

The Fifth Element
รายละเอียดเรื่อง The Fifth Element
ในอนาคตอันไกลโพ้น ปี 2263 มนุษยชาติใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมหานครลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยยานพาหนะบินผ่านตึกสูงเสียดฟ้า เทคโนโลยีล้ำหน้าจนโลกแทบไม่เหลือภาพเดิม แต่ภายใต้ความศิวิไลซ์นั้นกลับมีภัยร้ายที่เก่าแก่ยิ่งกว่าประวัติศาสตร์กำลังหวนคืน ทุก ๆ ห้าพันปี ความมืดมิดจากห้วงอวกาศจะปรากฏขึ้นเพื่อกลืนกินจักรวาล และคราวนี้มันกำลังมุ่งหน้ามายังโลกด้วยพลังที่ยากจะหยุดยั้ง ทางเดียวที่จะปกป้องทุกชีวิตเอาไว้ได้ คือการรวบรวมธาตุทั้งสี่ให้ครบถ้วน ก่อนนำมาประกอบเข้ากับ “ธาตุที่ห้า” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกพลังแห่งการปกป้องโลก ทว่าภารกิจที่ดูเหมือนเป็นตำนานกลับกลายเป็นเรื่องจริง เมื่อเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเปิดประตูสู่การผจญภัยสุดวุ่นวายที่ทั้งยิ่งใหญ่ บ้าระห่ำ และเต็มไปด้วยจินตนาการแบบที่หนังไซไฟเรื่องไหนก็เลียนแบบได้ยาก ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลกอนาคต คอร์เบน ดัลลัส อดีตทหารฝีมือฉกาจที่ผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่ ต้องใช้ชีวิตอย่างหมดอาลัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์แคบ ๆ และพยายามหาเลี้ยงตัวเองไปวัน ๆ เขาไม่คิดว่าชะตากรรมของจักรวาลจะมาเคาะประตูถึงที่ จนกระทั่งหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งกระโดดตกลงมาบนแท็กซี่ของเขาโดยไม่มีคำอธิบาย หญิงสาวคนนั้นชื่อ ลีลู เธอมีพลังเหนือมนุษย์ เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับนักรบ และพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีความไร้เดียงสาเหมือนเด็กที่เพิ่งค้นพบโลกเป็นครั้งแรก การพบกันระหว่างคอร์เบนกับลีลูกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ความสับสน และแรงดึงดูดบางอย่างที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จากคนแปลกหน้าที่แทบสื่อสารกันไม่ได้ ทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งพากัน ในขณะที่อันตรายกำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด ลีลูไม่ใช่เพียงหญิงสาวที่หลบหนีจากผู้ไล่ล่า แต่คือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของโลกโดยตรง การตามหาธาตุทั้งสี่จึงนำคอร์เบนและลีลูไปพบกับบาทหลวงวีโต คอร์เนเลียส ผู้เก็บรักษาความรู้โบราณและเชื่อมั่นว่าตำนานนี้เป็นความจริง เขาคือผู้พยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้คนในยุคที่หลงใหลเทคโนโลยีเข้าใจว่า บางสิ่งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยอาวุธหรือเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ภารกิจยังเกี่ยวพันกับนักร้องโอเปร่าผู้มีเสียงอันน่าอัศจรรย์ การเดินทางข้ามจักรวาล และสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ ทำให้เรื่องราวขยายใหญ่เกินกว่าการนั่งแท็กซี่ฝ่าการจราจรในเมืองอนาคต ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองในการเข้าร่วมเกมครั้งนี้ บางคนต้องการช่วยโลก บางคนต้องการผลประโยชน์ และบางคนพร้อมทรยศทุกฝ่ายเพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองพลังสูงสุด ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโกลาหลครั้งนี้คือฌอง-บาติสต์ เอ็มมานูเอล ซอร์ก นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและไร้ความปรานี เขามองหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นโอกาสในการสร้างอำนาจ และพร้อมจับมือกับกองกำลังจากความมืดเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง ซอร์กเป็นวายร้ายที่ทั้งอันตราย เจ้าเล่ห์ และมีบุคลิกเกินจริงอย่างน่าจดจำ ต่างจากศัตรูที่มุ่งทำลายทุกสิ่งด้วยความเกรี้ยวกราด เขากลับมีรอยยิ้ม คำพูด และท่าทีเหมือนนักธุรกิจที่ควบคุมทุกอย่างได้ ยิ่งโลกกำลังเข้าใกล้จุดแตกสลายมากเท่าไร เกมการต่อรองและการหักหลังของเขาก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเท่านั้น คอร์เบนซึ่งเคยเป็นเพียงคนธรรมดาที่อยากอยู่เงียบ ๆ จึงต้องกลับไปเผชิญความเสี่ยงแบบทหารอีกครั้ง ทั้งการไล่ล่า การยิงต่อสู้ การบุกยึดสถานที่ และการตัดสินใจที่อาจส่งผลต่อผู้คนทั้งจักรวาล เสน่ห์สำคัญของ The Fifth Element อยู่ที่การผสมผสานความมันแบบหนังแอ็กชันเข้ากับจินตนาการไซไฟได้อย่างมีเอกลักษณ์ โลกในเรื่องไม่ได้มีเพียงตึกสูงหรือยานบิน แต่ยังเต็มไปด้วยสีสัน เสื้อผ้าสุดจัดจ้าน สิ่งมีชีวิตแปลกตา ภาษาที่สร้างขึ้นใหม่ และภาพอนาคตที่ดูทั้งล้ำสมัยและพิสดารในเวลาเดียวกัน ทุกฉากเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนที่มีชีวิต ตั้งแต่การจราจรบนท้องฟ้า ห้องพักรก ๆ ของคอร์เบน ไปจนถึงโรงแรมหรูในอวกาศที่เต็มไปด้วยความลับและอันตราย ความตลกแบบกวน ๆ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ขณะที่ฉากบู๊ยังคงเดินหน้าด้วยจังหวะรวดเร็วและพลังเต็มที่ แต่ภายใต้ความสนุกและความอลังการ หนังยังตั้งคำถามถึงความหมายของการเป็นมนุษย์ ความรัก ความเสียสละ และเหตุผลที่ทำให้การมีชีวิตอยู่มีคุณค่า ลีลูผู้ถูกสร้างมาเพื่อช่วยโลกกลับต้องเรียนรู้ว่า มนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว และความผิดพลาด ทว่าก็ยังมีความอ่อนโยน ความกล้าหาญ และความสามารถในการรักอยู่ด้วยเช่นกัน ด้วยการแสดงของบรูซ วิลลิสที่ทำให้คอร์เบนมีทั้งความแข็งแกร่ง ความเหนื่อยหน่าย และอารมณ์ขันแบบคนที่เจอเรื่องวุ่นวายเกินกว่าจะตกใจได้ง่าย มิลลา โยโววิชทำให้ลีลูเป็นตัวละครที่เปราะบางและทรงพลังในเวลาเดียวกัน ส่วนแกรี โอลด์แมนก็เติมสีสันให้ซอร์กกลายเป็นวายร้ายที่โดดเด่นจนยากจะลืม เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงหนังผจญภัยเพื่อหยุดยั้งจุดจบของโลก แต่คือการเดินทางที่พาคนแปลกหน้าสองคนมาพบกัน แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมุมมองของกันและกัน ท่ามกลางเสียงปืน ระเบิด ยานบิน และความอลหม่านเหนือจินตนาการ หากกำลังมองหาหนังไซไฟคลาสสิกที่ดูสนุก มีสไตล์จัดจ้าน แอ็กชันถึงใจ และมีโลกของตัวเองชัดเจน รหัส 5 คนอึดทะลุโลกคือผลงานที่ไม่ควรพลาด เพราะยิ่งปล่อยตัวให้ไหลไปกับภารกิจสุดพิสดารเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมหนังปี 1997 เรื่องนี้ยังคงมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาจนถึงทุกวันนี้

