ตัวอย่าง Body of Lies
Body of Lies

Body of Lies

แผนบงการ ยอดจารชนสะท้านโลก
★ 6.6/10 2008 128 นาที ภาพยนตร์ บู๊ ระทึกขวัญ หนังชีวิต

รายละเอียดเรื่อง Body of Lies

เลือดที่ไหลซึมผ่านแขนเสื้อกับเสียงหอบหายใจกลางทะเลทรายในอิรักคือภาพแรกที่หนังโยนคนดูลงไปโดยไม่ให้ตั้งตัว ชายคนหนึ่งประคองร่างที่บาดเจ็บของตัวเองไว้พร้อมกับกดโทรศัพท์แนบหู สายที่ปลายทางอยู่อีกซีกโลกสั่งให้เขาอดทน รอ และเดินหน้าต่อทั้งที่กระสุนยังวิ่งผ่านหัวไป ชายคนนั้นคือ โรเจอร์ เฟอร์ริส (Roger Ferris) เจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ยังยืนอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดมากกว่ายุทธวิธีในตำรา กลิ่นฝุ่น กลิ่นควัน และความรู้สึกว่าไม่มีพื้นที่ไหนปลอดภัยจริง ๆ กลายเป็นลมหายใจของหนังทั้งเรื่องตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรก จากอิรักที่ร้อนระอุ เรื่องราวถอยออกมาให้เห็นภาพที่กว้างขึ้นของสงครามยุคใหม่ที่ไม่ได้รบกันด้วยรถถัง แต่รบกันด้วยข้อมูล ข่าวลือ และชื่อที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า เป้าหมายคือผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายที่วางระเบิดได้พร้อมกันหลายเมืองทั่วโลกโดยไม่ทิ้งร่องรอยให้ตาม เฟอร์ริสถูกส่งตัวมาประจำการที่จอร์แดน ดินแดนที่ดูสงบกว่าสมรภูมิแต่กลับซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะทุกตรอก ทุกคลินิก ทุกด่านตรวจ ล้วนมีตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ ความเงียบของเมืองอัมมานตอนกลางคืนจึงน่าอึดอัดไม่แพ้เสียงระเบิดกลางวัน บรรยากาศแบบนี้คือลายเซ็นของหนังสายลับยุคหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ ที่ความหวาดระแวงกลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน หัวใจของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การไล่ล่าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างคนที่อยู่ในสนามกับคนที่คุมเกมจากระยะไกล ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ถ่ายทอดเฟอร์ริสให้เป็นเจ้าหน้าที่ที่เก่งงานแต่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เขาเชื่อในการสร้างสายข่าวด้วยความไว้ใจ มากกว่าการซื้อด้วยเงินหรือขู่ด้วยอำนาจ ตรงกันข้ามกับ เอ็ด ฮอฟฟ์แมน (Ed Hoffman) ที่รับบทโดย รัสเซล โครว์ หัวหน้าผู้วางแผนซึ่งปรากฏตัวพร้อมหูฟังบลูทูธกลางสนามหญ้าหน้าบ้านในอเมริกา ขณะสั่งการให้คนอีกคนเอาชีวิตไปเสี่ยง อีกคนคุยโทรศัพท์ไปเลี้ยงลูกไปราวกับสงครามเป็นเพียงงานเอกสารที่จัดการได้จากห้องนั่งเล่น ช่องว่างระหว่างเสียงเรียบ ๆ ในสายกับเลือดจริง ๆ ตรงหน้าคือรอยร้าวที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นทุกครั้งที่ทั้งคู่คุยกัน เดิมพันยิ่งสูงขึ้นเมื่อเฟอร์ริสต้องทำงานร่วมกับ ฮานิ (Hani) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองจอร์แดนที่รับบทโดย Mark Strong อย่างสุขุมเยือกเย็นจนคาดเดาไม่ได้ ฮานิไม่ชอบลูกเล่นของอเมริกา เขาเชื่อเรื่องวินัย ศักดิ์ศรี และการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม การจะขอความร่วมมือจากเขาจึงเหมือนเดินบนเส้นเชือกที่พลาดนิดเดียวคือร่วง ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของ ไอชา (Aisha) พยาบาลสาวที่รับบทโดย โกลชิฟเตห์ ฟาราฮานี ก็ทำให้เฟอร์ริสได้สัมผัสชีวิตอีกด้านที่เขาเกือบหลงลืมไปแล้วว่าเป็นคนธรรมดาที่มีบาดแผลต้องเย็บ มีความรักและความเมตตาโดยไม่ต้องแลกกับข้อมูลอะไรเลย ยิ่งเขาถลำลึกเข้าไปในแผนล่อเสือออกจากถ้ำที่ต้องสร้างผู้ก่อการร้ายปลอมขึ้นมาทั้งองค์กรเพื่อบีบให้ตัวจริงเผยตัว ทุกมิตรภาพ ทุกความไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นสายข่าวอย่าง โอมาร์ ซาดิกิ (Omar Sadiki) หรือเพื่อนร่วมทีมอย่าง บาสซัม (Bassam) ก็กลายเป็นหมากที่อาจถูกหยิบไปสังเวยได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ทำให้ แผนบงการ ยอดจารชนสะท้านโลก แตกต่างจากหนังบู๊ไล่ล่าผู้ร้ายทั่วไป คือคำถามที่มันทิ้งไว้ใต้ฉากแอ็กชันทั้งหมด ว่าในโลกที่ทุกคนโกหกเพื่อค้นหาความจริง มนุษย์คนหนึ่งมีค่าแค่ไหน คำว่า body of lies จึงไม่ได้หมายถึงแค่ศพที่เกิดจากการหลอกลวง แต่หมายถึงโครงสร้างทั้งระบบที่ก่อขึ้นจากคำโกหกซ้อนคำโกหก จนเจ้าหน้าที่ภาคสนามเองก็ไม่รู้ว่าคำสั่งไหนคือความจริง คำสัญญาไหนคือกับดัก หนังค่อย ๆ พาคนดูไปสำรวจความย้อนแย้งของงานข่าวกรอง คนที่เห็นภาพรวมที่สุดกลับไม่เคยได้กลิ่นเลือด ส่วนคนที่เห็นเลือดกลับไม่เคยเห็นภาพรวม ความไว้ใจเลยกลายเป็นทั้งอาวุธและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน และเมื่อโกหกจนเคยชิน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ศัตรู แต่คือการไม่เหลือใครให้เชื่ออีกเลย นี่คือหนังสำหรับคนที่ชอบงานสายลับแบบเข้มข้นถึงพริกถึงขิง ที่ความตื่นเต้นไม่ได้มาจากระเบิดลูกใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากบทสนทนาที่ต้องตีความสองชั้น การตัดสินใจในเสี้ยววินาที และการรอคอยว่าสายโทรศัพท์สายต่อไปจะช่วยชีวิตหรือส่งไปตาย หากอยากสัมผัสโลกของซีไอเอที่ทั้งดิบ เหนื่อย และหม่นเศร้า ผ่านการปะทะกันของสองวิธีคิด สองวัฒนธรรม และสองมนุษย์ที่ต่างเชื่อว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง เชิญเปิดใจดูเรื่องราวของเฟอร์ริสตั้งแต่แผลแรกกลางทะเลทรายจนถึงหมากตาสุดท้ายในจอร์แดน แล้วจะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งคำโกหกเพียงครั้งเดียวถึงต้องแลกด้วยชีวิตจริงทั้งชีวิต

เรื่องนี้คือ Body of Lies

เลือดที่ไหลซึมผ่านแขนเสื้อกับเสียงหอบหายใจกลางทะเลทรายในอิรักคือภาพแรกที่หนังโยนคนดูลงไปโดยไม่ให้ตั้งตัว ชายคนหนึ่งประคองร่างที่บาดเจ็บของตัวเองไว้พร้อมกับกดโทรศัพท์แนบหู สายที่ปลายทางอยู่อีกซีกโลกสั่งให้เขาอดทน รอ และเดินหน้าต่อทั้งที่กระสุนยังวิ่งผ่านหัวไป ชายคนนั้นคือ โรเจอร์ เฟอร์ริส (Roger Ferris) เจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ยังยืนอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดมากกว่ายุทธวิธีในตำรา กลิ่นฝุ่น กลิ่นควัน และความรู้สึกว่าไม่มีพื้นที่ไหนปลอดภัยจริง ๆ กลายเป็นลมหายใจของหนังทั้งเรื่องตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรก

จากอิรักที่ร้อนระอุ เรื่องราวถอยออกมาให้เห็นภาพที่กว้างขึ้นของสงครามยุคใหม่ที่ไม่ได้รบกันด้วยรถถัง แต่รบกันด้วยข้อมูล ข่าวลือ และชื่อที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า เป้าหมายคือผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายที่วางระเบิดได้พร้อมกันหลายเมืองทั่วโลกโดยไม่ทิ้งร่องรอยให้ตาม เฟอร์ริสถูกส่งตัวมาประจำการที่จอร์แดน ดินแดนที่ดูสงบกว่าสมรภูมิแต่กลับซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะทุกตรอก ทุกคลินิก ทุกด่านตรวจ ล้วนมีตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ ความเงียบของเมืองอัมมานตอนกลางคืนจึงน่าอึดอัดไม่แพ้เสียงระเบิดกลางวัน บรรยากาศแบบนี้คือลายเซ็นของหนังสายลับยุคหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ ที่ความหวาดระแวงกลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน

หัวใจของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การไล่ล่าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างคนที่อยู่ในสนามกับคนที่คุมเกมจากระยะไกล ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ถ่ายทอดเฟอร์ริสให้เป็นเจ้าหน้าที่ที่เก่งงานแต่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เขาเชื่อในการสร้างสายข่าวด้วยความไว้ใจ มากกว่าการซื้อด้วยเงินหรือขู่ด้วยอำนาจ ตรงกันข้ามกับ เอ็ด ฮอฟฟ์แมน (Ed Hoffman) ที่รับบทโดย รัสเซล โครว์ หัวหน้าผู้วางแผนซึ่งปรากฏตัวพร้อมหูฟังบลูทูธกลางสนามหญ้าหน้าบ้านในอเมริกา ขณะสั่งการให้คนอีกคนเอาชีวิตไปเสี่ยง อีกคนคุยโทรศัพท์ไปเลี้ยงลูกไปราวกับสงครามเป็นเพียงงานเอกสารที่จัดการได้จากห้องนั่งเล่น ช่องว่างระหว่างเสียงเรียบ ๆ ในสายกับเลือดจริง ๆ ตรงหน้าคือรอยร้าวที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นทุกครั้งที่ทั้งคู่คุยกัน

เดิมพันยิ่งสูงขึ้นเมื่อเฟอร์ริสต้องทำงานร่วมกับ ฮานิ (Hani) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองจอร์แดนที่รับบทโดย Mark Strong อย่างสุขุมเยือกเย็นจนคาดเดาไม่ได้ ฮานิไม่ชอบลูกเล่นของอเมริกา เขาเชื่อเรื่องวินัย ศักดิ์ศรี และการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม การจะขอความร่วมมือจากเขาจึงเหมือนเดินบนเส้นเชือกที่พลาดนิดเดียวคือร่วง ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของ ไอชา (Aisha) พยาบาลสาวที่รับบทโดย โกลชิฟเตห์ ฟาราฮานี ก็ทำให้เฟอร์ริสได้สัมผัสชีวิตอีกด้านที่เขาเกือบหลงลืมไปแล้วว่าเป็นคนธรรมดาที่มีบาดแผลต้องเย็บ มีความรักและความเมตตาโดยไม่ต้องแลกกับข้อมูลอะไรเลย ยิ่งเขาถลำลึกเข้าไปในแผนล่อเสือออกจากถ้ำที่ต้องสร้างผู้ก่อการร้ายปลอมขึ้นมาทั้งองค์กรเพื่อบีบให้ตัวจริงเผยตัว ทุกมิตรภาพ ทุกความไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นสายข่าวอย่าง โอมาร์ ซาดิกิ (Omar Sadiki) หรือเพื่อนร่วมทีมอย่าง บาสซัม (Bassam) ก็กลายเป็นหมากที่อาจถูกหยิบไปสังเวยได้ทุกเมื่อ

สิ่งที่ทำให้ แผนบงการ ยอดจารชนสะท้านโลก แตกต่างจากหนังบู๊ไล่ล่าผู้ร้ายทั่วไป คือคำถามที่มันทิ้งไว้ใต้ฉากแอ็กชันทั้งหมด ว่าในโลกที่ทุกคนโกหกเพื่อค้นหาความจริง มนุษย์คนหนึ่งมีค่าแค่ไหน คำว่า body of lies จึงไม่ได้หมายถึงแค่ศพที่เกิดจากการหลอกลวง แต่หมายถึงโครงสร้างทั้งระบบที่ก่อขึ้นจากคำโกหกซ้อนคำโกหก จนเจ้าหน้าที่ภาคสนามเองก็ไม่รู้ว่าคำสั่งไหนคือความจริง คำสัญญาไหนคือกับดัก หนังค่อย ๆ พาคนดูไปสำรวจความย้อนแย้งของงานข่าวกรอง คนที่เห็นภาพรวมที่สุดกลับไม่เคยได้กลิ่นเลือด ส่วนคนที่เห็นเลือดกลับไม่เคยเห็นภาพรวม ความไว้ใจเลยกลายเป็นทั้งอาวุธและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน และเมื่อโกหกจนเคยชิน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ศัตรู แต่คือการไม่เหลือใครให้เชื่ออีกเลย

นี่คือหนังสำหรับคนที่ชอบงานสายลับแบบเข้มข้นถึงพริกถึงขิง ที่ความตื่นเต้นไม่ได้มาจากระเบิดลูกใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากบทสนทนาที่ต้องตีความสองชั้น การตัดสินใจในเสี้ยววินาที และการรอคอยว่าสายโทรศัพท์สายต่อไปจะช่วยชีวิตหรือส่งไปตาย หากอยากสัมผัสโลกของซีไอเอที่ทั้งดิบ เหนื่อย และหม่นเศร้า ผ่านการปะทะกันของสองวิธีคิด สองวัฒนธรรม และสองมนุษย์ที่ต่างเชื่อว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง เชิญเปิดใจดูเรื่องราวของเฟอร์ริสตั้งแต่แผลแรกกลางทะเลทรายจนถึงหมากตาสุดท้ายในจอร์แดน แล้วจะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งคำโกหกเพียงครั้งเดียวถึงต้องแลกด้วยชีวิตจริงทั้งชีวิต

เริ่มรับชม Body of Lies