือแม่เหล็กสำคัญ รายหนึ่งเล่นด้วยพลังล้น ๆ จนทุกครั้งที่เอ่ยคำว่า Bon appétit แล้วอยากยิ้มตาม อีกรายเล่นด้วยความเปราะบางน่าเอาใจช่วยจนคนดูอยากส่งข้อความไปบอกว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้เอาใหม่ หากกำลังมองหาหนังชีวิตโรแมนติกที่ดูแล้วอิ่มท้อง อิ่มใจ และทิ้งไฟอุ่น ๆ ให้อยากกลับไปตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ให้ตัวเองอีกสักข้อ ปรุงรักให้ครบรส คือเมนูที่เสิร์ฟความกล้าหาญมาในจานที่หอมที่สุดจานหนึ่งของยุคสองพัน

เรื่องนี้คือ Julie & Julia

ถ้าวันหนึ่งเราตื่นมาแล้วพบว่าชีวิตมีความมั่นคงครบทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีชีวิตอยู่ เราจะกล้าตั้งโจทย์ยาก ๆ ให้ตัวเองเหนื่อยกว่าเดิมเพื่อจะมีความหมายมากขึ้นไหม นั่นคือคำถามที่ลอยอยู่เหนือผู้หญิงสองคนต่างยุคกันใน ปรุงรักให้ครบรส คนหนึ่งคือ จูลี พาวเวลล์ (Julie Powell) หญิงสาวชาวนิวยอร์กช่วงต้นยุคสองพันที่รับบทโดย เอมี แอดัมส์ เธอทำงานรับโทรศัพท์ร้องทุกข์หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญของเมือง กลับห้องเช่าเล็ก ๆ ในควีนส์พร้อมสามีผู้แสนดี และเฝ้าฝันอยากเป็นนักเขียนทั้งที่ยังไม่เคยเขียนอะไรจบเป็นชิ้นเป็นอัน อีกคนคือ จูเลีย ไชลด์ (Julia Child) หญิงอเมริกันร่างสูงเสียงใสในปารีสยุคหลังสงคราม รับบทโดย Meryl Streep เธอเป็นภรรยานักการทูตที่พูดฝรั่งเศสไม่ได้ ทำอาหารไม่เป็น และเบื่อชีวิตแม่บ้านที่ต้องรอสามีกลับบ้านอย่างเดียว แรงผลักดันของทั้งคู่เหมือนกันอย่างประหลาด คือไม่อยากเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่เวลาผ่านไปแล้วไม่เหลืออะไรให้จำ

ปมขัดแย้งของเรื่องไม่ได้มาในรูปวายร้ายหรือเหตุการณ์ใหญ่โต แต่มาอยู่ในรูปของคำสัญญาที่จูลีตั้งไว้กับตัวเองและประกาศให้คนทั้งโลกเห็น เธอตัดสินใจหยิบตำรา Mastering the Art of French Cooking เล่มหนาเตอะของจูเลียขึ้นมาทำให้ครบทั้ง 524 เมนูภายในหนึ่งปี แล้วเขียนบันทึกทุกความสำเร็จและความล้มเหลวลงบล็อกวันต่อวัน สิ่งที่เริ่มจากความคึกคะนองอยากหนีความจำเจจึงค่อย ๆ กลายเป็นสมรภูมิย่อย ๆ ในครัวแคบ ๆ เนื้อที่ละลาย ไข่ที่ตีไม่ขึ้น ล็อบสเตอร์เป็น ๆ ที่ต้องจับโยนลงหม้อ ความเหนื่อยสะสมจากการทำงานประจำตอนกลางวันแล้วกลับมาทำครัวตอนกลางคืนเริ่มกัดกินเวลาและความอดทน ขณะที่อีกเส้นเรื่องหนึ่ง จูเลียในวัยสาวก็กำลังรบกับกำแพงของตัวเองไม่แพ้กัน เธอกับเพื่อนร่วมชั้นอย่าง ซีมอน เบ็ค (Simone Beck) และ ลูอิเซ็ตต์ แบร์โทล (Louisette Bertholle) พยายามบุกเบิกโรงเรียนสอนทำอาหารและเขียนตำราฝรั่งเศสให้คนอเมริกันเข้าใจ ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของสถาบันเก่าแก่ที่มองว่าผู้หญิงต่างชาติไม่มีวันเข้าใจอาหารฝรั่งเศสแท้จริง

โลกของหนังถูกเล่าสลับกันสองชั้นเวลาอย่างแนบเนียนจนกลิ่นเนยกับเสียงน้ำเดือดลอยเชื่อมถึงกัน ฝั่งปารีสยุคห้าสิบคือภาพตลาดสดหินเปียก ๆ ร้านขายปลาที่แม่ค้าตะโกนแข่งกัน ครัวหินเก่าแสงอุ่น และการเรียนในโรงเรียนกอร์ดองเบลอที่ครูใหญ่เคี่ยวเข็ญลูกศิษย์เหมือนทหาร ทุกอย่างดูโรแมนติกแต่ก็มีระเบียบเคร่งครัดแบบฝรั่งเศสขนานแท้ ส่วนฝั่งนิวยอร์กยุคสองพันคืออพาร์ตเมนต์เล็กที่เครื่องดูดควันแทบไม่ทำงาน ตู้เย็นแน่นขนัดไปด้วยเนยเป็นกิโล ซูเปอร์มาร์เกตตอนเลิกงานที่จูลีต้องวิ่งแข่งเวลา บวกกับโลกอินเทอร์เน็ตยุคแรกเริ่มที่คอมเมนต์ไม่กี่ข้อความก็ทำให้คนทำบล็อกใจฟูหรือใจแฟบได้ทั้งวัน บรรยากาศแบบนี้ทำให้อาหารไม่ใช่พร็อพสวย ๆ แต่เป็นภูมิประเทศที่ตัวละครต้องเอาตัวรอด สแตนลีย์ ทุชชี ในบท พอล ไชลด์ (Paul Child) สามีนักการทูตผู้ถ่ายรูปเก่งและมองภรรยาด้วยสายตาชื่นชมตลอดเวลา กับ Chris Messina ในบท เอริก พาวเวลล์ (Eric Powell) สามีนักเขียนผู้ต้องทนเห็นครัวเละทุกคืน กลายเป็นสมอด้านอารมณ์ที่ทำให้บ้านทั้งสองหลังยังอบอุ่นอยู่ได้ท่ามกลางความวุ่นวาย

สิ่งที่หนังพูดจริง ๆ จึงไม่ใช่สูตรอาหาร แต่เป็นเรื่องของกระบวนการสร้างตัวตนผ่านการลงมือทำซ้ำ ๆ จูเลียเรียนรู้ว่าความสมบูรณ์แบบของซอสฮอลแลนเดสไม่ได้มาจากพรสวรรค์ แต่มาจากการเทเนยเสียทิ้งไปหลายหม้อจนกว่ามือจะจำอุณหภูมิได้ จูลีก็เรียนรู้แบบเดียวกันว่าการจะเป็นนักเขียนไม่ต้องรอแรงบันดาลใจก้อนใหญ่ แค่ต้องมีวินัยกลับมาเล่าความพังของเมื่อวานให้ซื่อตรงและตลกพอในวันนี้ โทนของหนังจึงอบอุ่น ละมุน และมีอารมณ์ขันแบบผู้ใหญ่ ไม่ได้เร่งเร้าให้ลุ้นว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ชวนให้เพลินกับการเฝ้าดูผู้หญิงสองคนที่หัวเราะเสียงดัง กินเก่ง ร้องไห้บ้าง แต่ไม่เคยดูถูกความอยากของตัวเองว่าเป็นเรื่องเล็ก ความโรแมนติกในที่นี้เลยไม่ได้มีแค่ฉากรักหวาน ๆ หากอยู่ในวิธีที่คู่ชีวิตประคองความฝันที่ดูไร้สาระของกันและกันอย่างจริงใจที่สุด

เหตุผลที่ควรดูเรื่องนี้สักครั้งไม่ใช่เพราะอยากหิวข้าวจนต้องลุกไปเปิดตู้เย็นตอนตีหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะนี่คือหนังฟีลกู๊ดสายชีวิตที่เข้าใจคนวัยทำงานอย่างลึกซึ้งเป็นพิเศษ คนที่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินจะเริ่มใหม่ เก่งไม่พอจะสู้คนอื่น หรือฝันใหญ่เกินตัวเกินไป จะเห็นเงาตัวเองทั้งในจูเลียสาวผู้เริ่มเรียนทำอาหารตอนอายุไม่น้อยแล้ว และในจูลีผู้ต้องมานั่งขูดกระทะไหม้ตอนเที่ยงคืนทั้งที่พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงาน การแสดงของสองนักแสดงนำคือแม่เหล็กสำคัญ รายหนึ่งเล่นด้วยพลังล้น ๆ จนทุกครั้งที่เอ่ยคำว่า Bon appétit แล้วอยากยิ้มตาม อีกรายเล่นด้วยความเปราะบางน่าเอาใจช่วยจนคนดูอยากส่งข้อความไปบอกว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้เอาใหม่ หากกำลังมองหาหนังชีวิตโรแมนติกที่ดูแล้วอิ่มท้อง อิ่มใจ และทิ้งไฟอุ่น ๆ ให้อยากกลับไปตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ให้ตัวเองอีกสักข้อ ปรุงรักให้ครบรส คือเมนูที่เสิร์ฟความกล้าหาญมาในจานที่หอมที่สุดจานหนึ่งของยุคสองพัน

เริ่มรับชม Julie & Julia

นักแสดง

Meryl Streep

Meryl Streep

Julia Child
เอมี แอดัมส์

เอมี แอดัมส์

Julie Powell
สแตนลีย์ ทุชชี

สแตนลีย์ ทุชชี

Paul Child
Chris Messina

Chris Messina

Eric Powell
Linda Emond

Linda Emond

Simone Beck
Helen Carey

Helen Carey

Louisette Bertholle
Mary Lynn Rajskub

Mary Lynn Rajskub

Sarah
Jane Lynch

Jane Lynch

Dorothy McWilliams
J

Joan Juliet Buck

Madame Brassart
Crystal McCreary

Crystal McCreary

Ernestine
George Bartenieff

George Bartenieff

Chef Max Bugnard
Vanessa Ferlito

Vanessa Ferlito

Cassie