

Kuncen
รายละเอียดเรื่อง Kuncen
บางครั้งจุดเริ่มต้นของเรื่องสยองไม่ได้มาจากเสียงกรีดร้อง แต่มาจากหน้าจอโทรศัพท์ที่เงียบเกินไป สำหรับ อาวินดียา (Awindya) เด็กสาวมัธยมปลาย ข้อความที่ส่งไปหาแฟนหนุ่มซึ่งขึ้นไปปีนเขาค้างอยู่ตรงนั้นครบยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่มีคำตอบรับกลับมา มันเป็นความเงียบที่ในวันธรรมดาคงถูกมองข้ามไปได้ง่าย ๆ แต่สำหรับคนที่รออยู่ข้างล่าง มันกลับดังกว่าทุกเสียง ความกระวนกระวายเล็ก ๆ นี้เองที่ผลักให้เธอยอมแบกเป้ขึ้นไปยังภูเขาเมอร์บาบู ทั้งที่ไม่ใช่นักปีนเขาอาชีพ และไม่รู้เลยว่ามีข่าวร้ายกว่ากำลังรออยู่ข้างบน เพราะในห้วงเวลาเดียวกัน ผู้เฒ่าที่ทำหน้าที่เป็น กุนเซ็น หรือผู้ดูแลภูเขาตามความเชื่อที่สืบกันมา ได้สิ้นลมลงด้วยสาเหตุที่ชาวบ้านกระซิบกันว่าโยงกับไสยศาสตร์ เมื่อภูเขาขาดผู้คุ้มครอง ตำนานที่เคยเล่ากันปากต่อปากจึงกลายเป็นเดิมพันที่มีลมหายใจ ว่าผืนป่าที่ไร้คนเฝ้าจะยังเป็นภูเขาลูกเดิม หรือจะเผยอีกด้านที่มนุษย์ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เห็น การเดินทางครั้งนี้อาวินดียาไม่ได้ไปเพียงลำพัง เธอชวนเพื่อนร่วมชั้นที่โตมาด้วยกันอย่าง แอกเนส (Agnes) กับ โมโจ (Mojo) ให้ขึ้นไปด้วยกันเพราะทิ้งกันไม่ลง บทบาททั้งสามถ่ายทอดโดย Azela Putri, Vonny Felicia และ Mikha Hernan ที่เล่นออกมาเหมือนเด็กวัยเดียวกันจริง ๆ คือกล้าหาญแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ปากดีกลบกลัว และเถียงกันตลอดทางทั้งที่ในใจหวั่นไหวไม่แพ้กัน บนเส้นทางสายหมอกนั้นเองพวกเธอได้พบกับ โยกา (Yoga) ที่รับบทโดย Cinta Brian Roberts และ ดิสกา (Diska) ที่รับบทโดย Davina Karamoy หญิงสาวอีกสองคนที่ขึ้นมาบนภูเขาด้วยแผลแบบเดียวกัน คือคนสำคัญที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย การพบกันของคนแปลกหน้ากลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญของนักเดินทาง แต่เป็นการมาบรรจบของคนที่มีคำถามเดียวกันค้างอยู่ในอก ว่าคนที่รักของพวกเธอหายไปไหน และทำไมภูเขาถึงกลืนคนไปได้เงียบเชียบถึงเพียงนั้น หากมองในบริบทของหนังสยองขวัญอินโดนีเซียยุคหลังที่มักหยิบความเชื่อท้องถิ่นมาเป็นแกนเรื่อง กุนเซ็น ก็เดินอยู่บนเส้นทางนั้นอย่างเต็มตัว แต่เลือกใช้ภูเขาเป็นศูนย์กลางแทนบ้านผีสิงหรือหมู่บ้านต้องคำสาป เมอร์บาบูในหนังจึงไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ สำหรับถ่ายภาพทะเลหมอก หากเป็นพื้นที่ที่มีระเบียบของตัวเอง มีทางที่ควรเดิน มีชื่อที่ไม่ควรเรียก มีข้อห้ามที่คนนอกไม่เข้าใจ คำว่า กุนเซ็น ในภาษาชวาเดิมหมายถึงผู้ถือกุญแจ ผู้เฝ้า ผู้ประสานระหว่างคนกับสถานที่ เมื่อตำแหน่งนี้ว่างลง ภูเขาก็เหมือนบ้านที่ประตูเปิดอ้าไว้กลางลม หมอกที่ลอยต่ำ เสียงลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้า เส้นทางที่จู่ ๆ ก็ดูคล้ายกันไปหมด ล้วนกลายเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดระแวงแบบค่อย ๆ ซึม ไม่ได้เน้นผีโผล่ตุ้งแชะ แต่เน้นทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลงทางไปพร้อมกับตัวละคร ยิ่งเดินสูงขึ้น อากาศยิ่งบาง และความมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงก็ยิ่งบางลงตามไปด้วย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีน้ำหนักกว่าหนังตามหาคนหายทั่วไปคือแรงขับข้างในของเด็กสาวทั้งกลุ่ม พวกเธอไม่ได้ขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ความกล้า ไม่ได้อยากท้าทายอาถรรพ์ หรืออยากเป็นผู้กล้าพิชิตยอดเขา หากขึ้นมาเพราะตัดใจทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลังไม่ได้ อาวินดียาเริ่มต้นจากความคิดถึงแฟนหนุ่ม โยกากับดิสกาก็แบกความสูญเสียของตัวเองขึ้นมาด้วยเช่นกัน เมื่อคนห้าคนที่ต่างเจ็บมาต้องเดินป่าด้วยกัน มิตรภาพของพวกเธอจึงก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเปราะบาง มีทั้งช่วงที่เกาะกันแน่น ช่วงที่ระแวงกันเอง และช่วงที่ต้องเลือกระหว่างเหตุผลกับศรัทธา ยิ่งได้เจอตัวละครลึกลับอย่าง ดายัง อาลาส (Dayang Alas) ที่รับบทโดย Sara Wijayanto เส้นแบ่งระหว่างผู้ช่วยเหลือกับผู้กุมความลับก็ยิ่งพร่าเลือน หนังค่อย ๆ ต้อนให้ทั้งตัวละครและคนดูตั้งคำถามพร้อมกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออำนาจเหนือธรรมชาติ การกระทำของมนุษย์ หรือเพียงความไม่รู้ที่ขยายใหญ่ขึ้นในที่ที่ขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้ ใครที่ชอบหนังสยองบรรยากาศที่ค่อย ๆ กดทับ ชอบการเดินป่าหมอกหนาที่ทุกก้าวเต็มไปด้วยความหมาย และชอบปริศนาที่ผูกโยงความรักของวัยรุ่นเข้ากับความเชื่อเก่าแก่ของชุมชน เรื่องนี้คือการเดินทางที่คุณไม่ควรพลาด ลองขึ้นเมอร์บาบูไปพร้อมกับอาวินดียาและเพื่อน ๆ สักครั้ง เพื่อสัมผัสด้วยตัวเองว่าภูเขาที่ไร้กุนเซ็นจะเปลี่ยนไปอย่างไร ใครกันแน่ที่เหมาะจะรับกุญแจดอกนี้ต่อ และเสียงเงียบที่พวกเธอได้ยินบนนั้น แท้จริงแล้วคือเสียงของภูเขา หรือเสียงของความกลัวในใจมนุษย์กันแน่
