ตัวอย่าง O Brother, Where Art Thou?
ตัวอย่าง O Brother, Where Art Thou?
O Brother, Where Art Thou?

O Brother, Where Art Thou?

โอ บราเธอร์ แวร์ อาร์ต ดาว
★ 7.3/10 2000 107 นาที ภาพยนตร์ ตลก ผจญ อาชญากรรม

รายละเอียดเรื่อง O Brother, Where Art Thou?

ท่ามกลางผืนดินแห้งแล้งของรัฐมิสซิสซิปปีในช่วงทศวรรษ 1930 โลกทั้งใบดูเหมือนถูกเคลือบด้วยฝุ่นสีทอง เสียงรถไฟเก่า เสียงกีตาร์จากร้านเหล้า และบทสวดของผู้คนที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดดังปะปนไปกับความเงียบงันของเมืองชนบท ที่นี่คือดินแดนซึ่งความยากจนเดินเคียงข้างความฝัน ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าความจริง และคนแปลกหน้าทุกคนอาจซ่อนทั้งโอกาสหรืออันตรายเอาไว้ ในบรรยากาศแบบเทพนิยายอเมริกันที่ทั้งขบขัน แปลกประหลาด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการผจญภัย “O Brother, Where Art Thou?” พาผู้ชมออกเดินทางไปกับสามนักโทษหลบหนี ผู้กำลังมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล ยูลีซิส เอเวอเร็ท แม็คกิล ชายผู้มั่นใจในตัวเองเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย เป็นหัวหอกของการหลบหนีครั้งนี้ เขามีความคิดเป็นระบบ พูดจาฉะฉาน และให้ความสำคัญกับทรงผมของตัวเองราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แม้จะอยู่ในสภาพนักโทษที่ต้องใช้โซ่ล่ามข้อเท้า แต่เอเวอเร็ทยังคงเชื่อว่าตัวเองเป็นคนฉลาดที่สุดในกลุ่ม เขาโน้มน้าวพีทและเดลมาร์ เพื่อนร่วมคุกผู้มีนิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว ให้ร่วมแผนตามหาเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ก่อนพื้นที่ดังกล่าวจะถูกน้ำท่วมจากโครงการสร้างเขื่อน ปัญหาคือทั้งสามมีเวลาไม่มากนัก และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าคำบอกเล่าที่ได้ยินมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงความฝันของนักโทษคนหนึ่ง การเดินทางของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่การวิ่งหนีจากเรือนจำ แต่เป็นการฝ่าภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนสารพัดแบบ ตั้งแต่คนพเนจร นักเทศน์ผู้ชวนให้ตั้งคำถามกับบาปในใจ ไปจนถึงกลุ่มคนที่มีรอยยิ้มเป็นมิตร แต่เจตนาไม่อาจคาดเดาได้ ทุกครั้งที่ทั้งสามคิดว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้ขุมทรัพย์ พวกเขากลับถูกลากเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพบกลุ่มนักดนตรีที่กำลังตามหาเสียงเพลงของตัวเอง การเผชิญหน้ากับชายลึกลับผู้มีอำนาจเกินกว่าจะเป็นเพียงคนธรรมดา หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่กำลังสั่นสะเทือนชุมชนแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกัน นายอำเภอผู้เย็นชาและไม่ยอมลดละก็ยังคงตามรอยพวกเขาอย่างกระชั้นชิด เงาของกฎหมายปรากฏขึ้นแทบทุกครั้งที่เอเวอเร็ท พีท และเดลมาร์เริ่มวางใจ ความกดดันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามเต็มไปด้วยการโต้เถียง ความหวาดระแวง และการโยนความผิดให้กันแบบชวนหัว แต่ภายใต้เสียงบ่นและการทะเลาะ พวกเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นพวกเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พีทอาจเป็นคนอารมณ์ร้อน เดลมาร์อาจซื่อจนตามคนอื่นไม่ทัน ส่วนเอเวอเร็ทก็มักคิดถึงตัวเองก่อนเสมอ ทว่าการต้องพึ่งพากันในสถานการณ์ที่เลวร้ายทำให้แต่ละคนเริ่มเห็นคุณค่าของมิตรภาพ และเริ่มเข้าใจว่าการเอาตัวรอดเพียงลำพังอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ อีกด้านหนึ่งของการผจญภัยคือชีวิตส่วนตัวของเอเวอเร็ท ซึ่งยังคงติดค้างอยู่กับหญิงคนรักและครอบครัวที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาไม่ได้ต้องการเพียงเงินก้อนโตสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ยังอยากพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถกลับไปเป็นสามีและพ่อที่มีความหมายได้ แม้จะไม่มีใครเชื่อในตัวเขาอีกแล้วก็ตาม ความพยายามของเอเวอเร็ทจึงเต็มไปด้วยทั้งความทะนง ความสิ้นหวัง และความจริงใจที่เขาไม่ค่อยยอมแสดงออกตรง ๆ ส่วนพีทกับเดลมาร์เองก็ต้องเผชิญกับคำถามว่า เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการแล้ว พวกเขาจะเลือกเป็นคนแบบเดิมต่อไป หรือจะใช้โอกาสนี้สร้างชีวิตที่ไม่ถูกกำหนดด้วยความผิดพลาดในอดีต หนังผสมความตลกแบบหน้าตายเข้ากับการผจญภัยเหนือจริงได้อย่างมีเสน่ห์ ทุกเหตุการณ์ดูเหมือนเป็นเรื่องเหลวไหลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพอเมริกาในยุคเศรษฐกิจตกต่ำได้อย่างคมคาย ทั้งความยากจน ความเชื่อทางศาสนา อำนาจของการเมือง สื่อ และเสียงเพลงที่สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วผืนแผ่นดิน โทนเรื่องมีทั้งความครื้นเครงและความเหงา เพลงบลูแกรสกับบทเพลงพื้นบ้านทำหน้าที่เหมือนหัวใจของการเดินทาง เติมชีวิตให้กับถนนลูกรัง เมืองร้าง และผู้คนที่กำลังตามหาความหวังในรูปแบบของตัวเอง “O Brother, Where Art Thou?” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักโทษสามคนที่ออกตามหาเงิน แต่เป็นนิทานร่วมสมัยว่าด้วยการหลบหนี การกลับบ้าน การไถ่บาป และความฝันที่บางครั้งพาเราไปไกลเกินกว่าจะคาดคิด ด้วยการแสดงที่โดดเด่นของจอร์จ คลูนีย์ในบทเอเวอเร็ท ผู้เปี่ยมเสน่ห์แต่ชอบสร้างปัญหา ประกบด้วยจอห์น เทอร์ทูร์โรและทิม เบลค เนลสันที่เติมจังหวะตลกคนละแบบ หนังจึงมีพลังจากเคมีของตัวละครมากกว่าการเดินเรื่องเพียงอย่างเดียว ทุกบทสนทนาเต็มไปด้วยมุกเฉียบคม สีหน้าเกินจริง และความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังเสียงหัวเราะ หากคุณชอบหนังผจญภัยที่มีบรรยากาศแปลกใหม่ ตัวละครน่าจดจำ และเรื่องราวที่ดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ยังทิ้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและการเริ่มต้นใหม่ไว้ในใจ หนังเรื่องนี้คือการเดินทางบนถนนสายเก่าที่ไม่ควรพลาด เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าหลังโค้งถัดไปจะพบขุมทรัพย์ นักล่า หรือบทเพลงที่จะเปลี่ยนชะตาของพวกเขาไปตลอดกาล

เรื่องนี้คือ O Brother, Where Art Thou?

ท่ามกลางผืนดินแห้งแล้งของรัฐมิสซิสซิปปีในช่วงทศวรรษ 1930 โลกทั้งใบดูเหมือนถูกเคลือบด้วยฝุ่นสีทอง เสียงรถไฟเก่า เสียงกีตาร์จากร้านเหล้า และบทสวดของผู้คนที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดดังปะปนไปกับความเงียบงันของเมืองชนบท ที่นี่คือดินแดนซึ่งความยากจนเดินเคียงข้างความฝัน ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าความจริง และคนแปลกหน้าทุกคนอาจซ่อนทั้งโอกาสหรืออันตรายเอาไว้ ในบรรยากาศแบบเทพนิยายอเมริกันที่ทั้งขบขัน แปลกประหลาด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการผจญภัย “O Brother, Where Art Thou?” พาผู้ชมออกเดินทางไปกับสามนักโทษหลบหนี ผู้กำลังมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล

ยูลีซิส เอเวอเร็ท แม็คกิล ชายผู้มั่นใจในตัวเองเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย เป็นหัวหอกของการหลบหนีครั้งนี้ เขามีความคิดเป็นระบบ พูดจาฉะฉาน และให้ความสำคัญกับทรงผมของตัวเองราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แม้จะอยู่ในสภาพนักโทษที่ต้องใช้โซ่ล่ามข้อเท้า แต่เอเวอเร็ทยังคงเชื่อว่าตัวเองเป็นคนฉลาดที่สุดในกลุ่ม เขาโน้มน้าวพีทและเดลมาร์ เพื่อนร่วมคุกผู้มีนิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว ให้ร่วมแผนตามหาเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ก่อนพื้นที่ดังกล่าวจะถูกน้ำท่วมจากโครงการสร้างเขื่อน ปัญหาคือทั้งสามมีเวลาไม่มากนัก และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าคำบอกเล่าที่ได้ยินมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงความฝันของนักโทษคนหนึ่ง

การเดินทางของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่การวิ่งหนีจากเรือนจำ แต่เป็นการฝ่าภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนสารพัดแบบ ตั้งแต่คนพเนจร นักเทศน์ผู้ชวนให้ตั้งคำถามกับบาปในใจ ไปจนถึงกลุ่มคนที่มีรอยยิ้มเป็นมิตร แต่เจตนาไม่อาจคาดเดาได้ ทุกครั้งที่ทั้งสามคิดว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้ขุมทรัพย์ พวกเขากลับถูกลากเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพบกลุ่มนักดนตรีที่กำลังตามหาเสียงเพลงของตัวเอง การเผชิญหน้ากับชายลึกลับผู้มีอำนาจเกินกว่าจะเป็นเพียงคนธรรมดา หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่กำลังสั่นสะเทือนชุมชนแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ในขณะเดียวกัน นายอำเภอผู้เย็นชาและไม่ยอมลดละก็ยังคงตามรอยพวกเขาอย่างกระชั้นชิด เงาของกฎหมายปรากฏขึ้นแทบทุกครั้งที่เอเวอเร็ท พีท และเดลมาร์เริ่มวางใจ ความกดดันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามเต็มไปด้วยการโต้เถียง ความหวาดระแวง และการโยนความผิดให้กันแบบชวนหัว แต่ภายใต้เสียงบ่นและการทะเลาะ พวกเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นพวกเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พีทอาจเป็นคนอารมณ์ร้อน เดลมาร์อาจซื่อจนตามคนอื่นไม่ทัน ส่วนเอเวอเร็ทก็มักคิดถึงตัวเองก่อนเสมอ ทว่าการต้องพึ่งพากันในสถานการณ์ที่เลวร้ายทำให้แต่ละคนเริ่มเห็นคุณค่าของมิตรภาพ และเริ่มเข้าใจว่าการเอาตัวรอดเพียงลำพังอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ

อีกด้านหนึ่งของการผจญภัยคือชีวิตส่วนตัวของเอเวอเร็ท ซึ่งยังคงติดค้างอยู่กับหญิงคนรักและครอบครัวที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาไม่ได้ต้องการเพียงเงินก้อนโตสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ยังอยากพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถกลับไปเป็นสามีและพ่อที่มีความหมายได้ แม้จะไม่มีใครเชื่อในตัวเขาอีกแล้วก็ตาม ความพยายามของเอเวอเร็ทจึงเต็มไปด้วยทั้งความทะนง ความสิ้นหวัง และความจริงใจที่เขาไม่ค่อยยอมแสดงออกตรง ๆ ส่วนพีทกับเดลมาร์เองก็ต้องเผชิญกับคำถามว่า เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการแล้ว พวกเขาจะเลือกเป็นคนแบบเดิมต่อไป หรือจะใช้โอกาสนี้สร้างชีวิตที่ไม่ถูกกำหนดด้วยความผิดพลาดในอดีต

หนังผสมความตลกแบบหน้าตายเข้ากับการผจญภัยเหนือจริงได้อย่างมีเสน่ห์ ทุกเหตุการณ์ดูเหมือนเป็นเรื่องเหลวไหลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพอเมริกาในยุคเศรษฐกิจตกต่ำได้อย่างคมคาย ทั้งความยากจน ความเชื่อทางศาสนา อำนาจของการเมือง สื่อ และเสียงเพลงที่สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วผืนแผ่นดิน โทนเรื่องมีทั้งความครื้นเครงและความเหงา เพลงบลูแกรสกับบทเพลงพื้นบ้านทำหน้าที่เหมือนหัวใจของการเดินทาง เติมชีวิตให้กับถนนลูกรัง เมืองร้าง และผู้คนที่กำลังตามหาความหวังในรูปแบบของตัวเอง “O Brother, Where Art Thou?” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักโทษสามคนที่ออกตามหาเงิน แต่เป็นนิทานร่วมสมัยว่าด้วยการหลบหนี การกลับบ้าน การไถ่บาป และความฝันที่บางครั้งพาเราไปไกลเกินกว่าจะคาดคิด

ด้วยการแสดงที่โดดเด่นของจอร์จ คลูนีย์ในบทเอเวอเร็ท ผู้เปี่ยมเสน่ห์แต่ชอบสร้างปัญหา ประกบด้วยจอห์น เทอร์ทูร์โรและทิม เบลค เนลสันที่เติมจังหวะตลกคนละแบบ หนังจึงมีพลังจากเคมีของตัวละครมากกว่าการเดินเรื่องเพียงอย่างเดียว ทุกบทสนทนาเต็มไปด้วยมุกเฉียบคม สีหน้าเกินจริง และความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังเสียงหัวเราะ หากคุณชอบหนังผจญภัยที่มีบรรยากาศแปลกใหม่ ตัวละครน่าจดจำ และเรื่องราวที่ดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ยังทิ้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและการเริ่มต้นใหม่ไว้ในใจ หนังเรื่องนี้คือการเดินทางบนถนนสายเก่าที่ไม่ควรพลาด เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าหลังโค้งถัดไปจะพบขุมทรัพย์ นักล่า หรือบทเพลงที่จะเปลี่ยนชะตาของพวกเขาไปตลอดกาล

เริ่มรับชม O Brother, Where Art Thou?

นักแสดง

จอร์จ คลูนีย์

จอร์จ คลูนีย์

Everett
John Turturro

John Turturro

Pete Hogwallop
Tim Blake Nelson

Tim Blake Nelson

Delmar O'Donnell
John Goodman

John Goodman

Big Dan Teague
Holly Hunter

Holly Hunter

Penny
C

Chris Thomas King

Tommy Johnson
Charles Durning

Charles Durning

Pappy O'Daniel
Del Pentecost

Del Pentecost

Junior O'Daniel
Michael Badalucco

Michael Badalucco

George Nelson
J

J.R. Horne

Pappy's Staff
B

Brian Reddy

Pappy's Staff
Wayne Duvall

Wayne Duvall

Homer Stokes

คำค้นหายอดนิยม

  • หนังของ John Turturro โอ บราเธอร์
  • ผลงาน Tim Blake Nelson โอ บราเธอร์
  • John Goodman โอ บราเธอร์ แวร์ อาร์ต ดาว
  • Holly Hunter รับบท Penny
  • Everett วางแผนหนีคุก
  • Pete Hogwallop โอ บราเธอร์
  • Delmar O'Donnell โอ บราเธอร์
  • Pappy O'Daniel โอ บราเธอร์
  • นักโทษหนีคุกก่อนเขื่อนท่วม
  • เสียงกีตาร์มิสซิสซิปปี 1930
  • หนังตลกอาชญากรรมอเมริกัน O Brother
  • นักเทศน์กับสามนักโทษ
  • พากย์ไทย โอ บราเธอร์ แวร์ อาร์ต ดาว
  • ดูหนัง O Brother ซับไทย