

Machine Gun Preacher
รายละเอียดเรื่อง Machine Gun Preacher
ในรอยต่อระหว่างซูดานใต้กับยูกันดาตอนเหนือ ไม่มีกฎหมายข้อไหนคุ้มครองเด็กได้จริง กองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนตัวเหมือนเงายามค่ำคืน บุกเผาหมู่บ้าน สังหารผู้ใหญ่ต่อหน้าลูกหลาน แล้วฉุดเด็กชายไปล้างสมองให้ถือปืนที่หนักกว่าตัวเอง ส่วนเด็กหญิงก็ถูกพรากหายไปโดยไม่มีใครกล้าตามทวงคืน องค์กรช่วยเหลือจากต่างชาติทำได้เพียงตั้งค่าย แจกอาหาร และสวดภาวนา แต่พอเสียงปืนดังขึ้นจากพงหญ้าไกลๆ ความหวังทั้งหมดก็สั่นคลอน นี่ไม่ใช่แค่การสู้รบของคนสองฝ่าย หากคือวงจรความรุนแรงที่กลืนกินคนทั้งรุ่น และคำถามที่ลอยอยู่ในฝุ่นควันก็คือ เมื่อความเมตตาอย่างเดียวหยุดกระสุนไม่ได้ มนุษย์คนหนึ่งจะยอมก้าวข้ามเส้นของตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน ชายที่ถูกเหวี่ยงเข้ามากลางสมรภูมินั้นคือ Sam Childers รับบทโดย Gerard Butler อดีตคนนอกคอกจากมินนิโซตาที่ใช้ชีวิตอยู่ขอบเหวมานาน ทั้งยา การใช้กำลัง และงานผิดกฎหมายจนแทบไม่เหลือภาพคนดีให้ใครจดจำ จุดหักเหของเขาไม่ได้มาจากปาฏิหาริย์สวยงาม หากมาจากความสำนึกผิดที่กัดกินใจจนต้องหาทางไถ่บาป เขาละทิ้งวิถีเดิม หันหน้าเข้าโบสถ์ สร้างครอบครัวใหม่ และออกเดินทางไกลในฐานะช่างอาสาเพื่อซ่อมโบสถ์ในแอฟริกา โดยหวังว่าการลงแรงกับศรัทธาจะช่วยล้างอดีตได้ ทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ภาพของการให้ที่สงบสุข แต่คือเสียงร้องของเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ถูกฆ่า และความจริงที่ว่ามือที่ยื่นให้อย่างเดียวไม่อาจฉุดใครขึ้นจากนรกได้ รอบตัวแซมยังมีคนที่ต้องแบกรับผลของการตัดสินใจครั้งนี้ไปด้วย Lynn รับบทโดย Michelle Monaghan ภรรยาผู้เคยประคองชีวิตคู่ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด เธอคือเสียงของสติและความเป็นแม่ที่ต้องดูแลลูกสาวอย่าง Paige ทั้งในวัยเล็กและวัยโต ขณะที่ผู้เป็นพ่อเลือกเอาตัวไปเสี่ยงในอีกทวีป ด้าน Donnie รับบทโดย ไมเคิล แชนนอน เพื่อนเก่าที่สะท้อนภาพอดีตอันขมขื่น เป็นเหมือนกระจกเตือนว่าเส้นทางสายเก่านั้นหวนกลับไปได้ง่ายเพียงใด ส่วน Daisy รับบทโดย Kathy Baker คือภาพของชุมชนโบสถ์เล็กๆ ที่ช่วยทั้งแรงใจและแรงเงิน โดยมีทั้ง Bill Wallace กับ Shannon Wallace และเจ้าของร้านปืนในเมืองเป็นฟันเฟืองของสังคมแรงงานอเมริกันที่มองแซมด้วยสายตาผสมระหว่างความหวังและความหวาดระแวง หนังพาคนดูเคลื่อนผ่านสองโลกที่ตัดกันอย่างรุนแรง ฝั่งหนึ่งคือเมืองเล็กในมินนิโซตาที่ท้องฟ้าหม่น เสียงเครื่องยนต์ บาร์เหล็ก และโบสถ์ไม้หลังเล็กที่เป็นศูนย์รวมของคนที่อยากเริ่มใหม่ อีกฝั่งคือแผ่นดินแอฟริกากลางที่แดดแผดเผา ฝุ่นแดงตลบ ถนนลูกรังทอดสู่ค่ายผู้ลี้ภัยที่แออัดไปด้วยเด็กผอมแห้งแต่แววตายังไม่ยอมแพ้ บรรยากาศถูกถ่ายทอดแบบดิบสมจริง ไม่ได้ทำให้แอฟริกาเป็นฉากหลังสวยงาม หากเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและความหวาดกลัว ทุกภารกิจสร้างโบสถ์หรือสถานเลี้ยงเด็กจึงกลายเป็นการลุ้นระทึกตลอดเวลา ตามสไตล์หนังบู๊ระทึกขวัญปนอาชญากรรมต้นยุค 2010 ที่กล้าผสมเรื่องจริงเข้ากับจังหวะตึงเครียด หัวใจของเรื่องจึงไม่ได้อยู่ที่ฉากดวลปืนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความย้อนแย้งในตัวแซม ชายที่ห้อยไม้กางเขนไว้ที่คอแต่สะพายไรเฟิลไว้ที่หลัง เขาอยากเป็นนักบวชผู้ให้อภัย แต่เมื่อเห็นเด็กถูกทำร้ายหรือถูกฉุดไปต่อหน้าต่อตา ความเดือดแบบเก่าก็ปะทุจนแยกไม่ออกว่านี่คือความยุติธรรมหรือการแก้แค้น หนังค่อยๆ ปูอารมณ์เป็นชั้น จากความรู้สึกผิด ความหลงใหลในภารกิจ ไปจนถึงภาวะหมดไฟที่กัดกินทั้งครอบครัวและศรัทธา คนดูจะสัมผัสความเหนื่อยของคนที่แบกบาปสองฝั่ง ทั้งบาปเก่าที่อยากลืม และบาปใหม่ที่จำต้องก่อเพื่อหยุดความชั่วที่ใหญ่กว่า สำหรับคนที่ชอบหนังจากเรื่องจริงเข้มข้น ชอบการแสดงแบบทุ่มทั้งตัวของ Gerard Butler ที่ทิ้งภาพพระเอกหล่อเหลาเหลือเพียงชายร่างใหญ่เสียงแหบที่เต็มไปด้วยแผลใจ และชอบการแสดงที่อดทนแต่เปราะบางของ Michelle Monaghan เรื่องนี้คือบททดสอบศรัทธาที่จะทำให้ตั้งคำถามตามไปอีกนาน ว่าเส้นแบ่งระหว่างนักบุญกับนักรบอยู่ตรงไหนกันแน่ หากอยากดูงานแอ็กชันดราม่าที่ไม่ได้ขายความมันอย่างเดียว แต่ขายคำถามหนักๆ เรื่องความรุนแรง ความเชื่อ และการไถ่บาป ลองปล่อยให้ นักบวชปืนกล พาไปยืนกลางฝุ่นแดงของซูดาน แล้วจะเข้าใจว่าทำไมชายคนหนึ่งถึงยอมแลกทุกอย่างเพื่อเด็กที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันเลย

