ตัวอย่าง A Cappella
ตัวอย่าง A Cappella
A Cappella

A Cappella

อะแคปเปลลา
★ 5.1/10 2016 132 นาที อีโรติก

รายละเอียดเรื่อง A Cappella

เสียงเข็มตกกระทบแผ่นเสียงดังครืดสั้น ๆ ก่อนที่ห้องเล็ก ๆ ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และกาแฟจะเงียบลงชั่วขณะ ภาพแรกของ อะแคปเปลลา พาเราไปหยุดอยู่ตรงนั้น ตรงหน้าเคาน์เตอร์ร้านแผ่นเสียงมือสองในเซ็นไดปลายยุคหกสิบ ที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเลือกแผ่นเพลงด้วยสายตาที่เหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่างที่มากกว่าดนตรี เธอคือ เคียวโกะ โนมะ (Kyoko Noma) หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่เพิ่งย้ายมาใช้ชีวิตตามลำพังในเมืองใหญ่ ด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและเคว้งคว้างของคนที่อยากหลุดจากกรอบเดิม ๆ ของครอบครัว เธอไม่ได้มาเพื่อเรียนหรือทำงานเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมความกระหายจะรู้จักโลก รู้จักผู้คน และรู้จักความปรารถนาของตัวเองอย่างแท้จริง การแสดงของ นารุมิ ริโกะ ทำให้เคียวโกะเป็นทั้งเปราะบางและดื้อเงียบในคนเดียวกัน แค่แววตาที่มองตามเสียงเพลงก็บอกได้ว่าเธอพร้อมจะเดินเข้าไปหาอันตรายที่หอมหวานที่สุดในชีวิต แรงผลักนั้นพาเคียวโกะไปพบกับคนสองคนที่เข้ามาเปลี่ยนจังหวะชีวิตของเธอไปตลอดกาล คนแรกคือ วาตารุ โดโมโตะ (Wataru Domoto) ชายหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้พูดน้อย แต่มีเสน่ห์ดิบ ๆ แบบคนที่แบกอุดมการณ์และความสับสนของยุคสมัยไว้เต็มอก รับบทโดย อิเคมัตสึ โซสึเกะ ที่ถ่ายทอดความลังเลระหว่างความอยากเป็นคนพิเศษกับความกลัวที่จะผูกมัดได้อย่างแนบเนียน อีกคนคือ ยุโนะสุเกะ เซกิ (Yunosuke Seki) ชายที่โตกว่า ลึกลับกว่า และอ่านยากกว่ามาก รับบทโดย ไซโต้ ทาคุมิ เขาเป็นเจ้าของบาร์แจ๊สเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนที่หลบภัยของหนุ่มสาวนอกกระแส เคียวโกะถูกดึงดูดเข้าหาทั้งสองคนในเวลาที่เหลื่อมกัน ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากบทสนทนาเรื่องเพลง หนังสือ และความฝัน ก่อนจะค่อย ๆ ล้ำเส้นกลายเป็นความผูกพันทางกายที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อ ความซับซ้อนยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมี เอมะ ทาคามิยะ (Ema Takamiya) เพื่อนสาวคนสนิทที่ทั้งรักและอิจฉาเคียวโกะในคราวเดียว เข้ามาเป็นอีกหนึ่งเสียงในวงความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครยอมเป็นเสียงประสานให้ใคร ปมของเรื่องไม่ได้อยู่แค่ใครรักใคร แต่คือการที่ทุกคนต่างอยากเป็นเจ้าของความรู้สึกของตัวเองในยุคที่ทุกอย่างรอบตัวกำลังสั่นคลอน วาตารุที่กำลังแกว่งอยู่ระหว่างขบวนการนักศึกษาเพื่อนฝูงกับชีวิตส่วนตัว เริ่มหวงแหนเคียวโกะมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตัวเองก็ยังไม่พร้อมจะทิ้งโลกใบเก่า ส่วนยุโนะสุเกะที่ดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง กลับใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตนผูกมัดเธอไว้ด้วยแรงปรารถนาที่ทั้งอบอุ่นและอันตราย เคียวโกะเองจากเด็กสาวที่เคยเพียงแค่มอง กลายเป็นผู้หญิงที่เรียนรู้จะเรียกร้อง เรียนรู้จะปฏิเสธ และเรียนรู้ว่าความใกล้ชิดทางกายนั้นบางครั้งก็ไม่ได้แปลว่าความเข้าใจ ความหึงหวง ความไม่ซื่อสัตย์ และคำพูดที่พูดไม่หมดค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรอยร้าว ทั้งในห้องเช่าแคบ ๆ หลังเลิกงาน ในบาร์ยามดึกหลังร้านปิด และในอพาร์ตเมนต์ของ เซ็ตสึโกะ โดโมโตะ (Setsuko Domoto) กับบ้านของครอบครัวอย่าง โคอิจิ โนมะ (Koichi Noma) และ ไอโกะ ชิบะ (Aiko Chiba) ที่ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนให้เธอเห็นว่าผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยผ่านความผิดพลาดแบบเดียวกันมาก่อน โลกของหนังคือเซ็นไดในปี 1969 ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเมียดละไม ไม่ใช่ภาพประท้วงใหญ่โตตามข่าว แต่เป็นบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัยที่ฝนพรำ แสงไฟนีออนสะท้อนพื้นถนนเปียก ๆ กลิ่นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าในร้านกาแฟที่เปิดเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ห้องที่ผนังบางจนได้ยินเสียงเพลงจากห้องข้าง ๆ ลอดมา กล้องมักจะอยู่นิ่ง ๆ ปล่อยให้ตัวละครนั่งเงียบ ๆ สูบบุหรี่ มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือนอนฟังเสียงฝนด้วยกันนาน ๆ จนคนดูรู้สึกเหมือนได้หายใจอยู่ในห้องเดียวกับพวกเขา เครื่องแต่งกาย ทรงผม รถราง และร้านรวงต่าง ๆ ไม่ได้ถูกจัดวางมาเพื่อโชว์ย้อนยุคอย่างฉาบฉวย แต่เพื่อสร้างอุณหภูมิของยุคสมัยที่คนหนุ่มสาวเชื่อว่าพรุ่งนี้โลกจะเปลี่ยนไป และเชื่อว่าความรักจะพาพวกเขารอดจากความโดดเดี่ยวไปได้ แม้แต่ตัวละครสมทบอย่าง จูริ (Juri) ที่โผล่มาเป็นสีสันในกลุ่มเพื่อน ก็ยังช่วยเติมให้เห็นภาพของเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ทั้งอบอุ่นและเปราะบางในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่นอย่าง มุบันโซ หรือ อะแคปเปลลา ที่แปลตรงตัวว่าไร้เครื่องประกอบ มีความหมายลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ คือโทนของหนังที่พูดถึงความเปลือยเปล่าทั้งในเชิงอารมณ์และร่างกาย ความสัมพันธ์ของเคียวโกะกับผู้ชายทั้งสองไม่ได้ถูกเล่าอย่างฉาบฉวยหรือเร้าอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่เล่าถึงช่วงเวลาหลังจากนั้นด้วย ความเงียบหลังประตูปิด ความรู้สึกผิดที่จาง ๆ ในตอนเช้า การสัมผัสที่อยากยื้อแต่ก็รู้ว่ายื้อไม่ได้ หนังสำรวจว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะเติบโตผ่านแรงปรารถนาของตัวเองได้อย่างไร โดยไม่ตัดสินเธอ ไม่ทำให้เธอเป็นเหยื่อ และไม่ทำให้เธอเป็นคนผิด โทนโดยรวมจึงทั้งเย้ายวน หม่นเศร้า และอ่อนโยนในคราวเดียว มีความเหงาแบบหนังรักญี่ปุ่นขนานแท้ที่ปล่อยให้เพลงรักดังขึ้นโดยไม่มีดนตรีคลอ เหลือเพียงเสียงหายใจของคนสองคนที่พยายามจะเข้าใจกัน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมงานชิ้นนี้ถึงยังถูกพูดถึงในหมู่คอหนังญี่ปุ่นสายดราม่าโรแมนติกที่ชอบของหนัก เคมีระหว่างสามนักแสดงหลักคือหัวใจสำคัญ นารุมิ ริโกะ เปล่งประกายในบทที่ต้องแบกทั้งเรื่องไว้ด้วยร่างกายและสายตา อิเคมัตสึ โซสึเกะ ก็ถ่ายทอดความเป็นชายหนุ่มที่ทั้งน่ารักและน่าหงุดหงิดได้อย่างสมจริง ส่วนไซโต้ ทาคุมิ ในมาดผู้ใหญ่เจ้าเสน่ห์ก็ขโมยทุกฉากที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเอ็นดูหรือครอบครองกันแน่ สำหรับคนที่มองหาหนังรักผู้ใหญ่ที่มีชั้นเชิง มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ มีดนตรีแจ๊ส และมีฉากใกล้ชิดที่เล่าด้วยความรู้สึกมากกว่าเรือนร่าง อะแคปเปลลา คือประสบการณ์ที่ควรเปิดใจดูเงียบ ๆ คนเดียวในคืนที่ฝนตก แล้วปล่อยให้เสียงร้องเพียว ๆ โดยไร้เครื่องดนตรีของเคียวโกะดังก้องอยู่ในหัวไปอีกนานหลังจากหนังจบ

เรื่องนี้คือ A Cappella

เสียงเข็มตกกระทบแผ่นเสียงดังครืดสั้น ๆ ก่อนที่ห้องเล็ก ๆ ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และกาแฟจะเงียบลงชั่วขณะ ภาพแรกของ อะแคปเปลลา พาเราไปหยุดอยู่ตรงนั้น ตรงหน้าเคาน์เตอร์ร้านแผ่นเสียงมือสองในเซ็นไดปลายยุคหกสิบ ที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเลือกแผ่นเพลงด้วยสายตาที่เหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่างที่มากกว่าดนตรี เธอคือ เคียวโกะ โนมะ (Kyoko Noma) หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่เพิ่งย้ายมาใช้ชีวิตตามลำพังในเมืองใหญ่ ด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและเคว้งคว้างของคนที่อยากหลุดจากกรอบเดิม ๆ ของครอบครัว เธอไม่ได้มาเพื่อเรียนหรือทำงานเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมความกระหายจะรู้จักโลก รู้จักผู้คน และรู้จักความปรารถนาของตัวเองอย่างแท้จริง การแสดงของ นารุมิ ริโกะ ทำให้เคียวโกะเป็นทั้งเปราะบางและดื้อเงียบในคนเดียวกัน แค่แววตาที่มองตามเสียงเพลงก็บอกได้ว่าเธอพร้อมจะเดินเข้าไปหาอันตรายที่หอมหวานที่สุดในชีวิต

แรงผลักนั้นพาเคียวโกะไปพบกับคนสองคนที่เข้ามาเปลี่ยนจังหวะชีวิตของเธอไปตลอดกาล คนแรกคือ วาตารุ โดโมโตะ (Wataru Domoto) ชายหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้พูดน้อย แต่มีเสน่ห์ดิบ ๆ แบบคนที่แบกอุดมการณ์และความสับสนของยุคสมัยไว้เต็มอก รับบทโดย อิเคมัตสึ โซสึเกะ ที่ถ่ายทอดความลังเลระหว่างความอยากเป็นคนพิเศษกับความกลัวที่จะผูกมัดได้อย่างแนบเนียน อีกคนคือ ยุโนะสุเกะ เซกิ (Yunosuke Seki) ชายที่โตกว่า ลึกลับกว่า และอ่านยากกว่ามาก รับบทโดย ไซโต้ ทาคุมิ เขาเป็นเจ้าของบาร์แจ๊สเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนที่หลบภัยของหนุ่มสาวนอกกระแส เคียวโกะถูกดึงดูดเข้าหาทั้งสองคนในเวลาที่เหลื่อมกัน ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากบทสนทนาเรื่องเพลง หนังสือ และความฝัน ก่อนจะค่อย ๆ ล้ำเส้นกลายเป็นความผูกพันทางกายที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อ ความซับซ้อนยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมี เอมะ ทาคามิยะ (Ema Takamiya) เพื่อนสาวคนสนิทที่ทั้งรักและอิจฉาเคียวโกะในคราวเดียว เข้ามาเป็นอีกหนึ่งเสียงในวงความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครยอมเป็นเสียงประสานให้ใคร

ปมของเรื่องไม่ได้อยู่แค่ใครรักใคร แต่คือการที่ทุกคนต่างอยากเป็นเจ้าของความรู้สึกของตัวเองในยุคที่ทุกอย่างรอบตัวกำลังสั่นคลอน วาตารุที่กำลังแกว่งอยู่ระหว่างขบวนการนักศึกษาเพื่อนฝูงกับชีวิตส่วนตัว เริ่มหวงแหนเคียวโกะมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตัวเองก็ยังไม่พร้อมจะทิ้งโลกใบเก่า ส่วนยุโนะสุเกะที่ดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง กลับใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตนผูกมัดเธอไว้ด้วยแรงปรารถนาที่ทั้งอบอุ่นและอันตราย เคียวโกะเองจากเด็กสาวที่เคยเพียงแค่มอง กลายเป็นผู้หญิงที่เรียนรู้จะเรียกร้อง เรียนรู้จะปฏิเสธ และเรียนรู้ว่าความใกล้ชิดทางกายนั้นบางครั้งก็ไม่ได้แปลว่าความเข้าใจ ความหึงหวง ความไม่ซื่อสัตย์ และคำพูดที่พูดไม่หมดค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรอยร้าว ทั้งในห้องเช่าแคบ ๆ หลังเลิกงาน ในบาร์ยามดึกหลังร้านปิด และในอพาร์ตเมนต์ของ เซ็ตสึโกะ โดโมโตะ (Setsuko Domoto) กับบ้านของครอบครัวอย่าง โคอิจิ โนมะ (Koichi Noma) และ ไอโกะ ชิบะ (Aiko Chiba) ที่ต่างก็เป็นกระจกสะท้อนให้เธอเห็นว่าผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยผ่านความผิดพลาดแบบเดียวกันมาก่อน

โลกของหนังคือเซ็นไดในปี 1969 ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเมียดละไม ไม่ใช่ภาพประท้วงใหญ่โตตามข่าว แต่เป็นบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัยที่ฝนพรำ แสงไฟนีออนสะท้อนพื้นถนนเปียก ๆ กลิ่นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าในร้านกาแฟที่เปิดเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ห้องที่ผนังบางจนได้ยินเสียงเพลงจากห้องข้าง ๆ ลอดมา กล้องมักจะอยู่นิ่ง ๆ ปล่อยให้ตัวละครนั่งเงียบ ๆ สูบบุหรี่ มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือนอนฟังเสียงฝนด้วยกันนาน ๆ จนคนดูรู้สึกเหมือนได้หายใจอยู่ในห้องเดียวกับพวกเขา เครื่องแต่งกาย ทรงผม รถราง และร้านรวงต่าง ๆ ไม่ได้ถูกจัดวางมาเพื่อโชว์ย้อนยุคอย่างฉาบฉวย แต่เพื่อสร้างอุณหภูมิของยุคสมัยที่คนหนุ่มสาวเชื่อว่าพรุ่งนี้โลกจะเปลี่ยนไป และเชื่อว่าความรักจะพาพวกเขารอดจากความโดดเดี่ยวไปได้ แม้แต่ตัวละครสมทบอย่าง จูริ (Juri) ที่โผล่มาเป็นสีสันในกลุ่มเพื่อน ก็ยังช่วยเติมให้เห็นภาพของเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ทั้งอบอุ่นและเปราะบางในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่นอย่าง มุบันโซ หรือ อะแคปเปลลา ที่แปลตรงตัวว่าไร้เครื่องประกอบ มีความหมายลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ คือโทนของหนังที่พูดถึงความเปลือยเปล่าทั้งในเชิงอารมณ์และร่างกาย ความสัมพันธ์ของเคียวโกะกับผู้ชายทั้งสองไม่ได้ถูกเล่าอย่างฉาบฉวยหรือเร้าอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่เล่าถึงช่วงเวลาหลังจากนั้นด้วย ความเงียบหลังประตูปิด ความรู้สึกผิดที่จาง ๆ ในตอนเช้า การสัมผัสที่อยากยื้อแต่ก็รู้ว่ายื้อไม่ได้ หนังสำรวจว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะเติบโตผ่านแรงปรารถนาของตัวเองได้อย่างไร โดยไม่ตัดสินเธอ ไม่ทำให้เธอเป็นเหยื่อ และไม่ทำให้เธอเป็นคนผิด โทนโดยรวมจึงทั้งเย้ายวน หม่นเศร้า และอ่อนโยนในคราวเดียว มีความเหงาแบบหนังรักญี่ปุ่นขนานแท้ที่ปล่อยให้เพลงรักดังขึ้นโดยไม่มีดนตรีคลอ เหลือเพียงเสียงหายใจของคนสองคนที่พยายามจะเข้าใจกัน

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมงานชิ้นนี้ถึงยังถูกพูดถึงในหมู่คอหนังญี่ปุ่นสายดราม่าโรแมนติกที่ชอบของหนัก เคมีระหว่างสามนักแสดงหลักคือหัวใจสำคัญ นารุมิ ริโกะ เปล่งประกายในบทที่ต้องแบกทั้งเรื่องไว้ด้วยร่างกายและสายตา อิเคมัตสึ โซสึเกะ ก็ถ่ายทอดความเป็นชายหนุ่มที่ทั้งน่ารักและน่าหงุดหงิดได้อย่างสมจริง ส่วนไซโต้ ทาคุมิ ในมาดผู้ใหญ่เจ้าเสน่ห์ก็ขโมยทุกฉากที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเอ็นดูหรือครอบครองกันแน่ สำหรับคนที่มองหาหนังรักผู้ใหญ่ที่มีชั้นเชิง มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ มีดนตรีแจ๊ส และมีฉากใกล้ชิดที่เล่าด้วยความรู้สึกมากกว่าเรือนร่าง อะแคปเปลลา คือประสบการณ์ที่ควรเปิดใจดูเงียบ ๆ คนเดียวในคืนที่ฝนตก แล้วปล่อยให้เสียงร้องเพียว ๆ โดยไร้เครื่องดนตรีของเคียวโกะดังก้องอยู่ในหัวไปอีกนานหลังจากหนังจบ

เริ่มรับชม A Cappella

นักแสดง

成海璃子

成海璃子

Kyoko Noma
池松壮亮

池松壮亮

Wataru Domoto
斎藤工

斎藤工

Yunosuke Seki
遠藤新菜

遠藤新菜

Ema Takamiya
松本若菜

松本若菜

Setsuko Domoto
藤田朋子

藤田朋子

Aiko Chiba
光石研

光石研

Koichi Noma
斉藤とも子

斉藤とも子

仁村紗和

仁村紗和

Juri
成海璃子

成海璃子

Kyoko Noma
池松壮亮

池松壮亮

Wataru Domoto
斎藤工

斎藤工

Yunosuke Seki

คำค้นหายอดนิยม

  • หนังของ นารุมิ ริโกะ อะแคปเปลลา
  • อะแคปเปลลา 2016 พากย์ไทย HD
  • A Cappella ดูหนังออนไลน์ HD
  • 無伴奏 2016 หนังญี่ปุ่นเต็มเรื่อง
  • หนังเรท R ญี่ปุ่น เซ็นไดยุค 60
  • ไซโต้ ทาคุมิ รับบท Yunosuke Seki
  • นารุมิ ริโกะ รับบท Kyoko Noma
  • หนังอาร์แนวบาร์แจ๊ส เซ็นได
  • หนังอาร์สาวเหงา ย้ายเมืองใหญ่
  • หนังอาร์ร้านแผ่นเสียง มือสองเซ็นได
  • หนังอีโรติกจิตวิทยา เซ็นได 1969
  • หนัง 18+ ดราม่าชีวิตหญิงสาว
  • นางเอกเรท R เคียวโกะ โนมะ
  • หนังอาร์ญี่ปุ่น HD ซับไทยเต็มเรื่อง