ตัวอย่าง Going the Distance
ตัวอย่าง Going the Distance
Going the Distance

Going the Distance

โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์
★ 6.1/10 2010 102 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังชีวิต หนังรักโรแมนติก

รายละเอียดเรื่อง Going the Distance

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนเพิ่งเจอใครสักคนที่อยากตื่นมาเจอหน้ากันทุกเช้า ไม่ใช่การเลิกรา แต่คือการต้องนับถอยหลังรอวันที่ต้องแยกกันไปอยู่คนละฟากของอเมริกา ทั้งที่รู้ว่าถ้าปล่อยมือกันตอนนี้ ทุกอย่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาอาจสลายไปโดยไม่มีโอกาสได้กลับมาเริ่มใหม่ การ์เร็ตต์ (Garrett Scully) ชายหนุ่มที่ทำงานในวงการเพลงที่นิวยอร์กกำลังยืนอยู่ตรงจุดนั้นพอดี เขามีชีวิตแบบผู้ชายวัยสามสิบต้น ๆ ที่ยังสนุกกับเบียร์หลังเลิกงานกับเพื่อน ยังไม่รีบผูกมัดกับอะไรจริงจัง จนกระทั่งฤดูร้อนหนึ่งพาให้เขาได้เจอกับ เอริน (Erin Rankin Langford) นักศึกษาฝึกงานสาวอารมณ์ดีที่มาอยู่ในเมืองนี้แค่ชั่วคราว บรรยากาศของนิวยอร์กในหนังจึงเต็มไปด้วยแสงไฟบาร์ตอนดึก เสียงหัวเราะแบบคนเพิ่งตกหลุมรัก และความรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน ก่อนที่ปฏิทินชีวิตจริงจะค่อย ๆ บีบให้ทั้งคู่ต้องเลือกระหว่างซานฟรานซิสโกกับนิวยอร์ก สองเมืองที่ห่างกันเกือบหกชั่วโมงบิน แต่ใกล้พอจะทำให้ความคิดถึงทำงานตลอดเวลา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ก่อตัวแบบเทพนิยาย แต่ก่อตัวแบบคนเหงาสองคนที่คุยกันถูกคออย่างประหลาด เอรินที่รับบทโดย ดรูว์ แบร์รีมอร์ เป็นผู้หญิงฉลาด ปากไว มีความเปราะบางแบบที่ไม่ได้เรียกร้องความสงสาร เธอมาฝึกงานด้านหนังสือพิมพ์ด้วยความหวังว่าจะได้งานประจำ แต่ก็รู้ว่าอนาคตของตัวเองยังไม่แน่นอน ส่วนการ์เร็ตต์ที่เล่นโดย Justin Long ก็ไม่ใช่พระเอกสูทเนี้ยบที่พร้อมจะเปย์ทุกอย่าง เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่มีความโรแมนติกแบบซื่อ ๆ ตลกแบบเก้ ๆ กัง ๆ และจริงใจจนบางครั้งดูน่าเป็นห่วง รอบตัวพวกเขามีแก๊งเพื่อนที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนชีวิตคู่ แดน (Dan Grant) ที่รับบทโดย Charlie Day กับ บ็อกซ์ (Box Saunders) ที่รับบทโดย Jason Sudeikis สองเพื่อนซี้สายป่วนที่ชวนกันกินดื่มและพูดเรื่องผู้หญิงด้วยมุกหยาบโลนตามประสาหนังตลกอเมริกันต้นยุค 2010 ขณะที่ฝั่งเอรินก็มี คอร์รินน์ (Corrine Berlin) พี่สาวที่รับบทโดย Christina Applegate คอยเป็นเสียงของเหตุผลที่ฟังดูขวานผ่าซากแต่มาจากความเป็นห่วง กับ วิลล์ (Will Broderick) ที่รับบทโดย Ron Livingston และ แบรนดี้ เพื่อนร่วมงานที่คอยมองความรักครั้งนี้ด้วยสายตาที่ต่างกันออกไป เมื่อช่วงเวลาฝึกงานจบลงและเอรินต้องบินกลับไปฝั่งตะวันตก เกมของความรักระยะไกลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ จากคู่ที่เคยนอนดูหนังด้วยกันบนโซฟาตัวเดิม ต้องเปลี่ยนมาเป็นการโทรศัพท์ข้ามไทม์โซน การนับวันรอเจอกัน การฝากความคิดถึงไว้ในข้อความสั้น ๆ ที่พิมพ์แล้วลบแล้วพิมพ์ใหม่ ความเดิมพันค่อย ๆ ขยับจากแค่คิดถึงกัน มาเป็นคำถามที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายทิ้งงาน ทิ้งเพื่อน ทิ้งชีวิตที่สร้างมาเพื่อย้ายไปอยู่กับอีกฝ่าย การ์เร็ตต์เริ่มรู้สึกว่างานที่นิวยอร์กที่เคยรักกลับกลายเป็นโซ่ที่ล่ามเขาไว้ ส่วนเอรินก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันเรื่องอาชีพที่ซานฟรานซิสโกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน ทุกครั้งที่เครื่องบินดีเลย์ ทุกครั้งที่สายหลุดกลางประโยคสำคัญ ทุกครั้งที่เพื่อนรอบข้างพูดว่าแบบนี้ไปไม่รอดหรอก รอยร้าวเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ก่อตัวโดยที่ทั้งคู่ยังรักกันเท่าเดิม ความห่างจึงไม่ใช่แค่ระยะทาง แต่กลายเป็นบททดสอบว่าเขาจะยังเลือกกันอยู่ไหมในวันที่เหนื่อยและไม่มีอารมณ์โรแมนติกเหลืออยู่เลย เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือมันไม่ได้เล่าความรักแบบอุดมคติที่แค่รักกันแล้วทุกอย่างจะดีเอง แต่เล่าในฐานะหนังชีวิตที่เข้าใจว่าความรักของคนวัยทำงานต้องต่อรองกับค่าเช่าห้อง ค่าตั๋วเครื่องบิน โอกาสในการทำงาน และความคาดหวังของครอบครัว การที่หนังเลือกให้ ดรูว์ แบร์รีมอร์ กับ Justin Long ซึ่งในชีวิตจริงเคยเป็นคู่รักกันมารับบทนำ ยิ่งทำให้เคมีของเอรินกับการ์เร็ตต์ดูเป็นธรรมชาติอย่างน่าเชื่อ ทั้งฉากหยอกกันแบบเด็ก ๆ ฉากทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง และฉากเงียบ ๆ ที่แค่มองตากันก็รู้ว่ากำลังอดทนเพื่ออะไร ในยุคที่โรแมนติกคอเมดี้ฮอลลีวูดกำลังเปลี่ยนผ่านจากสูตรเจ้าหญิงเจ้าชายมาสู่โทนที่ดิบและพูดตรงขึ้น โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์ เลยยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความตลกแบบเพื่อนผู้ชายเมาท์กันในบาร์กับความดราม่าเบา ๆ ของผู้หญิงที่กำลังพยายามประคองทั้งความฝันกับหัวใจ หนังไม่ได้ถามว่าเรารักกันมากแค่ไหน แต่ถามว่าเราพร้อมจะลำบากเพื่อรักษากันไว้แค่ไหน และบางครั้งคำตอบก็ไม่ได้อยู่ในคำพูดหวาน ๆ แต่อยู่ในการกระทำเล็ก ๆ อย่างการตื่นมารับโทรศัพท์ตอนตีสามเพราะอีกฝ่ายแค่เครียดเรื่องงาน ใครที่เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ต้องขับรถไกล ๆ เพื่อเจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือเคยนั่งนับวันในปฏิทินรอวันหยุดยาว จะเข้าใจหัวใจของเรื่องนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีประสบการณ์แบบเดียวกันเป๊ะ ๆ นี่คือหนังรักที่ดูได้เพลิน ๆ ในคืนวันหยุด มีมุกตลกให้หัวเราะเสียงดัง มีฉากน่ารักให้ยิ้มตาม แต่ก็มีช่วงเวลาที่ทำให้ต้องหยุดคิดถึงคนที่เราคิดถึงอยู่เหมือนกัน ลองเปิดใจให้เอรินกับการ์เร็ตต์พาคุณขึ้นเครื่องบินไปกลับระหว่างสองฝั่งประเทศ แล้วคุณอาจจะพบคำตอบของตัวเองว่า ระยะทางที่ว่ายาวไกลนั้น สุดท้ายแล้วมันวัดด้วยไมล์ หรือวัดด้วยความตั้งใจของคนสองคนที่จะเดินเข้าหากันให้ไกลกว่าเดิม

เรื่องนี้คือ Going the Distance

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนเพิ่งเจอใครสักคนที่อยากตื่นมาเจอหน้ากันทุกเช้า ไม่ใช่การเลิกรา แต่คือการต้องนับถอยหลังรอวันที่ต้องแยกกันไปอยู่คนละฟากของอเมริกา ทั้งที่รู้ว่าถ้าปล่อยมือกันตอนนี้ ทุกอย่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาอาจสลายไปโดยไม่มีโอกาสได้กลับมาเริ่มใหม่ การ์เร็ตต์ (Garrett Scully) ชายหนุ่มที่ทำงานในวงการเพลงที่นิวยอร์กกำลังยืนอยู่ตรงจุดนั้นพอดี เขามีชีวิตแบบผู้ชายวัยสามสิบต้น ๆ ที่ยังสนุกกับเบียร์หลังเลิกงานกับเพื่อน ยังไม่รีบผูกมัดกับอะไรจริงจัง จนกระทั่งฤดูร้อนหนึ่งพาให้เขาได้เจอกับ เอริน (Erin Rankin Langford) นักศึกษาฝึกงานสาวอารมณ์ดีที่มาอยู่ในเมืองนี้แค่ชั่วคราว บรรยากาศของนิวยอร์กในหนังจึงเต็มไปด้วยแสงไฟบาร์ตอนดึก เสียงหัวเราะแบบคนเพิ่งตกหลุมรัก และความรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน ก่อนที่ปฏิทินชีวิตจริงจะค่อย ๆ บีบให้ทั้งคู่ต้องเลือกระหว่างซานฟรานซิสโกกับนิวยอร์ก สองเมืองที่ห่างกันเกือบหกชั่วโมงบิน แต่ใกล้พอจะทำให้ความคิดถึงทำงานตลอดเวลา

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ก่อตัวแบบเทพนิยาย แต่ก่อตัวแบบคนเหงาสองคนที่คุยกันถูกคออย่างประหลาด เอรินที่รับบทโดย ดรูว์ แบร์รีมอร์ เป็นผู้หญิงฉลาด ปากไว มีความเปราะบางแบบที่ไม่ได้เรียกร้องความสงสาร เธอมาฝึกงานด้านหนังสือพิมพ์ด้วยความหวังว่าจะได้งานประจำ แต่ก็รู้ว่าอนาคตของตัวเองยังไม่แน่นอน ส่วนการ์เร็ตต์ที่เล่นโดย Justin Long ก็ไม่ใช่พระเอกสูทเนี้ยบที่พร้อมจะเปย์ทุกอย่าง เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่มีความโรแมนติกแบบซื่อ ๆ ตลกแบบเก้ ๆ กัง ๆ และจริงใจจนบางครั้งดูน่าเป็นห่วง รอบตัวพวกเขามีแก๊งเพื่อนที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนชีวิตคู่ แดน (Dan Grant) ที่รับบทโดย Charlie Day กับ บ็อกซ์ (Box Saunders) ที่รับบทโดย Jason Sudeikis สองเพื่อนซี้สายป่วนที่ชวนกันกินดื่มและพูดเรื่องผู้หญิงด้วยมุกหยาบโลนตามประสาหนังตลกอเมริกันต้นยุค 2010 ขณะที่ฝั่งเอรินก็มี คอร์รินน์ (Corrine Berlin) พี่สาวที่รับบทโดย Christina Applegate คอยเป็นเสียงของเหตุผลที่ฟังดูขวานผ่าซากแต่มาจากความเป็นห่วง กับ วิลล์ (Will Broderick) ที่รับบทโดย Ron Livingston และ แบรนดี้ เพื่อนร่วมงานที่คอยมองความรักครั้งนี้ด้วยสายตาที่ต่างกันออกไป

เมื่อช่วงเวลาฝึกงานจบลงและเอรินต้องบินกลับไปฝั่งตะวันตก เกมของความรักระยะไกลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ จากคู่ที่เคยนอนดูหนังด้วยกันบนโซฟาตัวเดิม ต้องเปลี่ยนมาเป็นการโทรศัพท์ข้ามไทม์โซน การนับวันรอเจอกัน การฝากความคิดถึงไว้ในข้อความสั้น ๆ ที่พิมพ์แล้วลบแล้วพิมพ์ใหม่ ความเดิมพันค่อย ๆ ขยับจากแค่คิดถึงกัน มาเป็นคำถามที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายทิ้งงาน ทิ้งเพื่อน ทิ้งชีวิตที่สร้างมาเพื่อย้ายไปอยู่กับอีกฝ่าย การ์เร็ตต์เริ่มรู้สึกว่างานที่นิวยอร์กที่เคยรักกลับกลายเป็นโซ่ที่ล่ามเขาไว้ ส่วนเอรินก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันเรื่องอาชีพที่ซานฟรานซิสโกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน ทุกครั้งที่เครื่องบินดีเลย์ ทุกครั้งที่สายหลุดกลางประโยคสำคัญ ทุกครั้งที่เพื่อนรอบข้างพูดว่าแบบนี้ไปไม่รอดหรอก รอยร้าวเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ก่อตัวโดยที่ทั้งคู่ยังรักกันเท่าเดิม ความห่างจึงไม่ใช่แค่ระยะทาง แต่กลายเป็นบททดสอบว่าเขาจะยังเลือกกันอยู่ไหมในวันที่เหนื่อยและไม่มีอารมณ์โรแมนติกเหลืออยู่เลย

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือมันไม่ได้เล่าความรักแบบอุดมคติที่แค่รักกันแล้วทุกอย่างจะดีเอง แต่เล่าในฐานะหนังชีวิตที่เข้าใจว่าความรักของคนวัยทำงานต้องต่อรองกับค่าเช่าห้อง ค่าตั๋วเครื่องบิน โอกาสในการทำงาน และความคาดหวังของครอบครัว การที่หนังเลือกให้ ดรูว์ แบร์รีมอร์ กับ Justin Long ซึ่งในชีวิตจริงเคยเป็นคู่รักกันมารับบทนำ ยิ่งทำให้เคมีของเอรินกับการ์เร็ตต์ดูเป็นธรรมชาติอย่างน่าเชื่อ ทั้งฉากหยอกกันแบบเด็ก ๆ ฉากทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง และฉากเงียบ ๆ ที่แค่มองตากันก็รู้ว่ากำลังอดทนเพื่ออะไร ในยุคที่โรแมนติกคอเมดี้ฮอลลีวูดกำลังเปลี่ยนผ่านจากสูตรเจ้าหญิงเจ้าชายมาสู่โทนที่ดิบและพูดตรงขึ้น โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์ เลยยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความตลกแบบเพื่อนผู้ชายเมาท์กันในบาร์กับความดราม่าเบา ๆ ของผู้หญิงที่กำลังพยายามประคองทั้งความฝันกับหัวใจ หนังไม่ได้ถามว่าเรารักกันมากแค่ไหน แต่ถามว่าเราพร้อมจะลำบากเพื่อรักษากันไว้แค่ไหน และบางครั้งคำตอบก็ไม่ได้อยู่ในคำพูดหวาน ๆ แต่อยู่ในการกระทำเล็ก ๆ อย่างการตื่นมารับโทรศัพท์ตอนตีสามเพราะอีกฝ่ายแค่เครียดเรื่องงาน

ใครที่เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ต้องขับรถไกล ๆ เพื่อเจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือเคยนั่งนับวันในปฏิทินรอวันหยุดยาว จะเข้าใจหัวใจของเรื่องนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีประสบการณ์แบบเดียวกันเป๊ะ ๆ นี่คือหนังรักที่ดูได้เพลิน ๆ ในคืนวันหยุด มีมุกตลกให้หัวเราะเสียงดัง มีฉากน่ารักให้ยิ้มตาม แต่ก็มีช่วงเวลาที่ทำให้ต้องหยุดคิดถึงคนที่เราคิดถึงอยู่เหมือนกัน ลองเปิดใจให้เอรินกับการ์เร็ตต์พาคุณขึ้นเครื่องบินไปกลับระหว่างสองฝั่งประเทศ แล้วคุณอาจจะพบคำตอบของตัวเองว่า ระยะทางที่ว่ายาวไกลนั้น สุดท้ายแล้วมันวัดด้วยไมล์ หรือวัดด้วยความตั้งใจของคนสองคนที่จะเดินเข้าหากันให้ไกลกว่าเดิม

เริ่มรับชม Going the Distance

นักแสดง

ดรูว์ แบร์รีมอร์

ดรูว์ แบร์รีมอร์

Erin Rankin Langford
Justin Long

Justin Long

Garrett Scully
Justin Long

Justin Long

Garrett Scully
Charlie Day

Charlie Day

Dan Grant
Jason Sudeikis

Jason Sudeikis

Box Saunders
Christina Applegate

Christina Applegate

Corrine Berlin
Ron Livingston

Ron Livingston

Will Broderick
นาตาลี โมราเลส

นาตาลี โมราเลส

Brandy
Kelli Garner

Kelli Garner

Brianna Jutsum
โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคเฮน

โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคเฮน

Damon
จิม แกฟฟิแกน

จิม แกฟฟิแกน

Phil Berlin
June Diane Raphael

June Diane Raphael

Karen Surgeoner