ตัวอย่าง The Wandering Earth
ตัวอย่าง The Wandering Earth
The Wandering Earth

The Wandering Earth

หลิวล่างตี้ฉิว
★ 6.6/10 2019 126 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ บู๊ หนังชีวิต

รายละเอียดเรื่อง The Wandering Earth

พูดถึง อู๋จิง หลายคนคงติดภาพจำสายบู๊พันธุ์ดุที่ลุยเองเจ็บเองมาตลอด แต่ใน หลิวล่างตี้ฉิว หรือ The Wandering Earth เขาถอดโหมดนักบู๊มาสวมบท Liu Peiqiang นักบินอวกาศประจำสถานีนานาชาติที่ต้องลอยเคว้งอยู่เหนือโลกเพื่อทำหน้าที่นำทางดาวเคราะห์ทั้งดวง ส่วน ชวีฉู่เซียว มารับบท Liu Qi หรือ หลิวฉี ลูกชายวัยรุ่นหัวรั้นที่เติบโตมาพร้อมความน้อยใจว่าพ่อทิ้งครอบครัวไปเอาหน้าที่สำคัญกว่าคนข้างหลัง ความหมางเมินของพ่อลูกคู่นี้กลายเป็นประตูพาเราเข้าสู่เดิมพันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ เมื่อดวงอาทิตย์กำลังเสื่อมสภาพจนไม่อาจให้ความอบอุ่นได้อีกต่อไป มนุษยชาติเลยต้องเดิมพันด้วยแผนที่บ้าบิ่นที่สุด นั่นคือการติดตั้งเครื่องยนต์ขับดันนับหมื่นตัวทั่วพื้นโลกแล้วผลักดาวเคราะห์ทั้งใบให้หลุดจากวงโคจร ล่องลอยออกไปในความมืดเพื่อหาดาวฤกษ์ดวงใหม่เป็นที่พึ่ง แต่แผนอพยพที่ใช้เวลาหลายชั่วอายุคนนี้กลับมาสะดุดเอาตอนที่โลกโคจรเฉียดดาวพฤหัสบดี แรงโน้มถ่วงมหาศาลดึงโลกให้เบี่ยงออกจากเส้นทางและกำลังจะดิ่งเข้าปะทะจนทุกอย่างอาจแหลกสลายในชั่วข้ามคืน ท่ามกลางคำสั่งอพยพฉุกเฉินและความโกลาหลที่ไม่มีใครควบคุมได้ หลิวฉี ตัดสินใจทำในสิ่งที่วัยรุ่นดื้อเงียบทุกคนอยากทำ คือแอบพา Han Duoduo น้องสาวบุญธรรมที่รับบทโดย จ้าวจินม่าย หนีขึ้นไปดูโลกด้านบนเป็นครั้งแรก โดยมี Han Ziang คุณตาจอมกะล่อนที่รับบทโดย อู๋ม่งต๊ะ ขับรถบรรทุกเก่า ๆ พาตะลอนไปทั้งที่ข้างนอกอุณหภูมิติดลบจนอากาศหายใจแทบแข็ง การหนีเที่ยวครั้งนี้ดันพาพวกเขาไปชนเข้ากลางภารกิจกู้โลกของหน่วยทหารที่นำโดย Wang Lei นายทหารสายเหี้ยมที่รับบทโดย หลี่กว่างเจี๋ย ซึ่งได้รับคำสั่งให้ขนส่งแท่งจุดระเบิดไปกู้เครื่องยนต์ที่ดับไปทีละจุด ทีมเฉพาะกิจจำเป็นเลยถือกำเนิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ ทั้งเด็กหนีเที่ยว คุณตาสายฮา ทหารอาชีพ วิศวกรหนุ่มอย่าง Li Yiyi และคนขับหลากสัญชาติอย่าง Tim ต้องมาถูกมัดรวมกันอยู่ในรถคันเดียว ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัวให้เอาตัวรอด แต่สถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องแบกชะตากรรมของคนอีกสามพันล้านชีวิตไว้บนบ่าโดยไม่มีเวลามานั่งเถียงกัน โลกในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่โลกสีฟ้าที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป ผืนดินทั้งหมดกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตาที่พายุหิมะซัดกระหน่ำจนมองไม่เห็นขอบฟ้า มนุษย์ที่เหลือต้องลงไปใช้ชีวิตในนครใต้ดินที่ลึกหลายกิโลเมตร ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใต้แสงไฟเทียมขณะที่ด้านบนเหลือเพียงเสาเครื่องยนต์ยักษ์สูงเสียดเมฆพ่นเปลวเพลิงค้ำฟ้าเอาไว้ ภาพของหางเครื่องยนต์เรียงรายทั่วทวีปตัดกับความเวิ้งว้างของอวกาศทำให้หนังมีบรรยากาศแบบไซไฟภัยพิบัติที่ทั้งยิ่งใหญ่และอึดอัดในเวลาเดียวกัน ฝั่งหนึ่งคือสถานีอวกาศที่เย็นเยียบ เป็นระเบียบ และเต็มไปด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่คอยคำนวณความน่าจะเป็นอย่างเยือกเย็น อีกฝั่งคือพื้นโลกที่เต็มไปด้วยโคลน หิมะ ซากเมืองร้าง และเสียงวิทยุขอความช่วยเหลือที่ดังซ้อนกันจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ผู้กำกับเลือกเล่าให้เรารู้สึกอยู่ตลอดว่าโลกทั้งใบกำลังเคลื่อนที่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็นยานอวกาศลำใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง และตอนนี้ยานลำนั้นกำลังเสียการทรงตัว สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังอวกาศกู้โลกทั่วไปคือหัวใจของมันไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำ ๆ หรือฉากบู๊ถล่มดาวเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้สึกผิด ความผูกพัน และการส่งต่อความหวังจากรุ่นสู่รุ่น หลิวเพ่ยเฉียง ที่อยู่บนฟ้าต้องเฝ้ามองลูกผ่านจอมอนิเตอร์โดยพูดได้แค่ประโยคสั้น ๆ ซ้ำ ๆ ขณะที่ หลิวฉี ที่อยู่ข้างล่างก็เอาแต่ตั้งคำถามว่าทำไมพ่อถึงเลือกหน้าที่มากกว่าครอบครัว ความห่างเหินนี้ค่อย ๆ ละลายเมื่อทั้งคู่ต้องตัดสินใจเรื่องความเป็นความตายโดยไม่มีโอกาสได้กอดกัน ส่วนคู่ตาหลานอย่าง ฮานจื่ออัง กับ ตู๋ตัว ก็น่ารักน่าใจหายในแบบของตัวเอง ตาคนหนึ่งที่ปากบอกว่าเอาตัวรอดไว้ก่อนแต่ถึงเวลากลับยอมหนาวแทนหลานได้โดยไม่ลังเล หนังค่อย ๆ ปูอารมณ์แบบดราม่าครอบครัวสไตล์จีนที่เน้นความกตัญญูและการเสียสละเงียบ ๆ มาซ้อนทับกับความตึงเครียดระดับจักรวาล จนคนดูรู้สึกว่าทุกครั้งที่ตัวละครเลือกจะช่วยคนแปลกหน้า ทั้งที่ตัวเองก็อาจไม่รอด มันไม่ใช่ความเท่แบบฮีโร่ แต่เป็นความดื้อด้านของมนุษย์ที่ไม่ยอมทิ้งบ้านของตัวเอง ถ้าคุณเป็นคอไซไฟที่โตมากับหนังอวกาศฝั่งฮอลลีวูดและอยากลองรสชาติใหม่ ๆ ที่เล่าเรื่องการกู้โลกด้วยมุมมองแบบตะวันออก เรื่องนี้คือประสบการณ์ที่ควรเปิดใจลองสักครั้ง เพราะมันไม่ได้ชวนให้ลุ้นแค่ว่าโลกจะรอดจากการชนกับดาวพฤหัสบดีหรือไม่ แต่ชวนให้เอาใจช่วยคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเข็นโชคชะตาของดาวเคราะห์ทั้งดวงไปข้างหน้าทั้งที่มือยังสั่นอยู่ เตรียมใจไว้เจอทั้งฉากแอ็กชันกลางพายุหิมะ งานภาพอวกาศสุดอลังการ และโมเมนต์เรียกน้ำตาที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วมาดูไปพร้อมกันว่าความดื้อรั้นของพ่อลูกตระกูลหลิว ความปากแข็งของคุณตา และความกล้าบ้าบิ่นของทีมขนส่งจำเป็น จะพอประคองโลกเร่ร่อนดวงนี้ให้พ้นจากเงาของดาวยักษ์ไปได้อย่างไร ใครที่ชอบหนังเดิมพันใหญ่ หัวใจโต และดูจบแล้วอยากโทรหาคนที่บ้าน อย่าพลาดที่จะกดดูเรื่องนี้แบบเต็ม ๆ ด้วยภาพคมชัดบนจอใหญ่ ๆ สักรอบ

เรื่องนี้คือ The Wandering Earth

พูดถึง อู๋จิง หลายคนคงติดภาพจำสายบู๊พันธุ์ดุที่ลุยเองเจ็บเองมาตลอด แต่ใน หลิวล่างตี้ฉิว หรือ The Wandering Earth เขาถอดโหมดนักบู๊มาสวมบท Liu Peiqiang นักบินอวกาศประจำสถานีนานาชาติที่ต้องลอยเคว้งอยู่เหนือโลกเพื่อทำหน้าที่นำทางดาวเคราะห์ทั้งดวง ส่วน ชวีฉู่เซียว มารับบท Liu Qi หรือ หลิวฉี ลูกชายวัยรุ่นหัวรั้นที่เติบโตมาพร้อมความน้อยใจว่าพ่อทิ้งครอบครัวไปเอาหน้าที่สำคัญกว่าคนข้างหลัง ความหมางเมินของพ่อลูกคู่นี้กลายเป็นประตูพาเราเข้าสู่เดิมพันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ เมื่อดวงอาทิตย์กำลังเสื่อมสภาพจนไม่อาจให้ความอบอุ่นได้อีกต่อไป มนุษยชาติเลยต้องเดิมพันด้วยแผนที่บ้าบิ่นที่สุด นั่นคือการติดตั้งเครื่องยนต์ขับดันนับหมื่นตัวทั่วพื้นโลกแล้วผลักดาวเคราะห์ทั้งใบให้หลุดจากวงโคจร ล่องลอยออกไปในความมืดเพื่อหาดาวฤกษ์ดวงใหม่เป็นที่พึ่ง แต่แผนอพยพที่ใช้เวลาหลายชั่วอายุคนนี้กลับมาสะดุดเอาตอนที่โลกโคจรเฉียดดาวพฤหัสบดี แรงโน้มถ่วงมหาศาลดึงโลกให้เบี่ยงออกจากเส้นทางและกำลังจะดิ่งเข้าปะทะจนทุกอย่างอาจแหลกสลายในชั่วข้ามคืน

ท่ามกลางคำสั่งอพยพฉุกเฉินและความโกลาหลที่ไม่มีใครควบคุมได้ หลิวฉี ตัดสินใจทำในสิ่งที่วัยรุ่นดื้อเงียบทุกคนอยากทำ คือแอบพา Han Duoduo น้องสาวบุญธรรมที่รับบทโดย จ้าวจินม่าย หนีขึ้นไปดูโลกด้านบนเป็นครั้งแรก โดยมี Han Ziang คุณตาจอมกะล่อนที่รับบทโดย อู๋ม่งต๊ะ ขับรถบรรทุกเก่า ๆ พาตะลอนไปทั้งที่ข้างนอกอุณหภูมิติดลบจนอากาศหายใจแทบแข็ง การหนีเที่ยวครั้งนี้ดันพาพวกเขาไปชนเข้ากลางภารกิจกู้โลกของหน่วยทหารที่นำโดย Wang Lei นายทหารสายเหี้ยมที่รับบทโดย หลี่กว่างเจี๋ย ซึ่งได้รับคำสั่งให้ขนส่งแท่งจุดระเบิดไปกู้เครื่องยนต์ที่ดับไปทีละจุด ทีมเฉพาะกิจจำเป็นเลยถือกำเนิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ ทั้งเด็กหนีเที่ยว คุณตาสายฮา ทหารอาชีพ วิศวกรหนุ่มอย่าง Li Yiyi และคนขับหลากสัญชาติอย่าง Tim ต้องมาถูกมัดรวมกันอยู่ในรถคันเดียว ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัวให้เอาตัวรอด แต่สถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องแบกชะตากรรมของคนอีกสามพันล้านชีวิตไว้บนบ่าโดยไม่มีเวลามานั่งเถียงกัน

โลกในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่โลกสีฟ้าที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป ผืนดินทั้งหมดกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตาที่พายุหิมะซัดกระหน่ำจนมองไม่เห็นขอบฟ้า มนุษย์ที่เหลือต้องลงไปใช้ชีวิตในนครใต้ดินที่ลึกหลายกิโลเมตร ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใต้แสงไฟเทียมขณะที่ด้านบนเหลือเพียงเสาเครื่องยนต์ยักษ์สูงเสียดเมฆพ่นเปลวเพลิงค้ำฟ้าเอาไว้ ภาพของหางเครื่องยนต์เรียงรายทั่วทวีปตัดกับความเวิ้งว้างของอวกาศทำให้หนังมีบรรยากาศแบบไซไฟภัยพิบัติที่ทั้งยิ่งใหญ่และอึดอัดในเวลาเดียวกัน ฝั่งหนึ่งคือสถานีอวกาศที่เย็นเยียบ เป็นระเบียบ และเต็มไปด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่คอยคำนวณความน่าจะเป็นอย่างเยือกเย็น อีกฝั่งคือพื้นโลกที่เต็มไปด้วยโคลน หิมะ ซากเมืองร้าง และเสียงวิทยุขอความช่วยเหลือที่ดังซ้อนกันจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ผู้กำกับเลือกเล่าให้เรารู้สึกอยู่ตลอดว่าโลกทั้งใบกำลังเคลื่อนที่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็นยานอวกาศลำใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง และตอนนี้ยานลำนั้นกำลังเสียการทรงตัว

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังอวกาศกู้โลกทั่วไปคือหัวใจของมันไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำ ๆ หรือฉากบู๊ถล่มดาวเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้สึกผิด ความผูกพัน และการส่งต่อความหวังจากรุ่นสู่รุ่น หลิวเพ่ยเฉียง ที่อยู่บนฟ้าต้องเฝ้ามองลูกผ่านจอมอนิเตอร์โดยพูดได้แค่ประโยคสั้น ๆ ซ้ำ ๆ ขณะที่ หลิวฉี ที่อยู่ข้างล่างก็เอาแต่ตั้งคำถามว่าทำไมพ่อถึงเลือกหน้าที่มากกว่าครอบครัว ความห่างเหินนี้ค่อย ๆ ละลายเมื่อทั้งคู่ต้องตัดสินใจเรื่องความเป็นความตายโดยไม่มีโอกาสได้กอดกัน ส่วนคู่ตาหลานอย่าง ฮานจื่ออัง กับ ตู๋ตัว ก็น่ารักน่าใจหายในแบบของตัวเอง ตาคนหนึ่งที่ปากบอกว่าเอาตัวรอดไว้ก่อนแต่ถึงเวลากลับยอมหนาวแทนหลานได้โดยไม่ลังเล หนังค่อย ๆ ปูอารมณ์แบบดราม่าครอบครัวสไตล์จีนที่เน้นความกตัญญูและการเสียสละเงียบ ๆ มาซ้อนทับกับความตึงเครียดระดับจักรวาล จนคนดูรู้สึกว่าทุกครั้งที่ตัวละครเลือกจะช่วยคนแปลกหน้า ทั้งที่ตัวเองก็อาจไม่รอด มันไม่ใช่ความเท่แบบฮีโร่ แต่เป็นความดื้อด้านของมนุษย์ที่ไม่ยอมทิ้งบ้านของตัวเอง

ถ้าคุณเป็นคอไซไฟที่โตมากับหนังอวกาศฝั่งฮอลลีวูดและอยากลองรสชาติใหม่ ๆ ที่เล่าเรื่องการกู้โลกด้วยมุมมองแบบตะวันออก เรื่องนี้คือประสบการณ์ที่ควรเปิดใจลองสักครั้ง เพราะมันไม่ได้ชวนให้ลุ้นแค่ว่าโลกจะรอดจากการชนกับดาวพฤหัสบดีหรือไม่ แต่ชวนให้เอาใจช่วยคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเข็นโชคชะตาของดาวเคราะห์ทั้งดวงไปข้างหน้าทั้งที่มือยังสั่นอยู่ เตรียมใจไว้เจอทั้งฉากแอ็กชันกลางพายุหิมะ งานภาพอวกาศสุดอลังการ และโมเมนต์เรียกน้ำตาที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วมาดูไปพร้อมกันว่าความดื้อรั้นของพ่อลูกตระกูลหลิว ความปากแข็งของคุณตา และความกล้าบ้าบิ่นของทีมขนส่งจำเป็น จะพอประคองโลกเร่ร่อนดวงนี้ให้พ้นจากเงาของดาวยักษ์ไปได้อย่างไร ใครที่ชอบหนังเดิมพันใหญ่ หัวใจโต และดูจบแล้วอยากโทรหาคนที่บ้าน อย่าพลาดที่จะกดดูเรื่องนี้แบบเต็ม ๆ ด้วยภาพคมชัดบนจอใหญ่ ๆ สักรอบ

เริ่มรับชม The Wandering Earth

นักแสดง

吴京

吴京

Liu Peiqiang
屈楚萧

屈楚萧

Liu Qi
李光洁

李光洁

Wang Lei
吳孟達

吳孟達

Han Ziang
赵今麦

赵今麦

Han Duoduo
隋凯

隋凯

Tim
屈菁菁

屈菁菁

Zhou Qian
Zhang Yichi

Zhang Yichi

Li Yiyi
杨皓宇

杨皓宇

He Lianke
Аркадий Шароградский

Аркадий Шароградский

Makalov
李虹辰

李虹辰

Zhang Xiaoqiang
杨轶

杨轶

Yang Jie